สังคม
แม่ค้าขอนแก่น รับ ทุเรียนลูกละ 100 กระทบตลาดแน่ ฝาก “ศุภจี” ดูราคาให้คนขายอยู่ได้ด้วย
2 ชั่วโมงที่แล้ว
13 views
เจ้าของร้านทุเรียน จ.ขอนแก่น รับ “ก.พาณิชย์-พิมรี่พาย” ไลฟ์ขายทุเรียนลูกละ 100 บาท กระทบตลาดแน่ คนซื้อชอบ แต่ต้นทุนแพง ฝาก “ศุภจี” ดูราคาให้คนขายอยู่ได้ด้วย
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 28 เม.ย.2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถามร้านจำหน่ายทุเรียนที่ตลาดรถไฟขอนแก่น หลังมีกระแสดรามาที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กลับพิมรี่พาย อินฟูเอ็นเซอร์ชื่อดัง ไลฟ์สดขายทุเรียนในราคาลูกละ 100 บาท ซึ่งในไลฟ์พิมรี่พายบอกว่าเป็นทุเรียนเกรด A แต่ภายหลังมีกระแสดรามาเกิดขึ้นทางกระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาชี้แจงว่า เป็นการจัดโปรโมชันของผู้ประกอบการออนไลน์ เพื่อส่งเสริมการบริโภคทุเรียนภายในประเทศ โดยเป็นทุเรียนเกรดรอง ไม่ใช่เกรดส่งออก คุณภาพดี แต่ทรงอาจไม่สวย ราคาต่อกิโลกรัมจะต่ำกว่าเกรดที่ส่งออก ซึ่งปัจจุบันมีราคาปัจจุบันเฉลี่ย 140–150 บาทต่อ กก. ถือเป็นราคาที่สอดคล้องกับกลไกตลาดและคุณภาพสินค้าในช่วงฤดูกาล
ซึ่งจากการสำรวจบรรยากาศการซื้อขายทุเรียนพบว่า ไม่คึกคักเท่าปีที่ผ่านมา โดยแต่ละร้านมีการจัดโปรโมชั่นในราคาแพ็กละ 100 บาท เพื่อเป็นตัวเลือกให้ลูกค้าได้ซื้อไปรับประทาน เนื่องจากลูกค้าหลายคนมีความกังวลในเรื่องของค่าใช้จ่ายต่างๆ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการซื้อของที่มีความประหยัดขึ้น ซึ่งแต่ละร้านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการจัดเป็นแพคละ 100 บาทนั้นขายออกง่ายกว่าเป็นลูกหรือเป็นแพคใหญ่ และกระแสดรามาราคาขายทุเรียนลูกละ 100 บาท นั้นเชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อราคาขายทุเรียนในตลาดอย่างแน่นอน เพราะพฤติกรรมลูกค้าตอนนี้เน้นปริมาณความคุ้มค่าและราคาถูก เพื่อตอบสนองความต้องการ
จากการสอบถามที่ร้านหลงรักทุเรียน นางสาวปุ๊ก อายุ 33 ปี คนขายกล่าวว่า ร้านรับทุเรียนมาจากสวน ซึ่งต้นทุนต่อกิโลกรัมสูงกว่า 100 บาทอยู่แล้ว การจะขายในราคาลูกละ 100 บาทจึงเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเกรดใดก็ตาม แม้แต่ซื้อมาในราคากิโลกรัมละ 100 บาท หากนำมาขายเป็นลูกก็ยังขาดทุน พร้อมระบุว่ากระแสดราม่าดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อราคาตลาดอย่างแน่นอน เพราะผู้บริโภคจะหันไปเลือกซื้อสินค้าราคาถูก ส่งผลให้ร้านค้ารายอื่นขายไม่ได้และต้องแบกรับภาระขาดทุน และช่วงนี้ราคาทุเรียนถือว่าไม่ได้แพงมาก แต่ลูกค้าลดลงจากปีที่แล้วอย่างชัดเจน เนื่องจากมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากและมีผู้จำหน่ายหลายราย ทำให้ลูกค้ากระจายตัว อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากกระแสราคาถูก หากมีการขายลูกละ 100 บาทจริง จะทำให้ผู้ค้ารายอื่นเสียหายหนัก เพราะต้นทุนสูงกว่านั้นมาก

เช่นเดียวกับ นางสมหมาย อายุ 55 ปี เจ้าของร้านทุเรียนต้าวอ้วน กล่าวว่า เรื่องการจำหน่ายทุเรียนลูกละ 100 บาทนั้น จะส่งผลให้คนที่ขายราคาปกติก็จะไม่ได้ขาย ของดีเกรดดีก็จะไม่มีลูกค้าซื้อ เพราะไปรุมซื้อของถูกกันหมด และยิ่งช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ทั้งน้ำมันแพง ค่าขนส่งก็แพง ก็ยิ่งส่งผลกระทบไปถึงร้านจำหน่ายทุเรียนอื่นๆ ที่บรรยากาศจะเงียบ และตั้งแต่ช่วงสงกรานต์มาถึงตอนนี้ถือว่าเงียบมาก ทำให้เสี่ยงที่จะขาดทุนโดยที่ร้านลงทุนไป200,000- 300,000 บาท ช่วงนี้จึงทำได้แค่เพียงประคอง และพอมีมีการจำหน่ายทุเรียนลูกละ 100 บาท เกิดขึ้น เชื่อว่าจะกระทบร้านทุเรียนต่างๆยิ่งขายไม่ออกไปอีก แม้จะบอกว่าเป็นทุเรียนเกรดรอง แต่ถ้าราคาถูกลูกค้าก็ต้องหันไปซื้อ เพราะในยุคสมัยนี้ลูกค้าบางคนก็ไม่ได้คำนึงถึงคุณภาพ แต่จะเน้นปริมาณ เอาราคาถูกไว้ก่อน
บรรยากาศการซื้อขายทุเรียนในปีนี้ถือว่าเงียบกว่าปีที่แล้วอย่างมาก ด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจหลายหลายอย่างรวมถึงพลังงานโดยเฉพาะน้ำมันที่แพง ส่วนตัวไม่อยากให้มีการขายทุเรียนในราคาที่ถูกเกินต้นทุน เพราะจะส่งผลกระทบถึงร้านจำหน่ายทุเรียนอื่นๆ ทำให้ไม่มีลูกค้าเพราะคนหันไปซื้อแต่ของถูก รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งค่าแผงค่าจ้างลูกน้อง อยากฝากถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อยากให้ดูแลเรื่องการค้า ให้ทั้งคนขายและผู้บริโภคอยู่ได้
แท็กที่เกี่ยวข้อง แม่ค้าทุเรียน ,ทุเรียนลูกละ100 ,พิมรี่พาย ,ศุภจีสุธรรมพันธุ์