อาชญากรรม

'ชูวิทย์' แฉคลิปตู้ห่าว โชว์กร่างลั่น มีเงินเยอะ มีปืน - ผบช.น. ยันทำสำนวนคดีผับจินหลิงโปร่งใส ไม่ล่าช้า

29 ธ.ค. 2565

110 views

วานนี้ (28 ธ.ค.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ เข้าให้การเพิ่มอีกครั้งต่ออัยการตลิ่งชัน ถึงขบวนการตู้ห่าวและการเข้าตรวจค้นผับจินหลิว

โดยนายชูวิทย์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้นำข้อมูลเกี่ยวการสารเสพติด ชื่อ เฟนมานิล ที่เป็นสารอันตรายและเป็นสารตั้งต้นในการทำยาเสพติดต่างๆ เพราะมีการปรากฏอักษรภาษาจีน แต่ทางตำรวจไม่มีการตรวจสอบที่มาของสาร ซึ่งตนเองอยากให้อัยการตรวจสอบ แต่หากพบว่ามีอยู่ในของกลางแสดงให้เห็นว่า มีการผลิตและนำเข้ายาเสพติด

แต่ทำไม่ถึงไม่มีการตั้งข้อหาดังกล่าว และยังบอกอีกว่า มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับเรื่องของยาเสพติด ที่ได้ข้อมูลเรื่องยาเสพติดมาจากอดีตตำรวจ อักษรย่อ ส ให้ข้อมูลมา และมีการตั้งข้อสังเกตว่า การที่ไปเข้าตรวจค้นผับในครั้งนั้น พบหลักฐานมากมาย แต่ทำไมถึงไม่ดำเนินการเรื่องขอยาเสพติดไปด้วย

ส่วนของคดีจินหลิง ยังมองว่า การที่พลตำรวจโทธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน คดี “จินหลิง” มีส่วนทำให้คดีเสียหาย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มีการทิ้งของกลางไว้ในที่เกิดเหตุเป็นระยะเวลาถึง 2 เดือนโดยไม่ตรวจสอบ เก็บตรวจพิสูจน์หลักฐาน และเอกสารในพื้นที่เกิดเหตุอย่างถูกต้อง รวมทั้งข้อผิดพลาดอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับคดี มีพฤติการณ์ไม่น่าไว้วางใจ ทำให้มีความเสียหายต่อรูปคดี กลับเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อผู้ต้องหา

และหากยังคงปล่อยให้อยู่ในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาลต่อไปจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการตำรวจแแห่งชาติ พิจารณาอย่างเร่งด่วน ในการโยกย้าย พลตำรวจโทธิติ ออกจากการกำกับดูแลพื้นที่นครบาลโดยเร็ว

นอกจากนี้ นายชูวิทย์ ยังเปิดเผยพฤติกรรมของนายตู้ห่าวในต่างประเทศ ที่มีการแอบอ้างนำภาพบุคคลระดับสูง (หม่อมราชวงศ์) ไปขึ้นป้ายบิลบอร์ดที่มณฑลซานซี พร้อมข้อความโฆษณาหากมาที่ประเทศไทย จะได้รับการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจต่าง ๆ โดยสามารถชี้เป้าให้ติดต่อใคร ประสานใคร

ซึ่งภาพที่ปรากฏบนป้ายถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หากนายกรัฐมนตรีไม่ดำเนินการจะส่งผลถึงตำแหน่งตัวเอง นอกจากนี้เตรียมโชว์คลิปเด็ดการสนทนาระหว่างตู้ห่าวและลูกน้องว่าสามารถซื้อทุกอย่างได้ในประเทศไทย

ทั้งนี้ นายชูวิทย์เชื่อว่าตู้ห่าวจะหลุดคดีแน่นอน เพราะการตั้งข้อหาช้า ออกหมายจับล่าช้า ส่งผลให้เห็นกระบวนการยุติธรรมการทำสำนวนมีปัญหา

ด้าน พลตำรวจโท ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเป็นครั้งที่ 2 หลังโดน นายชูวิทย์ กล่าวหาว่า ทำคดีไม่โปร่งใส มีการเรียกรับเงิน ช่วยเหลือคดีกลุ่มทุนจีน ซึ่งการแถลงข่าวครั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล บอกว่า เป็นการสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ในการปฏิบัติงานของตำรวจ ในฐานะผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

โดยเล่าย้อนไปตั้งแต่การเริ่มทำคดี ระบุว่า ฝ่ายสืบสวนได้แกะรอยจากการข่าวที่ระบุว่าในพื้นที่เกิดเหตุมีการเปิดบ่อนการพนัน จำหน่ายยาเสพติด ในวันที่ปฏิบัติการนั้นเจ้าหน้าที่แบ่งชุดปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบ รวบรวม และควบคุม หลายกลุ่มงานเพื่อควบคุมผู้ต้องหาตามจุดต่างๆทั้งตามห้อง ด้านในและนอกอาคารทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนแม้ระหว่างทางที่ดำเนินการจะพบตำรวจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง เรื่องการคืนรถของกลาง ก็มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหลังจากนั้นได้ประชุมกับกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 ถึงปัญหาที่พบ เช่น ตรวจรถยนต์ การเข้าไปในสถานที่ไม่ได้ การตรวจพบอาวุธปืน และยาเสพติด

ส่วนประเด็นที่สงสัยว่าทำไมตำรวจเข้าไปตรวจค้นในอาคารวิบวับ คาร์วอช และตรวจด้านในรถยนต์ไม่ได้ เรื่องนี้ทา งบช.น.ได้มีหนังสือคำสั่งให้ พันตำรวจเอก สราวุฒิ คนใหญ่ เป็นหนึ่งในคณะทำงานเข้าไปตรวจค้น และ 4 ธันวาคม มีหนังสือเร่งรัดให้ดำเนินการตรวจสอบ แต่มีรายงานกลับมาว่าไม่สามารถตรวจรถได้ทุกคน และไม่มีรหัสเปิดประตู ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

ซึ่งในระหว่างนี้ บช.น. ทำหนังสือไปยังกรมการขนส่งทางบก และกรมศุลการกรเพื่อตรวจสอบหาเจ้าของรถยนต์ การนำเข้ารถต่างประเทศเพื่อให้เจ้าของรถเข้ามารายงาน จากนั้นมีคำสั่งจากเลขาธิการ ปปส. ให้ยึดอายัดทรัพย์สินของกลางทั้งหมดไว้ชั่วคราว พนักงานสอบสวนจึงไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้เพราะมีระเบียบ

พลตำรวจโท ธิติ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบเมื่อวานนี้ทั้งในอาคาร สำลีพันไม้ถาดไม้ เป็นข้อสงสัยว่า ทำไมไม่มีการจัดเก็บปล่อยทิ้งไว้ที่เกิดเหตุได้อย่างไร พนักงานสอบสวนชุ่ยมากขนาดนั้น เรื่องนี้ กล่าวว่า ในอาคารมีห้องคาราโอเกะ หลายห้องและเจ้าหน้าที่พบสิ่งของเหล่านี้พร้อมผู้ต้องหาแล้ว ตำรวจใช้จะหลักฐานส่วนนี้มัดตัวผู้ต้องหา เพราะเป็นวัตถุพยานใกล้ชิด และวันดังกล่าวมีการจัดเก็บจำนวนมากพอเชื่อมโยงกับคดีอื่น

ส่วนอาคารลีลาที่ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมไม่ตรวจ ส่วนนี้ในรายงานสวนมีการตั้งข้อสงสัยไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่ามีการลักลอบเล่นการพนัน ฉะนั้นสิ่งที่ตรวจเมื่อวานจึงช่วยยืนยันว่ารายงานการสืบสวนที่มีอยู่ก่อนแล้วถูกต้อง พร้อมยืนยันว่า ตำรวจทำตามเอกสารทุกอย่าง

ส่วนอุปสรรคการตรวจอาวุธ ในอาคารวิบวับ คาร์วอช ที่ตรวจค้นสองครั้ง ในครั้งแรก 26 พฤศจิกายน ยืนยันว่าเข้าไม่ได้ แต่คณะกลับมาประชุมและยืนยันว่าต้องตรวจเพราะอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง กับผับจินหลิง จากนั้นการตรวจครั้งที่ 2 คือวันที่ 1 ธันวาคม ศาลให้เวลา 1 ชั่วโมงเพื่อตรวจตามกรอบเวลาที่เหมาะสม เพราะอาคารไม่มีเจ้าของแสดงตน ต้องหาพยานข้างเคียง สรุปแล้ววันแรกที่ค้นเจอยาเสพติด อาวุธ เจ้าหน้าที่บันทึกภาพเป็นหลักฐาน เรียร้อยแล้วทั้งนี้ยืนยันว่า พยานหลักฐานที่มีอยู่ขณะนี้สามารถดำเนินคดีผู้ทำผิดได้อย่างแน่นอน จากนี้ขอให้ติดตามผลการสั่งคดีของอัยการสูงสุดในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนต่อไป

นอกจากนี้ นายชูวิทย์ ได้แชร์คลิปนายตู้ห่าว แสดงพฤติกรรมโวยวาย โชว์กร่าง โดยระบุว่า

“กูมีเงินเยอะ เข้าใจไหม ถ้าไม่จบ กูยิงมึงจริงๆ นะ กูมีปืน ไปดูภูเก็ตสิ จับกูได้หรือ?

ใครมีเงินทำได้ทุกอย่าง มีคนไทยตายด้วย ติดคุกได้ด้วย เชื่อไหม?”

ฟังแล้ว “ตู้ห่าว” เรียนรู้เร็ว เพราะมีเพื่อนเป็นทั้งตำรวจ ทั้งนักการเมือง ใหญ่ๆ ทั้งนั้น

อยู่เมืองไทยไม่นาน แปลงสัญชาติเป็นไทยได้แค่ไม่กี่ปี

เก่งกว่าไทยแท้ที่เกิดไทยเสียอีก ยอมรับว่ามันเก่งได้ใจจริงๆ

ข้อมูลลับอยู่ในมือพยานเอกอย่างผม ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต”


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QP1Krh0mLDs

คุณอาจสนใจ

Related News