สังคม-อาชญากรรม
เปิดปฎิบัติการสยบจ่าคลั่ง 'บิ๊กแป๊ะ' พร้อมลูกชาย เคี่ยงบ่าร่วมสมทบ - เผยภาพ จนท.กอดกันหลังจบภารกิจ
10 ก.พ. 2563
3.9K views
จากกรณีเจ้าหน้าที่ทำการวิสามัญ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ทหารสังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จังหวัดนครราชสีมา คลุ้มคลั่งกราดยิงประชาชนไม่เลือกหน้ากลางเมืองโคราช ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก
ปฎิบัติการวิสามัญคนร้ายเพื่อสยบเหตุการณ์กราดยิงต่อเนื่อง 18 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่มีการระดมกำลังจากหลายหน่วยงานทั้งจากหน่วยอรินทราช 26 กำลังจากทีมหนุมานกองปราบ กองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 รอ. เจ้าหน้าที่ทหารและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังกันร่วมปฎิบัติการณ์ในครั้งนี้
ภารกิจแรกที่เจ้าหน้าที่ได้รับมอบหมายซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่สุดคือ การอพยพคนที่อยู่ในห้างเทอร์มินอล 21 ออกมาอย่างปลอดภัย โดยปฎิบัติการเริ่มตั้งแต่เวลา 21.00 น. หน่วยหนุมานกองปราบเป็นชุดแรกที่เข้าไปในพื้นที่ทำการปิดล้อมบริเวณบันไดเลื่อน 3 จุด บันไดหนีไฟ 2 จุด แบ่งกำลังล้อมรอบประตูภายนอก และบริเวณชั้น LG ซึ่งเป็นทางออกของห้าง จากนั้นจึงทยอยนำผู้คนออกมา
การนำผู้คนออกมาจุดสำคัญคือ ก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งประชาสัมพันธ์ให้คนที่ติดอยู่ภายในห้างจะโทรศัพท์ หรือส่งข้อความเข้าไปที่กองปราบผ่านช่องทางเฟซบุ๊กกองปราบหรือโทรสายด่วน 191 เพื่อแจ้งพิกัดของตัวเองที่แน่นอน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการรวบรวมข้อมูล หลังจากนั้นหน่วยหนุมานกองปราบชุดแรกก็กระจายกำลังกันไปตามจุดที่ประชาชนแจ้งไว้กับกองปราบเพื่อช่วยเหลือนำตัวออกมา
ล็อตการอพยพผู้อยู่ในอาคารที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่เวลา 02.00 น. ซึ่งสามารถนำพาออกมาได้มากถึง 40 คนในลักษณะบางคนวิ่งกรูออกมา ส่วนหนึ่งเจ้าหน้าที่บอกให้หมอบคลานออกมา บางคนอุ้มบุตรออกมา
เวลา 02.30 น. เกิดการปะทะรอบแรก คนร้ายยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ ตามรายงานนั้นระบุว่าช่วงที่อพยพคนออกมาได้ส่วนหนึ่งแล้ว คนร้ายพยายามจะออกจากห้างโดยการยิงไปที่ถังแก๊สที่อยู่นอกห้างทำให้เกิดการปะทะครั้งใหญ่และเสียงปืนดังขึ้น ท้ายที่สุดคนร้ายต้องล่าถอยกลับเข้าไปในห้างอีกครั้ง
มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งส่งข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กของกองปราบว่าถูกคนร้ายจับกุมอยู่ในห้องเย็นชั้น LG โดยข้อความที่ได้รับจากทางเจ้าหน้าที่นั้นระบุว่า ผู้ที่ติดอยู่ภายในอ้างว่าตอนนี้ เริ่มหายใจไม่ออก และอากาศกำลังจะหมดแล้ว ช่วงแรกที่เจ้าหน้าที่ได้รับข้อความนี้มาเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากคนร้ายอาจใช้เฟซบุ๊กของตัวประกันหลอกล่อเจ้าหน้าที่เข้าไปในชั้นใต้ดิน
ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงเริ่มใช้โดรนซึ่งเป็นโดรนของเจ้าหน้าที่ค่อยๆ บินเข้าไปเพื่อหาพิกัดภายในห้าง ซึ่งคนร้ายได้ยิงโดรนของเจ้าหน้าที่ล่วงทีละลำ สุดท้ายเจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน เนื่องจากมีโดรนของสื่อมวลชนสำนักข่าวหนึ่งสามารถตรวจจับความร้อนหรือตรวจจับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายในพื้นที่ที่โดรนบินผ่านได้ เจ้าหน้าที่จึงประสานขอความร่วมจากทางสื่อมวลชน หลังจากนั้นช่างภาพ และเจ้าหน้าที่สื่อมวลชนที่บังคับโดรนได้เริ่มเดินเข้าไปในห้างสู่จุดปลอดภัย โดยมีตำรวจคอยสั่งการโดรนบินเข้าไปในชั้น LG ปรากฎว่าเมื่อโดรนบินผ่านห้องเย็นเกิดไฟดับ จุดนั้นเองที่ทำให้เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าคนร้ายอยู่บริเวณห้องเย็นห้องสุดท้าย จึงเริ่มเข้าสู่ปฎิบัติการห้องเย็น
เมื่อเวลา 09.00 น. ผู้นำทีมคือพ.ต.ต.ศตวรรษ คนชุม หรือสารวัตรเกมส์ สารวัตรกองบังคับการตำรวยมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 รอ. เป็นผู้นำหน่วยร่วมปฎิบัติภารกิจห้องเย็น ตามรายงานระบุว่าสารวัตรเกมส์เป็นคนถือโล่นำขบวนเข้าไปภายในห้องเย็น ปรากฎว่าคนร้ายอยู่ภายในบริเวณนั้นได้ยิงสวนออกมาทันที มีการยิงจากล่างขึ้นบนทำให้กระสุนถูกเข้าไปที่เหนือหัวเข่า แต่โชคดีที่กระสุนไม่ได้ถูกอวัยวะสำคัญ ทำให้สารวัตรเกมส์ล้มลง ทีมที่เข้าไปด้วยจึงรีบช่วยดึงร่างของสารวัตรเกมส์ออกมา
หลังจากนั้นหน่วยอรินทราช 26 จึงเริ่มเข้าภายในพื้นที่ ปรากฎว่าหนึ่งในหน่วยอรินทราช 26 ถูกยิงเสียชีวิต คนร้ายเริ่มปฎิบัติการเปลี่ยนรูปแบบจากการยิงจากล่างขึ้นบนเป็นการยิงแบบสาดกระสุน แต่สุดท้ายคนร้ายก็ไม่รอดถูกวิสามัญนอนเสียชีวิตอยู่บริเวณห้องเย็นที่ใช้ในการหลบซ่อนตัว ตามรายงานระบุว่าสภาพศพข้างกายมีอาวุธปืนอยู่ครบมือ ซึ่งในมือยังกำอาวุธปืนแน่น
การปฎิบัติการครั้งนี้ต้องทำอย่างรอบครอบเนื่องจากมีรายงานว่านอกจากจะมีตัวประกันที่ถูกจับไว้ในบริเวณห้องเย็นแล้ว ยังมีรายงานว่าคนร้ายอาจจะมีระเบิดผูกติดอยู่กับตัวด้วย โดยมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ใช้วิธีล่อเป้าให้คนร้ายยิงมาที่เจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียวเพื่อไม่ให้เป็นการสาดกระสุนออกไปบริเวณภายนอกห้าง ทำให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 นาย
หลังจากที่เจ้าหน้าที่ปฎิบัติการห้องเย็นเสร็จเรียบร้อยจึงเกิดภาพการกอดกันของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากส่วนหนึ่งโล่งจากที่ภารกิจลุล่วง ส่วนหนึ่งเพื่อปลอบใจที่มีเพื่อนเจ้าหน้าที่เสียชีวิตขณะปฎิบัติหน้าที่
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. อยู่ในชุดเครื่องแบบเต็มยศพร้อมอาวุธปืนหนัก เข้าไปภายในห้างเพื่อควบคุมและปฎิบัติงานในครั้งนี้ด้วยตัวเอง ตามรายงานระบุว่าไปพร้อมกับบุตรชาย ร.ต.อ.ชานันท์ ชัยจินดา ผู้บังคับการกองร้อย (สบ 2) กองกำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
และยังมี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ที่ร่วมปฎบัตภารกิจครั้งนี้ โดยมีภาพถ่ายที่สังเกตได้ว่าสวมใส่รองเท้าคู่เดียวกัน
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/mGXEqfuBVJI
แท็กที่เกี่ยวข้อง