ต่างประเทศ

"มาครง" ปฏิเสธคำขอลาออก รมว.มหาดไทย หลังเหตุจลาจล - ชาวฝรั่งเศสประณามความรุนแรง ม็อบเผาศาลาว่าการเมืองเก่า

1 ชั่วโมงที่แล้ว

14 views

ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ฝรั่งเศส เกิดเหตุจลาจลเกือบจะทั่วประเทศ ผู้ประท้วงพากันจุดไฟเผารถยนต์ สถานที่สำคัญทางประวัติศาตร์ และปล้นสะดมร้านค้า เรียกได้ว่า เป็นเหตุการณ์ความไม่สงบครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของประเทศเลยทีเดียว จริงๆการประท้วงแรกเริ่มเป็นการประท้วงสภาพโรงเรียนที่ย่ำแย่และประท้วงครูที่ขาดแคลน แต่ต่อมาขยายวงกว้างกลายเป็นขบวนการต่อต้านความไม่เท่าเทียม การลดงบประมาณภาครัฐ และค่าครองชีพที่สูงขึ้น จนกลายเป็นเหตุจลาจลไปทั่วประเทศ


สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ในวันนี้นายกรัฐมนตรีเซบาสเตียง เลอกอร์นู (Sébastien Lecornu) เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีฉุกเฉิน เพื่อประเมินสถานการณ์ความรุนแรงและการปล้นสะดมที่เกิดขึ้นทั่วประเทศในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา


หลังจากที่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้ประท้วงกว่าครึ่งล้านคน ได้ออกมาชุมนุมประท้วงแสดงความไม่พอใจต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้นและการเข้าถึงบริการสาธารณะที่มีคุณภาพได้ยากขึ้น รวมถึงปัญหาด้านการศึกษาของรัฐ แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายลงเมื่อมีกลุ่มบุคคลสวมชุดดำและสวมหน้ากากปรากฏตัวขึ้น พร้อมก่อเหตุทำลายทรัพย์สิน


ร้านค้าและธุรกิจต่างๆ ถูกปล้นสะดมและทำลายไปประมาณ 1,500 แห่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องควบคุมฝูงชน โดยใช้ทั้งแก๊สน้ำตาและฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บประมาณ 1,000 นาย ในจำนวนนี้มี 7 นายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส


ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวลือในฝรั่งเศสว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง อาจประกาศเคอร์ฟิวชั่วคราวในบางพื้นที่ หรือ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมสถานการณ์ที่กำลังตึงเครียด แต่ท้ายที่สุดแล้ว ในการ แถลงผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีมาครงได้แต่แถลงเรียกร้องให้เกิดความสามัคคีในชาติ พร้อมให้คำมั่นต่อประชาชนชาวฝรั่งเศสว่า จะนำตัวผู้ก่อเหตุความรุนแรงมาลงโทษให้ได้ ไม่ได้ออกมาตรการที่เด็ดขาดใดๆมารับมือกับเหตุจลาจลที่อาจเกิดขึ้นอีก


ขณะที่นายโลรองต์ นูเนซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศส ประกาศลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความบกพร่องด้านความมั่นคง หลังเกิดเหตุจลาจลในหลายเมืองทั่วประเทศ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ถูกประธานาธิบดีมาครงปฏิเสธ


นูเนซให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุท้องถิ่นในวันนี้ (19 ต.ค.2569) ว่า เขาได้ขอลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากเห็นว่า ตัวเขาต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น พร้อมยอมรับถึงความล้มเหลวในการคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้า และการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความท้าทายที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงต้องเผชิญ


รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศสยังเปิดเผยว่ามีผู้ถูกจับกุมเพิ่มเติมอีก 350 คน ทั่วประเทศในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา พร้อมกล่าวโทษกลุ่มฝ่ายซ้ายจัดว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความรุนแรง รวมผู้ที่ถูกจับกุมตอนนี้มีมากกว่า 2,750 คน


แม้ว่าก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง จะแสดงความไม่พอใจต่อความบกพร่องในการปฏิบัติงาน แต่เขาก็ตัดสินใจไม่รับการลาออกของนายนูเนซ


โดยทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสระบุเหตุผลว่า ประธานาธิบดีมาครงเห็นว่า นายนูเนซจำเป็นต้องรักษาความต่อเนื่องในการนำหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเวลานี้


แถลงการณ์ยังระบุว่า มาครงได้สั่งการให้นูเนซดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมด เพื่อสร้างความโปร่งใสในการตรวจสอบข้อบกพร่อง พร้อมทั้งปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติงานของกองกำลังรักษาความมั่นคง เพื่อให้สามารถรับมือกับวิกฤตที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


เหตุประท้วงเริ่มทวีความรุนแรงกลายเป็นเหตุจลาจลตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้ประท้วง โดยเฉพาะกลุ่มฝ่ายซ้ายและขบวนการเสื้อกั๊กเหลือง (Yellow Vest Movement) ได้ก่อเหตุการณ์ความไม่สงบครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ มีการปล้นสะดมในหลายพื้นที่ทั้งที่กรุงปารีส มาร์กเซย์และลีลล์ รวมถึงพื้นที่อื่นๆ


โดยเฉพาะที่เมืองลิโมจส์ ศาลาว่าการเมืองที่ตกแต่งอย่างวิจิตรงดงามในศตวรรษที่ 19 ที่มีอายุ 143 ปี ถูกไฟไหม้เสียหายอย่างหนักจากฝีมือของกลุ่มผู้ก่อจลาจลที่บุกเข้ามา ทุบกระจกหน้าต่างและทำลายประตูทางเข้าหลักจนพังเสียหาย ก่อนจุดไฟเผาอาคาร ส่งผลให้เปลวเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วไปทั่วหลังคา ก่อนที่หอคอยนาฬิกาจะพังถล่มลงมา


ขณะที่ประชาชนจำนวนมากรวมตัวกันที่จัตุรัสปลาซ เดอ ลา เรปูบลิก ก่อนเดินขบวนไปยังศาลาว่าการเมืองลิโมจส์ที่ได้รับความเสียหาย โดยผู้ร่วมชุมนุมต่างปรบมือให้กับสุนทรพจน์ของนายกเทศมนตรีเมือง ซึ่งออกมาประณามการทำลายอาคารอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง


กีโยม เกอแร็ง นายกเทศมนตรีเมืองลิโมจส์ กล่าวว่า ศาลาว่าการแห่งนี้เปรียบเสมือนอัญมณีทางสถาปัตยกรรมของเมือง พร้อมแสดงความเสียใจต่อชาวเมืองที่ต้องสูญเสียหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองไป


เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเปิดเผยว่า หลังคาอาคารพังถล่มลงมาทับชั้นล่าง ส่งผลให้โครงสร้างส่วนใหญ่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเหลือเพียงปีกอาคารด้านตะวันตกที่ยังคงสภาพอยู่ ขณะที่ส่วนสำคัญของภายนอกอาคารถูกทำลาย โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นหายนะต่อมรดกทางประวัติศาสตร์ของเมือง


ชาวเมืองรายหนึ่งซึ่งเห็นเหตุการณ์เพลิงไหม้กล่าวว่า ภาพดังกล่าวทำให้เธอนึกถึงเหตุเพลิงไหม้มหาวิหารนอเทรอดามในกรุงปารีส เมื่อปี 2019 แต่ครั้งนี้เป็นอาคารสำคัญในเมืองของเธอเอง นอกจากนี้ ครอบครัวของเธอยังมีกำหนดจัดพิธีศีลล้างบาปให้หลานสาวที่ศาลาว่าการแห่งนี้ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า


ชาวเมืองรายนี้กล่าวด้วยว่า ประชาชนมีสิทธิเรียกร้องและชุมนุมประท้วง แต่ไม่มีสิทธิใช้ความรุนแรงหรือทำลายอาคาร พร้อมตั้งคำถามว่าสังคมจะเหลืออะไรไว้ให้คนรุ่นต่อไป ขณะที่ชาวเมืองอีกคนเรียกร้องให้ผู้ก่อเหตุถูกลงโทษและรับผิดชอบค่าเสียหายด้วยตนเอง


ขณะเดียวกัน นายกเทศมนตรีเมืองเปิดเผยว่า ในคืนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุหลายร้อยคนเข้ากดดันจนไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เนื่องจากกำลังตำรวจส่วนหนึ่งถูกส่งไปดูแลการชุมนุมบนท้องถนน พร้อมระบุว่า ผู้ก่อเหตุบางกลุ่มมีเจตนาเตรียมการมาเพื่อเผาศาลาว่าการโดยเฉพาะ


ทั้งนี้ ศาลาว่าการแห่งนี้เป็นอาคารสถาปัตยกรรมแบบนีโอเรอเนซองส์ เปิดใช้งานตั้งแต่ปี 1883 และได้รับแรงบันดาลใจจากศาลาว่าการกรุงปารีส โดยอาคารแห่งนี้ผ่านสงครามโลกมาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่กลับได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุจลาจลครั้งนี้ ก่อนเกิดเพลิงไหม้ อาคารมีหอคอยกลางที่ประดับนาฬิกาและหอระฆัง สูงถึง 43 เมตร


ด้านหน้าอาคารประดับด้วยภาพโมเสกของบุคคลสำคัญของเมืองลิโมจส์ 4 คน ส่วนบริเวณด้านหน้ามีน้ำพุที่สร้างขึ้นในปี 1893 ประดับด้วยงานสำริดและเครื่องเคลือบพอร์ซเลน สะท้อนชื่อเสียงของเมืองลิโมจส์ในฐานะแหล่งผลิตเครื่องเคลือบที่สำคัญแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส


ในปี 1975 ส่วนด้านหน้าและหลังคาของศาลาว่าการ รวมถึงน้ำพุบริเวณด้านหน้า ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส การถูกเพลิงไหม้ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงความเสียหายต่ออาคารราชการเท่านั้น แต่ยังเป็นการสูญเสียมรดกทางสถาปัตยกรรมและอัตลักษณ์สำคัญของเมืองด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ฝรั่งเศส ,ม็อบฝรั่งเศส

คุณอาจสนใจ

Related News