สังคม

แจ้งเพิ่ม 'นัน กิ่งเพชร' แก๊งจับลิขสิทธิ์การ์ตูน เจ้าตัวยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

25 พ.ย. 2562

599 views

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ยืนยัน แม้ นัน กิ่งเพชร ปากแข็ง ให้การภาคเสธ แต่หลักฐานแน่น เอาผิดได้แน่นอน พร้อมแจ้งเพิ่มอีก 2 ข้อหา
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 ที่ห้องประชุมกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 ได้ทำการสอบปากคำนายภูมิภากรหรือนัน กิ่งเพชร ถิ่นสุวรรณ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมหาสารคามที่จ.186/2562 ลงวันที่ 12 พ.ย. 62 โดยกล่าวหาว่า กรรโชกทรัพย์ ซึ่งขณะสอบปากคำนั้น ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ แต่ยอมรับว่า ได้คุยกับผู้เสียหายบ้าง แต่การเรียกรับเงินหรือขั้นตอนการบริหารจัดการ การรับเงิน การลงประจำวันนั้น นายพิพล โตตันติกุล เป็นผู้จัดการทั้งหมด เพราะนายพิพลเป็นผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ ซึ่งเมื่อได้เงินมา นายพิพลจะเป็นผู้แบ่งเงินให้ ซึ่งไม่ได้เรียกร้องว่าจำนวนเท่าใด
จากนั้นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค4 พร้อมพล.ต.ต.ดิเรก จิตอร่าม ผบก.ภ.จว.มค. ก็ร่วมกันแถลงข่าวรายละเอียดการจับกุมนายภูมิภากรหรือนัน กิ่งเพชร ถิ่นสุวรรณ ว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา น.ส.ชญานิศ นามไพร อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13ม.9ต.แคนใหญ่ อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม ว่า...
เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ได้ขายสินค้าทางเฟซบุ๊กชื่อ นิดหน่อย เด็กดี โดยขายสินค้าประเภทชั้นวางของที่ทำจากไม้โดย ซึ่งรับมาจากคนอื่นแล้วนำมาขายต่อชิ้นละ 290 บาท และในเดือนเดียวกันต่อมาประมาณวันที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ วนิสา ถินสุวรรณ์ ส่งข้อความมาช่องส่วนตัวว่าต้องการซื้อชั้นวางของที่มีลวดลายตัวการ์ตูนโดเรม่อน ผู้เสียหายเลยตอบไปว่าไม่มีลวดลายโดเรม่อน ส่วนตัวอย่างสินค้าที่นำมาลงเฟซบุ๊กผู้เสียหายได้นำมาจากภาพสินค้าของบุคคลอื่นไม่ได้เป็นผู้ผลิต แต่ทางผู้ติดต่อต้องการสินค้าลายโดเรม่อน จำนวน 2 ชิ้น ผู้เสียหาย จึงได้ไปซื้อกระดาษห่อของขวัญที่มีลายโดเรม่อนมาติดชั้นวางของตามที่ลูกค้าสั่งโดยผู้สั่งซื้อได้ให้ทำลวดลายคิตตี้อีก 1 ชิ้น
โดยลูกค้าได้โอนเงินค่ามัดจำเข้าบัญชีของผู้เสียหาย จำนวน 100 บาท หลังจากนั้นลูกค้าได้นัดวันส่งสินค้าโดยกำหนดสถาน ที่ห้างเสริมไทยคอมเพล็กสาขามหาสารคาม
ขณะส่งสินค้านั้นนายภูมิภากร ได้ขอดูสินค้าเสร็จพร้อมยื่นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ให้กับผู้เสียหาย และนายภูมิภากรยังอ้างว่าตัวเองเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งยังบอกอีกว่า มีผู้เสียหายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แจ้งความอยู่ที่ สภ.เมืองมหาสารคาม และบอกกับผู้เสียหายว่าจะต้องถูกจับและต้องถูกนำตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เมืองมหาสารคาม 
จากนั้นจึงนำตัวผู้เสียหายไปที่ สภ.เมืองมหาสารคาม เมื่อไปถึง สภ.เมืองมหาสารคามก็พบกับนายพิพล โตตันติกุล ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทลิขสิทธิ์ และนายพิพลก็ข่มขู่ผู้เสียหาย หากไม่ยอมเสียค่าปรับจะถูกจำคุก และมีประวัติติดตัวไม่สามารถที่จะ ทำงานเป็นข้าราชการได้ หากไม่อยากถูกดำเนินคดีจะต้องจ่ายเงินจำนวนคนละ 100,000บาท 
ในระหว่างนั้นผู้เสียหายบอกว่าตัวเองเป็นนักศึกษายังไม่มีรายได้ และผู้เสียหายได้โทรหาผู้ปกครอง และมีการพูดคุยกันจนมีการยอมลดค่าปรับเหลือคนละ 50,000บาท โดยผู้ปกครองได้เดินทางนำเงินมาจ่ายค่าปรับพร้อมลงบันทึกประจำวันที่สภ.เมืองมหาสารคามไว้เป็นหลักฐาน
พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 กล่าวต่ออีกว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งความจากผู้เสียหายจึงมีการตรวจสอบรายละเอียดจนทราบว่านายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และไม่ใช้พนักงานบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ 
ในส่วนของนายพิพล โตตันติกุล นั้นเป็นพนักงานที่รับมอบอำนาจจากบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์จริง แต่พฤติกรรมที่ทำนั้นไม่ใช่การปฏิบัติที่ถูกต้อง แต่เป็นการกรรโชกทรัพย์จากประชาชน จึงมีการรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ นายพิพล โตตันติกุล และ นายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ 
โดยพนักงานสอบสวน ได้ยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดมหาสารคาม หมายจับที่ จ.186/2562 และ จ.187/2562 ลง 12 พฤศจิกายน 2562
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ยังได้กล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินการในทางคดีว่า หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวก็จะส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม เพื่อทำการสอบสวนเพิ่มเติม ในส่วนที่ผู้ต้องหาให้การภาคเสธนั้น เป็นเรื่องปกติ ซึ่งในจุดนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้วิตกกังวลแต่อย่างใด เพราะมีพยาน หลักฐานที่ชัดเจน สามารถเอาผิดกับผู้ต้องหาได้ และสามารถนำตัวส่งฟ้องศาลได้เช่นกัน ซึ่งในชั้นพนักงานสอบสวนนั้น ได้คัดค้านการประกันตัว ส่วนในชั้นศาลนั้น ผู้ต้องหาสามารถยื่นประกันตัวได้ตามสิทธิที่พึงกระทำได้
“พฤติกรรมที่นายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ ผู้ต้องหามีความผิดที่ชัดเจนและตำรวจมีหลักฐานที่จะเอาผิดได้ตามกฎหมายคือคดีกรรโชกทรัพย์ และจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มในข้อหา แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ เพราะผู้ต้องหาไม่ได้เป็นตำรวจ และไม่ได้เป็นพนักงานบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ ในขณะที่นายพิพล โตตันติกุล ผู้ต้องหาอีกคนที่ถูกออกหมายจับ แต่ยังจับกุมตัวไม่ได้ก็อยู่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานงานกับทางบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ เพื่อขอคำตอบที่เป็นเอกสารยืนยันว่า เป็นพนักงานผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท หน้าที่ที่รับผิดชอบ กับการกระทำที่ทำกับผู้เสียหายนั้นถูกต้องหรือไม่ หรือเป็นการกระทำที่เกินหน้าที่ ที่ตัวเองรับผิดชอบก็จะถูกดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จ และข้อหาแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจด้วย”

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ