บันเทิง

'พรหมลิขิต' เรตติ้งพุ่ง 7.12 สูงสุดตั้งแต่ละครออกอากาศ - EP.7 'การะเกด-พุดตาน' เจอกันครั้งแรก

โดย paweena_c

2 พ.ย. 2566

468 views

พรหมลิขิต EP6 เรตติ้งทั่วประเทศทะยาน 7.12 สูงสุดตั้งแต่ละครออกอากาศ ส่วน EP.7 เป็นการพบกันครั้งแรกของ “การะเกด” และ “พุดตาน”

ปังอย่างต่อเนื่องของละคร “พรหมลิขิต” กับเรตติ้ง EP 6 ที่ออกกอากาศเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา โดยเรตติ้งทั่วประเทศ พุ่งทะยานไปถึง 7.12 ถือเป็นเรตติ้งที่สูงสุดหลังจากที่ละครพรหมลิขิตออกอากาศมา ส่วนเรตติ้งในกรุงเทพฯ อยู่ที่ 13.47 และยังคงติดเทรนด์อันดับ 1 บนทวิตเตอร์ด้วย

โดยเรื่องราวของ EP6  มาถึงตอนที่ ‘พุดตาน’ รอคอยการมาหาของ ‘หมื่นริด’ อยู่ที่เรือนตัวเอง หลังจากที่บอกให้ ‘หมื่นริด’ เอาคัมภีร์กฤษณะกาลีมาให้ เพราะคิดว่าเป็นวิธีที่จะทำให้เธอได้กลับไปยังโลกปัจจุบัน ซึ่ง ‘หมื่นริด’ ก็มาหา แต่ไม่ได้เอาคัมภีร์กฤษณะกาลีมาด้วย เพราะได้ให้พี่ชาย ‘หมื่นเรือง’ เอากลับไปที่เมืองสองแควแล้ว

ซึ่งพอ ‘พุดตาน’ รู้ ก็ร้องไห้ด้วยความเสียใจ และไม่พอใจที่ ‘หมื่นริด’ เอาคัมภีร์กฤษณะกาลีให้พี่ชายไป ‘หมื่นริด’ ก็เลยเริ่มเข้าใจเหตุผลที่ ‘พุดตาน’ อยากได้คัมภีร์กฤษณะกาลี ก็เลยรีบปลอบใจ ‘พุดตาน’ ด้วยการบอกว่าจะให้ม้าเร็วรีบตามขบวนของพี่ชายไป เพื่อไปเอาคัมภีร์กฤษณะกาลีมาให้

ขณะที่ ‘คุณหญิงการะเกด’ ก็ไปแอบได้ยินเรื่องที่ลูกสาวสองคน ‘แม่แก้ว’ กับ ‘แม่ปราง’ พูดถึงเรื่องคนที่หน้าละม้ายคล้ายตนเอง ก็ทำให้เกิดความสงสัยว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร? และไปซักความกับ ‘พี่ผิน-พี่แย้ม’ จนได้รู้ว่า มีผู้หญิงชื่อ ‘พุดตาน’ ที่พักอยู่ในท้ายสวนบ้าน ‘ยายกุย’ มีหน้าที่คล้ายกับตนเอง ก่อนจะรีบไปที่บ้านยายกุย เพื่อรอเจอหน้า ‘พุดตาน’ แต่สุดท้ายก็คลาดไม่ได้เจอกัน เพราะ ‘พุดตาน’ ไปจับปลาอยู่

ขณะที่ ‘พุดตาน’ หลังจากปรุงเรือนจนเสร็จเรียบร้อย ก็ได้ให้ ‘เพิ่ม’ ทำแปลงผัก ขุดบ่อเลี้ยงปลา เพื่อเป็นแหล่งทำมาหากิน ในช่วงที่ยังต้องอยู่ที่อยุธยา และได้เอาสร้อยคอที่ใส่ติดตัวมา ไปจำนำไว้กับ ‘ยายกุย’ เพื่อเอาเงินไปต่อยอดลงทุน ซึ่ง ‘แม่กลิ่น’ ที่เห็นว่า ‘ยายกุย’ ให้เงิน ‘พุดตาน’ มากกว่าราคาสร้อยที่ควรจะได้ ก็รู้สึกไม่พอใจ และกร่นด่า ‘พุดตาน’ แบบไม่หยุดหย่อน และยังตามไปเปิดวอร์กับ ‘พุดตาน’ ในขณะที่ ‘พุดตาน’ กำลังจับปลาอีก จะเกือบจะวางมวยกัน

แต่เมื่อ ‘แม่กลิ่น’ เห็นว่า ‘พุดตาน’ จะเอาจริง ก็รีบหลบ เพราะตัวเองสู้ไม่ได้ ก่อนจะกลับมาที่บ้าน และแอบเอาสร้อยที่ ‘พุดตาน’ ได้เอามาจำนำไว้กับ ‘ยายกุย’ ไปให้ ‘หมู่สง’ (ป๊อป ฐากูร) เอาไปขายทอดตลาด แต่ปรากฏว่า ‘หมื่นริด’ มาเห็นเข้าพอดี และจำได้ว่าเป็นสร้อยของ ‘พุดตาน’ จึงขอซื้อเก็บไว้ และกำชับไม่ให้ ‘หมูสง’ ไปบอก ‘แม่กลิ่น’ว่าตนเองเป็นคนซื้อไป

ส่วนเรื่องราวใน EP7 เมื่อคืนนี้ เริ่มต้นมาด้วยเรื่องราวของ ‘คุณหญิงการะเกด’ ที่มาออกกำลังกายกับลูกสาวทั้งสองคน ซึ่งก็มีทั้ง วิ่งลู่ , ยกน้ำหนัก , เล่นเวท , เล่นฮูลาฮูป แถม ‘แม่การะเกด’ ยังจะสอนโยคะให้ลูกสาวด้วย แต่หลังจากลูกๆ เห็นท่าโยคะของแม่ ก็ถึงกับวิ่งหนี และบอกกับลูกสาวว่าถ้ากลับมาจากในวังคราวหน้าจะสอนโยคะให้ลูกๆ ให้ได้ ก็ทำเอาลูกสาวทั้งสองถึงกับมองบน จนแม่การะเกด ถึงขั้นรีบปรามว่าอย่าทำกิริยามองบนกับผู้ใหญ่ และยังพูดคำภาษาปัจจุบันกันอีกหลายคำ ไม่ว่า สบม. (สบายมาก) , ยห. (อย่าห่วง)

ซึ่งหลังจากที่ลูกๆ กลับไปทำงานกับหน้าที่ของตัวเอง ‘แม่การะเกด’ ก็ได้เข้าไปทำความสะอาดห้องนอนของลูกๆ ซึ่งหลังจากที่เข้าไปห้องของ ‘หมื่นริด’ ก็ได้เห็นสร้อยของ ‘พุดตาน’ ที่ ‘หมื่นริด’ ขอซื้อต่อมาจาก ‘หมู่สง’ ซึ่งทันทีที่ ‘การะเกด’ เปิดล็อคเก็ตจี้รูปหัวใจ ก็เห็นรูปถ่ายของพ่อแม่พุดตาน ก็รู้สึกตกใจและตื่นเต้นมาก เพราะในสมัยอยุธยายังไม่มีรูปถ่ายแบบนี้

ซึ่งหลังจาก ‘พี่ผิน-พี่แย้ม’ เห็นสร้อยดังกล่าวก็จำได้ว่าเป็นสร้อยของ ‘พุดตาน’ ตอนที่เจอกันที่ตลาด ก็ยิ่งทำให้ ‘การะเกด’ ตื่นเต้นยิ่งขึ้นไปอีก และคิดว่า ‘พุดตาน’ น่าจะเป็นคนที่ถูกพามาจากกรุงเทพเหมือนกับตนเองเมื่อ 25 ปีก่อน ก็เลยตัดสินใจรีบไปหา ‘พุดตาน’ ที่บ้านทันที และครั้งนี้ ‘การะเกด’ ก็ได้เจอกับ ‘พุดตาน’ เป็นครั้งแรก ซึ่งต่างคนก็ต่างตะลึง เพราะทั้งสองคนเหมือนกันมาก

จากนั้น ‘การะเกด’ ก็ได้ไถ่ถาม ‘พุดตาน’ ว่ามาจากกรุงเทพฯ ใช่มั้ย ? ‘พุดตาน’ ก็ตกใจที่ ‘การะเกด’ รู้จักกรุงเทพฯ และเธอก็ได้บอก ‘การะเกด’ ว่า เธอมาที่แห่งนี้ด้วยคัมภีร์กฤษณะกาลี ที่ขุดพบและนำพาเธอมาที่นี่แบบตัวเป็นๆ ขณะที่ ‘แม่การะเกด’ ก็เล่าให้ ‘พุดตาน’ ฟังว่า เมื่อ 25 ปีก่อน เธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต และวิญญาณก็มาเข้าร่างของ ‘การะเกด’ ที่เสียชีวิตในเวลาเดียวกันในสมัยอยุธยา เป็นการมาแค่ดวงวิญญาณ ไม่ได้มาแบบตัวเป็นๆ เหมือน ‘พุดตาน’ จากนั้น ‘การะเกด’ ก็ได้ให้กำลังใจและสอนวิธีการใช้ชีวิตที่อยุธยาให้กับ ‘พุดตาน’

ขณะที่เหตุการณ์ในวัง ก็เป็นเรื่องราวของ “ขุนหลวงท้ายสระ” (เกรท วรินทร) ที่ได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับการกบฏ ที่หวังล้มล้างราชบัลลังก์ ก็เกิดความไม่สบายใจ และคิดว่าคนที่คิดก่อการกบฏก็คือ ‘พระองค์ดำ’ (เอ พศิน) ผู้ที่มีศักดิ์เป็นอา และยังเป็นพ่อตาของ ‘เจ้าฟ้าพร’ (เด่นคุณ) ซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆ ของ ‘ขุนหลวงท้ายสระ’ ด้วย ‘ขุนหลวงท้ายสระ’ ก็เลยไปขอให้ ‘เจ้าฟ้าพร’ ช่วยเป็นหูเป็นตา และช่วยเฝ้าสังเกตว่า ‘พระองค์ดำ’ คิดก่อการกบฏจริงหรือไม่

จากนั้น ‘ขุนหลวงท้ายสระ’ ก็ได้วางแผนกับสหายมหาดเล็กทั้งห้า หรือที่เรียกว่ากันว่า เป็นแก๊งค์บอยแห่งอยุธยา ก็จะมี ‘หมื่นริด (โป๊ป) , พระยาราชนิกูล (เพ็ชร) , ยอร์ช ฟอลคอน (โอม คณิน) , จมื่นศรีสรรักษ์ (ไต้ฝุ่น) และ จมื่นภูเบศร์  (ปีเตอร์แพน) ออกอุบายโดยการปลอมตัวออกไปนอกวัง เพื่อล่อให้พวกที่เป็นกบฏปรากฎตัว โดย ‘ขุนหลวงท้ายสระ’ พร้อมสหายมหาดเล็กที่ปลอมตัวเป็นชาวบ้าน ก็ได้ไปถึงที่บ้านของ ‘พุดตาน’ และขอให้ ‘พุดตาน’ ทำกับข้าวให้กิน โดยที่ ‘พุดตาน’ ไม่รู้ว่าชายหนุ่มทั้งหลายนี้คือใคร ซึ่ง ‘พุดตาน’ ก็ได้ทำเมนูปลาตะเพียนเผา และปลาตะเพียนทอด พร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดมาให้

แต่ในระหว่างที่ ‘ขุนหลวงท้ายสระ’ และสหายมหาดเล็ก กำลังกินข้าวฝีมือของ ‘พุดตาน’ อยู่นั้น จู่ๆ ก็มีชายชุดดำกลุ่มใหญ่บุกเข้ามาหวังปลงพระชนม์ ‘ขุนหลวงท้ายสระ’ ตามที่ได้คิดไว้จริง ๆ ซึ่งในระหว่างที่ ‘ขุนหลวงท้ายสระ’ และสหายมหาดเล็ก กำลังต่อสู้กัน กลุ่มชายชุดดำก็หันมาจะทำร้าย ‘พุดตาน’ ด้วย ซึ่งโชคดีที่ ‘หมื่นริด’ มาช่วยไว้ได้ทัน ก็เลยเกิดเป็นโมเม้นต์จ้องตากันแบบซึ้งๆ ก่อนที่ ‘พุดตาน’ จะโชว์ลีลาบู๊ ช่วย ‘หมื่นริด’ จัดการกับกลุ่มกบฏอีกแรง จนกระทั่งต่อสู้กันเสร็จก็ได้มารู้ว่า ชายหนุ่มที่มาขอข้าวกินคือ “ขุนหลวงท้ายสระ” ก็ทำเอา ‘พุดตาน’ ถึงกับแอบเกร็งไม่น้อย

ส่วนสัปดาห์หน้า EP8 ก็รอจะได้เห็นความมุ้งมิ้งของ ‘พุดตาน’ และ ‘หมื่นริด’ กันมากขึ้น รวมถึงเรื่องการชิงบัลลังก์ระหว่างระหว่าง “ขุนหลวงท้ายสระ” และ “พระองค์ดำ” ด้วย ก็รอติดตามกันได้ วันจันทร์ - อังคาร – พุธ ทางหน้าจอช่อง 3 เวลา 2 ทุ่มครึ่งเป็นต้นไป


รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/kPlo4-acLx4

คุณอาจสนใจ

Related News