อาชญากรรม

มีเงื่อนงำ! ผลชันสูตรชี้เจ้าของร้านข้าวหมูแดง อาจถูกบีบคอตายก่อนไฟไหม้ ตั้งธงฆาตกรรมอำพราง

โดย

24 ก.ค. 2563

1.3K views

จากเหตุเพลิงไหม้บ้านที่เปิดเป็นร้านข้าวหมูแดงหมูกรอบ ถนนราชพฤกษ์ แล้วพบศพนายอนันต์ แสงอุไร อายุ 66 ปี เจ้าของบ้าน แต่ทางครอบครัวเชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้อาจเป็นคดีฆาตกรรมอำพราง

พันตำรวจเอกนครินทร์ สุคนธวิท รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและกองพิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุอีกครั้ง หลังมีรายงานแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช

เบื้องต้นพบว่านายอนันต์ เสียชีวิตจากขาดอากาศหายใจจากการบีบรัดบริเวณลำคอ และยังพบว่ากระดูกต้นคอผู้ตายเว้าและแตก แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นคดีฆาตกรรมหรือไม่ เพราะอาจเกิดจากการล้มก็ได้เนื่องจากลักษณะศพนอนคว่ำ แต่เนื่องจากเป็นการตายผิดธรรมชาติอีกทั้งหลักฐานหลายอย่างถูกไฟไหม้ไปแล้ว จึงยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง

ส่วนการสอบพยานเบื้องต้นพบว่ามีข้อมูลสอดคล้องกันกับคำให้การของลูกผู้ตาย แต่ตำรวจยังต้องตามหาเจ้าหน้าที่กู้ภัยคนแรก และบุคคลอื่นๆ ในละแวกใกล้เคียงมาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งนี้ยังไม่พบว่าผู้ตายมีปัญหาหนี้สินหรือความขัดแย้งอื่นๆ แต่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง

นางสาวยุพาพัชร์ ลูกสาวผู้ตายระบุว่า ปกติพ่อจะนอนบนเตียงตัวเองในห้องนอน ไม่นอนที่อื่น ซึ่งวันเกิดเหตุเพื่อนบ้านพบว่ามีควันไฟออกมาจากกลางตัวบ้าน ทั้งที่จุดนั้นไม่มีปลั๊กไฟ และจะมีเพียง 2 แห่ง คือห้องน้ำและข้างประตู หากเป็นไฟลัดวงจรต้องเป็นที่ห้องนอนที่มีแอร์และปลั๊กไฟ ซึ่งเพื่อนบ้านได้ทุบข้างฝาก็ไม่มีคนตอบรับ และที่น่าสงสัยคือสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท พร้อมพระเครื่อง ที่พ่อสวมใส่ประจำหายไป พร้อมโทรศัพท์มือถือ อีกทั้งลักษณะศพของพ่อที่นอนคว่ำ

เมื่อแพทย์ชันสูตรศพก็สรุปว่าพ่อไม่ได้เสียชีวิตจากการสำลักควันไฟ แต่มีรอยนิ้วมือบีบและกดตรงลำคอ ในหลอดลมมีเพียงเขม่าควันเล็กน้อยซึ่งอาจเข้าไปหลังพ่อเสียชีวิตก็ได้

นางสาวยุพาพัชร์ ยังระบุต่ออีกว่า ปกติพ่อจะตื่นตอน 23.00น. ไปจ่ายตลาดแล้วกลับมาช่วงตีหนึ่ง ก่อนเตรียมอาหารเพื่อเปิดร้านตอนตี4 ถึงตี 5 แล้วจะขายเสร็จช่วงบ่ายสองถึงบ่ายสาม โดยจะมีลูกจ้างหญิงชาวเมียนมา 2 คนทำงานด้วย จากนั้นพ่อจะนั่งพักดื่มเบียร์เป็นกิจวัตร กระทั่ง 18.00-19.00น.จึงจะเข้านอน

ทั้งนี้วันเกิดเหตุไม่ทราบว่าพ่ออยู่กับใคร แต่คนงานที่ออกจากบ้านไปตอน ประมาณ บ่ายสองแจ้งว่าพ่ออยู่คนเดียวตอนทั้งสองออกมา แต่ตนเองได้ยินคนละแวกบ้านบอกว่ามีคนขี่รถผ่านหน้าบ้านหลังพ่อปิดร้าน เห็นว่าพ่อนั่งดื่มเบียร์ กับชายอีกสองคน ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใครเพราะชายทั้งสองนั่งหันหลังให้ประตูหน้าบ้าน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกตัญญูคนแรกที่เข้าไปช่วยเหลือ บอกว่ามีโซ่ล็อกประตูไว้จากนอกบ้าน ซึ่งปกติพ่อจะปิดประตูเหล็กแง้มไว้ หากนอนจึงจะล็อกประตูจากด้านใน แต่ถ้าคนในบ้านยังกลับไม่ครบจะคล้องกุญแจขัดไว้โดยไม่ได้ล็อค

อย่างไรก็ตาม นางสาวยุพาพัชร์ คาดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับคดีการหายตัวไปของ นางสาวนันทิยา หรือออย แสงอุไร อายุ 37 ปี พี่สาว ที่หายสาบสูญไปเมื่อปี 2560 ซึ่งพ่อเคยไปร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปราม เพราะมีการเซ็นหนังสือยกเลิกการตามหาตัวไปแล้ว รายงานแจ้งว่า นางสาวนันทิยา ที่หายสาบสูญไปเมื่อปี 2560 นั้น ทางครอบครัวเชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับนายซีม่อน บินตัน อายุ 53 ปี ชาวอิสราเอลผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพนายเฮลิยาฮู โคเฮน อายุ 63 ปี อดีตตำรวจเพื่อนร่วมชาติ โบกปูนในท้องที่ สภ.บางบัวทอง

ในเวลาต่อมา พลตำรวจตรีอิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดูแลงานสืบสวน เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีนี้ด้วยตัวเอง พร้อมร่วมสอบปากคำบุตรสาวและครอบครัวของผู้ตาย และมอบแนวทางการสืบสวนให้รวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมดเพื่อคลี่คลายข้อสงสัยของทางครอบครัวผู้ตายทุกประเด็น และเร่งรัดให้พนักงานสอบสวนดำเนินการขอเอกสารการแจ้งตายจากทางนิติเวช และตรวจหาดีเอ็นเอ และรอยนิ้วมือจากบัตรประชาชนและใบขับขี่ ของชายที่ครอบครัวไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้าที่ครอบครัวผู้ตายพบตกในบ้านโดยเร็ว

โดยเมื่อเสร็จสิ้นจากการให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ นางสาวยุพาพัชร์ พร้อมครอบครัวและ ทนายรณณรงค์ เดินทางกลับมาที่บ้านจุดเกิดเหตุ เพื่อทำพิธีอันเชิญดวงวิญญาณ ซึ่งทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ระบุว่า สิ่งแรกที่พบความผิดปกติคือ โซ่คล้องประตู ทั้งชั้รในและชั้นนอก รวมถึงเรื่องสร้อยทองคำ 5 บาท ที่หายไป โทรศีพท์มือถือผู้ตาย 1 เครื่องก็หายไป นอกจากนี้ยังมีเงินสดจำนวนหนึ่ง เพราะผู้ตายเป็นคนมีนิสัยไม่ฝากเงินกับธนาคาร และเป็นคนมีเพื่อนเยอะมักดื่มสังสรรกันบ่อยครั้ง

ส่วนอีกประเด็นที่นายรณณรงค์ ไม่พอใจคือ การลงพื้นที่ของตำรวจ เหตุใดจึงไม่ทราบว่า ผู้ตายเสียชีวิตด้วยวิธีนั่ง ซึ่งหากเห็นคลิปบนโลกออนไลน์แต่แรกคงทราบว่าเป็นการฆาตกรรม และคงไม่ต้องเพิ่งมาทำงานกันวันนี้ และหากตั้งแต่เกิดเหตุนำชุดพิสูจน์หลักฐานชุดใหญ่มาแต่แรกหลายอย่างคงง่ายขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความละเลยของตำรวจ

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B4-ESDcpHp4

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ