อาชญากรรม

รวบพ่อเลี้ยง-แม่แท้ ๆ โมโหลูก 1 ขวบร้องไห้งอแง ซ้อม-ใช้เครื่องชอร์ตปลาชอร์ตเด็กเสียชีวิต

9 เม.ย. 2569

213 views

เจ้าหน้าชุดสืบสวนของ สภ.เขาดิน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ฃนำตัวนางสาวเสาวรส หรือเจี๊ยบ ฃ อายุ 30 ปี และนายสุรศักดิ์ อายุ 38 ปี แม่แท้ ๆ และพ่อเลี้ยงของเด็กชาย อายุ 1 ปี 6 เดือน ซึ่งเสียชีวิตโดยแพทย์ลงความเห็นว่าถูกของแข็งไม่มีคมกระแทกที่เยื่อหุ้มสมอง และตามร่างกายมีร่องรอยเขียวช้ำ รวมทั้งมีรอยไหม้ที่ผิวหนังด้านหลังและที่ก้น ซึ่งถือเป็นการเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติ


ประกอบกับในวันที่ลูกชายเสียชีวิตแม่แท้ ๆ ไม่ยอมไปรับศพลูกกลับมาทำพิธีทางศาสนา มีแค่เพียงย่าของเด็กไปรับศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่วัดในหมู่ 1 ต.บางโตนด อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพุ่งเป้าไปที่แม่แท้ ๆ กับพ่อเลี้ยง ว่าอาจจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้เด็กตายจึงได้ไปนำตัวมาสอบเครียด


เบื้องต้น ทางแม่ของเด็กอ้างว่า เคยเอาเครื่องชอร์ตปลาชอร์ตลูกชายเพราะร้องงอแง แต่ไม่รุนแรง เพราะแบตที่ใช้ชอร์ตนั้นอ่อนมาก เนื่องจากไปชอร์ตปลามาแล้ว บางครั้งช่วงที่สามีทำร้ายลูกก็จะเข้าไปห้ามตลอด และในวันที่ 6 เม.ย.69 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุเด็กเกิดอาการชักโดยไม่ทราบสาเหตุ จึงได้ไปเรียกคนข้างบ้านให้ช่วยโทรแจ้ง 1669 ขอรถพยาบาลมารับและคนข้างบ้านก็ช่วยขับรถพาลูกออกมาก่อนจะไปเปลี่ยนถ่ายขึ้นรถโรงพยาบาลโพธาราม หลังจากนั้นในวันที่ 7 เม.ย. ลูกชายก็เสียชีวิต ซึ่งช่วงนั้นตนไม่ทราบเรื่องเลย จนกระทั่งปู่ของลูกชายมาบอกว่าลูกตายแล้วก็ตกใจ


ต่อมาก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมตัว ซึ่งขณะให้การนั้นนางสาวเจี๊ยบก็ยังคงให้การวกวน และยอมรับว่าเสพยาเสพติดมา ส่วนพ่อเลี้ยงของเด็กนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของสภ.เขาดิน ได้แยกไปสอบปากคำอีกห้อง


ด้านนางสาวสาคร ครบเบญจ อาสาสมัครของหน่วยกู้ภัยสว่างราชบุรี ก็บอกว่า วันนี้เป็นคนมาอาบน้ำแต่งตัวให้กับศพของน้องกล้วยไข่ ซึ่งพบว่าตามตัวของน้องมีร่องรอยเขียวช้ำ มีรอยแผลไหม้ที่ก้น ส่วนที่รูทวารก็มีรอยแปลกๆ ส่วนแม่กับพ่อเลี้ยงของเด็กก็ยังไม่เห็นมาดูศพลูกเลย


ส่วนนางสาวเพ็ญพิมล เจ้าหน้าที่อาสาสมัครของหน่วยกู้ภัยสว่างราชบุรี ก็บอกว่าได้รับแจ้งจากญาติของเด็กว่าให้ช่วยไปรับศพน้องมาบำเพ็ญกุศลที่วัดศรีประชุมชน ซึ่งตอนที่ไปรับก็ไปกับย่าของเด็ก ส่วนพ่อกับแม่ของเด็กนั้นไม่ได้ไปและไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ซึ่งผิดปกติวิสัยของคนเป็นแม่ที่ลูกตายแล้วจะไม่มาดูเลย


ด้านนายโจ (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นคนช่วยนำเด็กส่งโรงพยาบาลก็เล่าให้ฟังว่า หลังจากที่นำเด็กส่งโรงพยาบาลแล้วก็ไปเค้นถามแม่ของเด็กว่าทำอะไรกับลูก ซึ่งแม่ของเด็กก็ยอมรับในช่วงที่ลูกชักและไม่รู้สึกตัว พ่อเลี้ยงของเด็กได้ใช้ที่ชอร์ตปลาชอร์ตไปที่ตัวเพื่อกระตุ้นหัวใจ แต่เด็กก็ยังไม่รู้สึกตัวแต่มีเลือดออกปากและจมูก จึงได้มาเรียกตนให้ช่วยนำส่งโรงพยาบาล


ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง และจะต้องทำการตรวจหาสารเสพติดของแม่แท้ๆ และพ่อเลี้ยงด้วยเพราะทราบว่าทั้งคู่ติดยาเสพติดอย่างหนัก


และจากการเค้นสอบอย่างหนักสุดท้ายนายสุรศักดิ์ พ่อเลี้ยงก็ยอมรับสารภาพว่าก่อนเกิดเหตุเด็กร้องงอแง ทำให้โมโหเลยตบเด็กไป 1 ครั้งและต่อยที่หน้าผากจนเด็กสลบ จึงได้รีบไปนำเครื่องชอร์ตปลามาชอร์ตหวังให้เด็กฟื้น ช่วงนั้นแม่เด็กก็จะนั่งมองอยู่ไม่ได้ห้ามอะไร ที่ผ่านมาก็ยอมรับว่าทำร้ายลูกเลี้ยงมาตลอด ทั้งใช้บุหรี่จี้ตามตัว ใช้เครื่องช็อตปลา และบางครั้งก็ตบหน้า ทำอย่างนี้มากว่า 2 เดือนแล้ว โดยอ้างว่าเด็กนั้นชอบร้องไห้งอแงทำให้รำคาญ


เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อกล่าวหา ร่วมกันฆ่าลูกโดยเจตนาและเสพยาเสพติด ก่อนจะนำตัวส่ง พ.ต.ท.นวพล หาญขุนทด พนักงานสอบสวนสภ.เขาดิน ให้ดำเนินคดีและอาจจะนำตัวแม่และพ่อเลี้ยงไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งที่บริเวณหน้าห้องสืบสวนได้มีชาวบ้านที่ทราบข่าวแม่กับพ่อเลี้ยงฆ่าลูกก็ได้มาขอดูหน้าผู้ต้องหาทั้งสองคน เนื่องจากหลายคนมองว่าเป็นการกระทำที่โหดร้ายเกินไป และช่วงจังหวะที่นำแม่ของเด็กมาเข้าห้องน้ำเพื่อตรวจปัสสาวะได้มีชาวบ้านไปดักตบและตะโกนด่าทอตลอดเวลาด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ