เศรษฐกิจ

ใครมาก่อนได้ก่อน! โครงการรถเก่าแลกใหม่ นำร่อง 2 หมื่นคัน ต้องเป็นรถที่ผลิตขึ้นในไทยเท่านั้น

7 ชั่วโมงที่แล้ว

1.9K views

รัฐบาลเตรียมจัดทำโครงการรถเก่าแลกใหม่ เริ่มภายในปี 2569 นี้ นำร่อง 2 หมื่นคันแรก ให้สิทธิใครมาก่อนได้ก่อน วงเงินงบประมาณ 5 พันล้านบาท ดอกเบี้ย 1-2 ปีแรก 3.5%

โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนเปลี่ยนรถมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือรถยนต์ไฮบริดนั้น ขณะนี้กระทรวงคลังอยู่ระหว่างหารือในรายละเอียด และรอความชัดเจนเกี่ยวกับเงินงบประมาณที่จะนำมาใช้

เบื้องต้น ระยะแรกจะมีโควตา 10,000-20,000 คัน ใครมาก่อนจะได้ก่อน หรือ First-come, First-served แต่เป็นนโยบายปลายเปิด ซึ่งจะมีหลายรอบ เริ่มปีนี้

สาเหตุที่ต้องจำกัดโควตา ไม่ใช่แค่เรื่องงบประมาณที่มีจำกัด แต่รัฐบาลจะทดสอบระบบกำจัดซากรถเก่าที่รับแลกมา ว่าจะจัดการอย่างไร เป็นเรื่องการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างที่ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง

ตอนนี้กำลังดูว่า จะใช้งบประมาณเท่าไร ให้แลกรถใหม่เป็นแบบไหนบ้าง EV, hybrid, PHEV รถเก่านั้นเก่าแค่ไหนถึงจะเอามาแลกได้ โดยจะมีโควตาให้แลกจำกัด จำกัดจำนวนคัน ในระยะเวลาที่กำหนด

สำหรับการอุดหนุนงบประมาณ สำหรับรถเก่าแลกรถใหม่ จะเป็นการลดราคาหน้าป้ายลงทันที คือ รัฐบาลจะจ่ายเงินอุดหนุนผ่านค่ายรถ ทำให้ราคารถถูกลง

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) จากธนาคารออมสิน วงเงิน 5,000 ล้านบาท ให้กู้ไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยช่วง 1-2 ปีแรก ไม่เกิน 3.5% ต่อปี สามารถใช้ในการซื้อรถอีวี หรือรถมอเตอร์ไซค์อีวีได้ โดยยื่นกู้ได้ถึงวันที่ 31 มี.ค.2570

ก่อนหน้านี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า สั่งให้ปลัดคลัง ออกแบบมาตรการรถเก่าแลกใหม่ เบื้องต้นเรื่องรถใหม่จะยึดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ต่ำ รวมไปถึงรถที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่รถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่รวมไปถึงรถยนต์ไฮบริดที่ใช้น้ำมันผสมไฟฟ้าและปล่อย CO2 ได้ต่ำตามเกณฑ์ที่จะกำหนด แต่รถยนต์ที่ใช้น้ำมันล้วนยังใช้ไม่ได้

ด้านนายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย ประเด็นสำคัญที่มีการเน้นย้ำคือ รถยนต์ที่นำมาแลกซื้อใหม่ต้องเป็น “รถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยเท่านั้น” เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจในประเทศอย่างแท้จริง เนื่องจากจะช่วยให้ภาครัฐสามารถจัดเก็บภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และรักษาการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรม

ข้อเสนอเบื้องต้นคือ อยากให้รัฐบาลกำหนดอุดหนุนการซื้อรถยนต์คันใหม่ เริ่มต้นที่ 8 แสนถึง 1 ล้านบาท มุ่งเน้นไปที่รถยนต์กลุ่มแมส (Mass Market) ที่มีระดับราคาประมาณนี้ ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 40% เพราะจะสามารถเพิ่มจำนวนคนเข้าร่วมโครงการได้มากกว่าเดิม เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าต่อวงเงินงบประมาณ 5,000 ล้านบาท หากรัฐสนับสนุนรถยนต์ที่มีราคาสูงเกินไป อย่างจำนวน 2 ล้านบาท จะทำให้จำนวนรถที่เข้าร่วมโครงการได้มีจำนวนน้อยและไม่กระจายตัว แต่การกำหนดราคาที่เหมาะสมจะช่วยให้จำนวนคันที่เข้าโครงการมีมากขึ้น และส่งผลต่อการผลิตในโรงงานที่มียอดขายลดลงติดต่อกันมาถึง 3 ปี ให้กลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง


https://youtu.be/AmDUDCGQWnA


แท็กที่เกี่ยวข้อง  รถเก่าแลกใหม่

คุณอาจสนใจ