ต่างประเทศ
แผ่นดินไหวใหญ่ 7.7 เขย่าปานามา เตือนภัยสึนามิ อาคารพังถล่มเสียหายหนัก ปชช.หนีตาย
2 ชั่วโมงที่แล้ว
21 views
เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้ง ขนาด 7.7 และ 6.6 แมกนิจูด รวมถึงอาฟเตอร์ช็อกอีกหลายระลอก เขย่าประเทศปานามาเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้อาคารบางแห่งพังถล่ม ถนนแตกร้าว ทางการประกาศเตือนภัยสึนามิก่อนยกเลิกในเวลาต่อมา พร้อมสั่งอพยพประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ หรือ USGS ระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งแรก มีจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากชุมชนห่างไกลชื่อปิตาโลซา อาร์ริบา (Pitaloza Arriba) ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 10 กิโลเมตร ในจังหวัดเอร์เรรา (Herrera) ทางตอนกลางของประเทศ และมีความลึกประมาณ 10 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนทั่วประเทศ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างโคลอมเบีย
ในช่วงแรก USGS รายงานว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้มีขนาด 8.0 แมกนิจูด ก่อนปรับลดเป็น 7.6 และปรับเพิ่มเป็น 7.7 แมกนิจูดในเวลาต่อมา
ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งหลังจากนั้น เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.6 แมกนิจูดตามมาอีกระลอก โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองริโอ กรานเด (Río Grande) บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ไปทางตะวันตกประมาณ 12 กิโลเมตร และมีความลึกประมาณ 10 กิโลเมตร
หลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ยังมีแผ่นดินไหวตาม หรืออาฟเตอร์ช็อก เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมากกว่า 45 ครั้ง
แรงสั่นสะเทือนทำให้ประชาชนในกรุงปานามาซิตี เมืองหลวงของประเทศ พากันหนีออกจากอาคารและไปรวมตัวกันบนท้องถนนเพื่อความปลอดภัย ประชาชนรายหนึ่งเล่าว่า เธอรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนได้อย่างชัดเจน โดยสิ่งของรอบตัวสั่นไหวไปหมด เธอตัดสินใจรออยู่ภายในอาคารสักพักจนแรงสั่นสะเทือนเบาลง ก่อนรีบวิ่งออกมา โดยระหว่างนั้นมีเสียงผู้คนกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว
ส่วนที่เมืองเปโนโนเม (Penonomé) ทางตอนกลางของปานามา แรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารแห่งหนึ่งพังถล่มลงมา แต่ยังไม่มีรายงานยืนยันว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่
นอกจากนี้ แผ่นดินไหวยังสร้างความเสียหายให้กับอาคารอีกหลายแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้จุดศูนย์กลาง ขณะเดียวกัน มีรายงานไฟฟ้าดับในอย่างน้อย 6 จังหวัด
ด้านท่าอากาศยานนานาชาติโตกูเมน (Tocumen International Airport) ในกรุงปานามาซิตี ซึ่งเป็นหนึ่งในสนามบินที่มีผู้โดยสารหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาค ประกาศระงับเที่ยวบินทั้งหมดชั่วคราวหลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งแรก ก่อนกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในเวลาต่อมา
ส่วนสถานการณ์ที่คลองปานามา หน่วยงานบริหารคลองปานามาระบุว่า การเดินเรือผ่านคลองยังคงดำเนินไปตามปกติ พร้อมส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อประเมินความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
แผ่นดินไหวครั้งนี้ทำให้มีการประกาศเตือนภัยสึนามิบริเวณชายฝั่งของปานามา โคลอมเบีย เอกวาดอร์ นิการากัว และกัวเตมาลา ก่อนยกเลิกคำเตือนในเวลาต่อมา ขณะที่เอลซัลวาดอร์และชิลีก็ยกเลิกการแจ้งเตือนสำหรับเกาะอีสเตอร์เช่นกัน
เนสตอร์ ลูกเก ผู้อำนวยการสถาบันธรณีศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยปานามา กล่าวว่า ในช่วงแรกมีการคาดการณ์ว่าอาจเกิดคลื่นสูงประมาณ 1-3 เมตร บริเวณเกาะกาญาส (Isla Cañas) และชายฝั่งทางตอนใต้ของจังหวัดลอสซานโตส (Los Santos) แต่ไม่คาดว่าจะเกิดคลื่นขนาดใหญ่ในพื้นที่อื่นนอกเหนือจากบริเวณดังกล่าว
แม้จะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงต่อเนื่อง แต่ประธานาธิบดีโฮเซ ราอูล มูลิโน ของปานามา เปิดเผยว่า จนถึงช่วงเย็นวันศุกร์ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ในอีกไม่กี่ชั่วโมงหรือหลายวันข้างหน้า เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเสียหาย
สื่อต่างประเทศรายงานว่า ความเสียหายจากแผ่นดินไหวในปานามามีแนวโน้มจำกัดกว่าเหตุการณ์ในบางประเทศเพื่อนบ้าน เช่น โคลอมเบียและเวเนซุเอลา โดยปัจจัยหนึ่งอาจมาจากการที่จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ในพื้นที่ห่างไกลซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่เบาบาง ขณะที่บริเวณจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลามีประชากรอาศัยอยู่เกือบ 1.4 ล้านคน ส่วนในโคลอมเบียมีประชากรมากกว่า 1.6 ล้านคน
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังให้ความเห็นว่า ปานามามีการบังคับใช้กฎระเบียบควบคุมการก่อสร้างอาคารอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะมาตรฐานการก่อสร้างอาคารสูงในกรุงปานามาซิตี ซึ่งอาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยลดความเสียหาย
สำหรับสาเหตุของแผ่นดินไหวครั้งนี้ มีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับระบบรอยเลื่อนอาซูเอโร-โซนา (Azuero-Soná) ซึ่งมีการสะสมแรงเค้นใต้พื้นโลก ก่อนปลดปล่อยพลังงานออกมาเป็นครั้งคราว เนสตอร์ ลูกเก ระบุว่า คลื่นสัญญาณแผ่นดินไหวแผ่กระจายไปทั่วประเทศ จึงทำให้ประชาชนในหลายพื้นที่รับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ โดยในกรุงปานามาซิตี แรงสั่นสะเทือนกินเวลาประมาณ 40 วินาที ขณะที่บางพื้นที่อาจรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนได้นานกว่านั้น
ทั้งนี้ USGS ประเมินว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากแผ่นดินไหวครั้งนี้อาจมีมูลค่าคิดเป็นสัดส่วนระหว่าง 1% ถึง 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ของปานามา
แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่สุดในรอบ 35 ปี โดยเมื่อปี 1991 ปานามาเคยได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวขนาด 7.4 แมกนิจูด ซึ่งมีจุดศูนย์กลางอยู่ในประเทศคอสตาริกาที่อยู่ใกล้เคียง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 23 คน บาดเจ็บ 559 คน และประชาชนหลายพันคนไร้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่โบกัสเดลโตโร (Bocas del Toro) บริเวณชายแดน
แผ่นดินไหวเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้บ่อยในปานามา โดยเฉพาะบริเวณชายแดนติดกับคอสตาริกาและพื้นที่ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก เนื่องจากการเคลื่อนตัวและปฏิสัมพันธ์ระหว่างแผ่นเปลือกโลกหลายแผ่น ได้แก่ แผ่นโคโคส (Cocos) แผ่นนาซกา (Nazca) และแผ่นแคริบเบียน (Caribbean)
นอกจากนี้ ปานามายังตั้งอยู่ในแนววงแหวนแห่งไฟ หรือ Ring of Fire ซึ่งเป็นแนวภูเขาไฟและรอยเลื่อนทางธรณีวิทยาที่ทอดยาวรอบมหาสมุทรแปซิฟิกประมาณ 40,000 กิโลเมตร โดยเป็นบริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวส่วนใหญ่ของโลก
แท็กที่เกี่ยวข้อง