พระราชสำนัก

ในหลวง-พระราชินี ทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจ ที่จังหวัดตรัง และจังหวัดพัทลุง

โดย

28 พ.ย. 2563

24.5K views

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจ ที่จังหวัดตรัง และจังหวัดพัทลุง
วันนี้ เวลา 16 นาฬิกา 24 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดศาลหลักเมืองพัทลุง อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงท่าอากาศยานตรัง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง มีผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง , ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดตรัง , ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ,แม่ทัพภาค 4 พร้อมด้วยข้าราชการ และราษฎรชาวจังหวัดตรัง และจังหวัดใกล้เคียง ทั้งชาวไทยพุทธ และมุสลิม ไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอย่างเนืองแน่น ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับการถวายความเคารพ จากกองทหารเกียรติยศแล้ว ทรงทักทายกับผู้ที่ไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ก่อนประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังเทศบาลตำบลนาโยงเหนือ จังหวัดตรัง และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดศาลหลักเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง
เวลา 17 นาฬิกา 14 นาที เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงยังเทศบาลตําบลนาโยงเหนือ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ในการนี้ ทรงรับเทียนขบวนจากเจ้าพนักงานพระราชพิธี ทรงจุดเทียนชนวนที่โคมไฟฟ้า แล้วพระราชทานแก่ นายไพบูลย์ โอมาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรังนำไปสักการะพระพุทธจอมไตร ณ วัดจอมไตร อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เพื่อเป็นพุทธบูชา โดยพระพุทธจอมไตร มีขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 1.5 เมตร สูง 2 เมตร สร้างเมื่อปี 2488 เป็นพระพุทธรูปที่ทำพิธีหล่อด้วยโลหะองค์แรก ของจังหวัดตรัง ประดิษฐานในอุโบสถวัดจอมไตร ซึ่งเดิมชื่อ "วัดเจาะ" หรือ "วัดกระเจาะ" สร้างเมื่อปี 2393 พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี 2485 อุโบสถเป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า บนฐานเตี้ย เป็นสถาปัตยกรรมฝีมือช่างท้องถิ่น หลังคา 3 ชั้น เครื่องบนเป็นไม้ทั้งหมด กรมศิลปกรประกาศ ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน เมื่อปี 2542
โอกาสนี้ ทั้งสองพระองค์ ทรงโบกพระหัตถ์ แย้มพระสรวล ให้กับราษฎรชาวจังหวัดตรัง ที่ไปรอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปยังจังหวัดพัทลุง
จากนั้น เวลา 18 นาฬิกา 4 นาที เสด็จพระราชดำเนินไป ทรงเปิดศาลหลักเมืองจังหวัดพัทลุง บริเวณวัดควนปรง หมู่ที่ 2 ตำบลท่ามิหรำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ในการนี้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธนวราชบพิตร ทรงกราบ ทรงศีลแล้ว เจ้าพนักงานภูษามาลา เชิญแผ่นยันต์ที่จะบรรจุหัวเม็ดทรงมัณฑ์ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่นยันต์ ทรงม้วนแผ่นยันต์ แล้วสวมแหวนนพรัตน์ที่ม้วนยันต์ และพระราชทานแผ่นยันต์ที่จะบรรจุหัวเม็ดทรงมัณฑ์ คืนเจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญไปยังศาลหลักเมือง
จากนั้น เสด็จขึ้นเกยศาลหลักเมือง ทรงหยิบแผ่นยันต์จากเจ้าพนักงานภูษามาลา แล้วทรงบรรจุลงที่หัวเม็ดทรงมัณฑ์ ทรงสวมยอดหัวเม็ดทรงมัณฑ์ที่ยอดเสาศาลหลักเมือง ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิม ทรงปิดทอง ทรงผูกผ้าสีชมพู แล้วทรงคล้องพวงมาลัยเสาหลักเมือง เสด็จลงจากเกย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสักการะศาลหลักเมืองพัทลุง ทั้งนี้จังหวัดพัทลุง เคยมีหลักเมืองมาก่อน แต่เนื่องจากมีการย้ายเมืองพัทลุง ไปตั้งที่อื่นหลายครั้ง และในปี 2466 ย้ายมาตั้งที่ตำบลคูหาสวรรค์ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งเมืองพัทลุงในปัจจุบัน แต่ยังคงไม่มีการสร้างศาลหลักเมือง ดังนั้นในปี 2553 ประชาชนชาวพัทลุง และภาคส่วนต่างๆ ร่วมกันบริจาคเงินสมทบทุนก่อสร้างศาลหลักเมืองพัทลุง เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และเพื่อเป็นหลักชัยศูนย์รวมจิตใจของประชาชนจังหวัดพัทลุง ซึ่งจัดสร้างศาลหลักเมือง และเสาหลักเมืองประจำจังหวัดพัทลุงแล้วเสร็จในปี 2554 ต่อมา ได้ปรับปรุงองค์ประกอบของศาลหลักเมืองเพิ่มเติม ด้วยการก่อสร้างบันไดทางขึ้น ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบแล้วเสร็จในปี 2562 อาคารศาลหลักเมืองพัทลุง ออกแบบเป็นศิลปะทางภาคใต้เฉพาะจังหวัดพัทลุง มีจัตุรมุข ฉาบปูนปั้น ทาสี หลังคาศิลปะทรงภาคใต้ มียอดปรางค์ พรหมพักตร์สี่หน้า ความสูงตั้งแต่ฐานจนถึงยอด 15 เมตร 80 เซนติเมตร
โอกาสนี้ ทรงปลูกต้นพะยอม ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดพัทลุงไว้เป็นที่ระลึก พร้อมกับ พระราชทานของที่ระลึก แก่ผู้มีอุปการคุณในการบูรณะซ่อมแซมศาลหลักเมืองพัทลุง
ภายหลังทรงเปิดศาลหลักเมืองพัทลุงแล้ว ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเยี่ยมราษฎรที่มารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จกันอย่างเนืองแน่น เนื่องจากเป็นครั้งแรก ที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ที่จังหวัดพัทลุง หลังเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ โดยมีราษฎรทั้งชาวไทยพุทธ และชาวไทยมุสลิม ตั้งใจเดินทางมาจับจองพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อที่จะได้ ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด แม้สภาพอากาศจะร้อน แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรค ส่วนใหญ่เดินทางมาจากพื้นที่อำเภอต่างๆ ของจังหวัดพัทลุง อาทิ อำเภอเมือง , อำเภอควนขนุน รวมทั้ง ราษฎรจากอำเภอนาทวี ,อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ,จังหวัดยะลา และจังหวัดปัตตานี ทุกคนสวมใส่เสื้อสีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพ พร้อมเปล่งเสียงถวายพระพร "ทรงพระเจริญ" ดังกึกก้อง และโบกธงชาติ ธงพระปรมาภิไธย วปร. และธงพระนามาภิไธย สท. ตลอดเส้นทาง เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี พร้อมทั้ง ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสิ่งของ และถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล
โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้กองแพทย์หลวงร่วมกับโรงพยาบาลพัทลุง โรงพยาบาลควนขนุน หน่วยแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง มาดูแลสุขภาพของราษฎร พร้อมกับ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกใหม่ถูกสุขอนามัย พระราชทานแก่ราษฎร ที่มารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ สร้างความซาบซึ้งแก่ทุกคนเป็นอย่างยิ่ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง