เลือกตั้งและการเมือง

"เต้ มงคลกิตติ์" เข้าพบ กกต.แจงปมนโยบายหลุดโลก ยันทำได้จริง ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน

6 ชั่วโมงที่แล้ว

26 views

จากกรณีนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หาเสียงด้วยนโยบายเปลี่ยนโลก อาทิ จูราสสิคพาร์ค ไดโนเสาร์มีชีวิต เที่ยวอาบอบนวดคนละครึ่ง และการซื้อทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด โดย กกต. พิจารณาแล้วเห็นว่านโยบายบางอย่างอาจผิดกฎหมายหรือเป็นไปไม่ได้ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่


ล่าสุด นายมงคลกิตติ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนเข้าพบ กกต. เพื่อชี้แจงกรณีถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับนโยบายหาเสียงที่ถูกมองว่าเพ้อเจ้อและเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ ทั้งโครงการด้านอวกาศหรือแนวคิดการขุดค้นไดโนเสาร์ โดยเจ้าตัวยืนยันหนักแน่นว่าทุกอย่างคิดบนพื้นฐานความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์


นายมงคลกิตติ์ ชี้แจงถึงกระบวนการยื่นนโยบายต่อ กกต. ว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการให้ทันกรอบเวลา 20 วันก่อนวันเลือกตั้ง เพื่อเลี่ยงโทษปรับวันละ 10,000 บาท ซึ่งขณะนี้มีหลายพรรคดำเนินการล่าช้า อย่างไรก็ตาม ในส่วนรายละเอียดนโยบายนั้น กฎหมายกำหนดให้ระบุเพียงวงเงินงบประมาณที่จะใช้ แต่ไม่ได้บังคับให้แจกแจงที่มาของรายได้โดยละเอียดในขั้นตอนนี้ ทำให้นโยบายที่ต้องใช้งบประมาณสูงยังสามารถนำเสนอเข้าสู่ระบบได้


ส่วนประเด็นที่สังคมมองว่านโยบายมีความเป็นแฟนตาซีเกินจริง เช่น การไปอวกาศ หรือการแก้กฎหมายครอบครัว นายมงคลกิตติ์ ยกตรรกะในฐานะที่เคยเป็นครูสอนฟิสิกส์มาอธิบายว่า การนำเสนอวิสัยทัศน์ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ หากเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องโกหก กกต. ย่อมต้องใช้อำนาจระงับยับยั้งตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นเอกสารแล้ว แต่การที่นโยบายผ่านการรับรองมาได้ แสดงให้เห็นว่าในทางเทคนิคและหลักการนั้นสามารถทำได้จริง ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน


นอกจากนี้ นายมงคลกิตติ์ ยังตั้งคำถามกลับไปยังพรรคการเมืองอื่นที่เคยบริหารประเทศ โดยยกตัวอย่างนโยบายในอดีต เช่น การประกาศจะทำให้คนไทยหายจน นโยบายค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย หรือการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ซึ่งเจ้าตัวตั้งข้อสังเกตว่ามีการโฆษณาชวนเชื่อมานาน แต่ในทางปฏิบัติกลับทำได้ไม่ครบถ้วนหรือทำไม่ได้เลย หากใช้มาตรฐานเดียวกัน พรรคเหล่านั้นควรถูกดำเนินคดีฐานหลอกลวงประชาชนหรือไม่ แตกต่างจากนโยบายของตนที่เป็นการวางวิสัยทัศน์ระยะยาว


สำหรับนโยบายบุกอวกาศที่เป็นเป้าโจมตีหลัก นายมงคลกิตติ์ ขยายความว่า ไม่ใช่ความคิดที่เกิดขึ้นลอยๆ แต่เป็นการสานต่อโครงการที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ริเริ่มไว้ผ่านกระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) ในการสร้างยานอวกาศไปดวงจันทร์ โดยตนเพียงมองไกลไปกว่านั้นคือการขยายเป้าหมายจากดวงจันทร์ไปสู่ดาวอังคารและดาวเคราะห์อื่นในระบบสุริยะ เพื่อสร้างเศรษฐกิจอวกาศ 



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/VfH50ubizj0

คุณอาจสนใจ

Related News