ต่างประเทศ

วิฤตพรมแดนสเปน ผู้อพยพ 60,000 คนทะลักเข้า 'เซวตา' ดับแล้ว 57 ศพ

2 ชั่วโมงที่แล้ว

16 views

สเปนกำลังเผชิญกับวิกฤตผู้อพยพครั้งใหญ่ หลังจากที่ผู้อพยพจากประเทศโมร็อกโก ซึ่งมีพรมแดนติดกับเมืองเซวตา หรือเซอูตา (Ceuta) ดินแดนปกครองตนเองของสเปนในแอฟริกาเหนือ หนีข้ามพรมแดนทั้งทางบกและทะเลเข้ามายังเซวตาตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเกือบ 6 หมื่นคนภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง


ภาพการไหลทะลักของผู้อพยพจากโมร็อกโก ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก นับเป็นไหลทะลักของผู้อพยพครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งที่ไม่ค่อยได้เห็น การอพยพครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อนศาลสูงสเปนได้มีคำตัดสินว่า ผู้อพยพที่ถูกสกัดกั้นกลางทะเลขณะพยายามเดินทางไปยังเซวตา หรือ เมลียา ซึ่งเป็นดินแดนของสเปนอีกแห่งหนึ่ง ไม่สามารถถูกส่งตัวกลับไปยังโมร็อกโกได้โดยทันที ทำให้ผู้อพยพเข้าใจว่า พวกเขาจะมามีอนาคตใหม่ที่สดใสที่นี่ จึงพากันอพยพข้ามฝั่งมายังเซวตา และบางส่วนก็ปีนรั้วข้ามพรมแดนไปยังเมืองเมลียา


ข่าวที่แพร่สะพัดออกมาเรื่องคำตัดสินของศาลสูงสเปน ทำให้ผู้อพยพพากันไหลทะลักเข้ามายังเซวตา รายงานจากสเปนระบุว่า ช่วง 24 ชั่วโมง มีผู้อพยพหลั่งไหลเข้ามาเกือบ 6 หมื่นคน ทั้งว่ายน้ำและเดินทางผ่านจุดผ่านแดน มีรายงานผู้อพยพเสียชีวิตมากถึง 57 คน ทั้งจากจมน้ำตายและจากการเบียดเสียดยัดเยียดกันปีนข้ามรั้วกั้นพรมแดนเข้ามา

สเปนต้องส่งทหารเข้ามาช่วยควบคุมสถานการณ์ ขณะที่เจ้าหน้าที่โมร็อกโก ก็ช่วยกันสกัดกั้น

มีรายงานว่า สเปนได้ส่งกำลังทหารไปเสริมกำลังรักษาความปลอดภัยทั้งที่เมืองเซวตาและเมืองเมลียา ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่า มีการข้ามพรมแดนประมาณ 300-400 ครั้งในชั่วข้ามคืน

เซวตาและเมลียา เป็นเมืองปกครองตนเองของสเปนอีกแห่งหนึ่งอยู่ทางตอนเหนือของโมร็อกโก เป็นสองเมืองที่มีพรมแดนทางบกติดกับทวีปแอฟริกาเพียงแห่งเดียวของสหภาพยุโรป เมืองทั้งสองแห่งนี้ แต่ละแห่งมีประชากรประมาณ 85,000 คน และมักประสบกับช่วงเวลาที่มีการพยายามข้ามพรมแดนของผู้อพยพที่ต้องการไปยังยุโรปเพิ่มขึ้นเป็นระยะ ๆ แต่การแห่ข้ามพรมแดนในวันพฤหัสบดี (30 กรกฎาคม) นั้นรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

อย่างไรก็ตามเมื่อเดินทางมาถึงเซวตา ผู้อพยพหลายคนผิดหวังและบอกว่า สถานการณ์ไม่ได้เป็นเหมือนที่เผยแพร่ทางโลกออนไลน์ที่บอกว่า สเปนเปิดต้อนรับผู้อพยพ เมื่อเดินทางมาถึงคนในเซวตาไม่ได้ปฏิบัติต่ออย่างดีกับผู้อพยพ พวกเขาปิดร้านค้าทั้งหมดและปฏิเสธหนทางในการดำรงชีวิตของผู้อพยพ พวกเขาปฏิบัติต่อผู้อพยพอย่างโหดร้าย พวกเขาใช้กำลังอาวุธต่อต้านเราและ" พวกเขาขู่ฆ่าเรา เราเห็นคนตายต่อหน้าต่อตา นี่เป็นเรื่องน่าอับอายสำหรับชาวโมร็อกโก

หนึ่งในผู้อพยพที่ตัดสินใจเดินทางกลับคือ ความหิว พวกเขาไม่ได้กินอะไรเลยในช่วง 48 ชั่วโมงที่ตัดสินใจข้ามพรมแดนมา และไม่มีที่พัก ขณะที่อีกเหตุผลหนึ่งคือ ชาวสเปนเชื้อสายโมร็อกโกที่อาศัยอยู่ในเซวตาทำร้ายผู้อพยพ

ล่าสุดมีรายงานว่า ผู้อพยพทะยอยเดินทางกลับโมร็อกโกมากกว่า 37,500 คนแล้ว ภาพที่เห็นนี้คือที่พรมแดนทาลาฮัล ของโมร็อกโก

วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ (Pedro Sanchez) ของสเปน ต้องเร่งเดินทางมาที่เซวตา เมื่อวานนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับการรับมือกับการแห่ข้ามพรมแดนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนที่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน

นายกฯสเปนกล่าวว่า การที่ประชาชนหลายหมื่นคนข้ามพรมแดนจากโมร็อกโกเข้าสู่เมืองเซวตา ซึ่งเป็นดินแดนของสเปนในแอฟริกาเหนือ ถือเป็น "การละเมิดอธิปไตยทางดินแดนของสเปน" และกล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการส่งตัวผู้ที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมายกลับประเทศ โดยได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่จากโมร็อกโก ซานเชซยังถูกผู้ประท้วงด่าทอเมื่อเดินทางมาถึง

นายกฯ ซานเชซ ยังกล่าวด้วยว่า การข้ามพรมแดนที่เพิ่มขึ้นนี้เกิดจากเครือข่ายอาชญากรที่จงใจตีความคำตัดสินของศาลฎีกาเมื่อเร็วๆ นี้ผิดไป จากการพูดคุยกับทางการโมร็อกโก พบว่า มีกลุ่มมาเฟียค้ามนุษย์ได้ตีความคำตัดสินของศาลฎีกาไปในทางที่เอื้อประโยชน์ต่อตนเอง” และได้มีการ “แพร่กระจายข่าวลือผิดๆไปอย่างรวดเร็ว” ทั้งนี้สเปนจะพิจารณาเสริมกำลังตามแนวชายแดนกับโมร็อกโก และทางการโมร็อกโกกำลังให้ความร่วมมือในการส่งตัวผู้ที่เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายกลับประเทศด้วย

แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทำไมชาวโมร็อกโกจำนวนมากถึงต้องการอพยพออกจากประเทศ สื่อต่างประเทศรายงานว่า โมร็อกโก มีอัตราการว่างงานสูง เมื่อปีที่แล้วยังเกิดการประท้วงต่อต้านรัฐบาลโดยกลุ่มคนรุ่น Gen Z หลายครั้ง โดยคนหนุ่มสาวเรียกร้องโอกาสที่ดีกว่าและการปรับปรุงบริการสาธารณะจากรัฐบาล

ชาวโมร็อกโกอายุ 15 ถึง 24 ปี หนึ่งในสี่คนไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา การจ้างงาน หรือการฝึกอบรม

ในขณะที่โมร็อกโกไม่เคยยอมรับอำนาจอธิปไตยของสเปนเหนือเมืองเซวตาและเมลียา โดยโมร็อกโกบอกว่า ดินแดนส่วนแยกของสเปนที่มีมานานหลายศตวรรษนี้ว่าเป็น "ดินแดนที่ถูกยึดครอง" ซึ่งทำให้ผู้เชี่ยวชาญบางคนตั้งคำถามว่า ทางการโมร็อกโก จึงจงใจไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อป้องกันการข้ามแดนนี้หรือไม่

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความแตกแยกในยุโรป โดยผู้นำของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเรียกร้องให้สเปนรับประกันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะอยู่ภายใต้การควบคุม

นายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ของอิตาลี กล่าวถึงภาพจากเมืองเซวตาว่า "น่าตกใจ" เธอยังได้เขียนบนโซเชียลมีเดียว่า "การอพยพเข้าเมืองอย่างไม่ควบคุม" เช่นนี้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของยุโรป

และในเวลาต่อมาเมื่อวานนี้ อิตาลีได้ประกาศระงับข้อตกลงเขตเชงเก้นกับสเปนเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายเสรี เป็นเวลา 1 เดือน โดยควบคุมพรมแดนทั้งทางอากาศและทางทะเล

ขณะที่อัวร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้โพสต์ข้อความว่า ภาพผู้อพยพที่ไหลทะลักเข้าเซวตาเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เราไม่สามารถอนุญาตให้ใครเข้ามาในสหภาพยุโรปของเราโดยไม่ปฏิบัติตามกฎของเราได้ การข้ามแดนที่อันตรายต้องหยุดลงทันที เครือข่ายการลักลอบขนคนต้องถูกทำลาย และการส่งตัวกลับต้องรวดเร็วที่สุดเท่าที่กฎของเราอนุญาต

ขณะที่อันเดรย์ บาบิช รัฐมนตรีต่างประเทศสาธารณรัฐเช็ก เรียกร้องให้ระงับสมาชิกภาพของสเปนในเขตเชงเก้นเป็นการชั่วคราว

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เรียกสถานการณ์ในเซวตาว่า "หายนะ" และกล่าวโทษว่าเป็นเพราะ "กฎหมายอ่อนแอ การบริหารจัดการที่แย่"

มารี รันตาเนน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยฟินแลนด์ กล่าวว่า สเปนล้มเหลวในการปกป้องพรมแดน ขณะที่ฟรีดริช เมอร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เรียกร้องให้โมร็อกโก "รับผู้อพยพผิดกฎหมายกลับทันที"

ส่วนลอรองต์ นูเนซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศส กล่าวว่า กำลังตำรวจฝรั่งเศสที่ประจำการอยู่บริเวณชายแดนติดกับสเปนจะเพิ่มขึ้นเป็นห้าเท่าภายในวันนี้ พร้อมทั้งเสริมกำลังการเฝ้าระวังทางอากาศและการลาดตระเวนบนรถไฟด้วย

เขตเชงเก้นเป็นระบบพรมแดนเปิดที่ครอบคลุม 29 ประเทศในยุโรป โดยประเทศเหล่านี้ตกลงยกเลิกการตรวจคนเข้าเมืองระหว่างกัน ทำให้เดินทางข้ามพรมแดนได้เสรี โดยใช้ วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) เพียงใบเดียว

เมืองเซวตา (Ceuta) ตั้งอยู่บนชายฝั่งทวีปแอฟริกาเหนือ ติดกับประเทศโมร็อกโก และอยู่ใกล้กับบริเวณช่องแคบยิบรอลตาร์ ที่กั้นระหว่างราชอาณาจักรสเปนกับแอฟริกาเหนือ จุดที่แคบที่สุดมีความกว้างแค่ 13 กิโลเมตร และมักจะมีรายงานว่า มีผู้อพยพพยายามนั่งเรือลักลอบเข้ามา บางรายก็โดนจับ บางรายก็เสียชีวิตตั้งแต่อยู่กันอย่างแออัดใต้ท้องเรือ ที่จะอพยพมาที่ชายฝั่งของสเปน


https://youtu.be/VWZpbUJzPgo


แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ