ต่างประเทศ
ยุโรปโกลาหล! ม็อบฝรั่งเศสเผาศาลากลาง-ปะทะตำรวจ ต่อต้านค่าครองชีพพุ่ง อิตาลี-โปรตุเกสก็ไม่ทน
2 ชั่วโมงที่แล้ว
22 views
ยุโรปโกลาหล! ม็อบฝรั่งเศสเผาศาลากลาง-ปะทะตำรวจในหลายเมือง ต่อต้านค่าครองชีพพุ่งสูง อิตาลีและโปรตุเกสก็ออกมาเรียกร้องเป็นจำนวนมาก
หลายประเทศในยุโรปกำลังเผชิญกระแสการประท้วงต่อต้านปัญหาค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะในฝรั่งเศสที่การชุมนุมบานปลายเป็นเหตุจลาจลและการปะทะกับตำรวจในหลายเมือง ขณะที่อิตาลีเกิดเหตุเผชิญหน้าระหว่างผู้ประท้วงกับเจ้าหน้าที่ ส่วนโปรตุเกสมีประชาชนหลายหมื่นคนออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาค่าครองชีพและวิกฤตที่อยู่อาศัย
ที่ฝรั่งเศส มีรายงานว่าประชาชนประมาณ 550,000 คน ออกมาร่วมชุมนุมในหลายเมืองทั่วประเทศ ตามตัวเลขประเมินของทางการ โดยเฉพาะในกรุงปารีส ซึ่งผู้ประท้วงเดินขบวนไปตามท้องถนน ก่อนสถานการณ์จะบานปลายเป็นเหตุรุนแรง
ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาและรถฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุม หลังมีผู้ก่อเหตุจุดไฟเผารถยนต์ ทำลายทรัพย์สิน และสร้างความเสียหายให้กับอาคารสาธารณะหลายแห่ง
นอกจากนี้ ยังมีรายงานเหตุปล้นสะดม โดยผู้ก่อเหตุบุกเข้าไปในห้างสรรพสินค้า ทุบทำลายธนาคาร และขโมยสินค้าจากร้านค้าต่างๆ ทั้งเสื้อผ้า อาหาร และสินค้าอื่นๆ
บริเวณจัตุรัสปลาซ เดอ ลา เรปูบลิก (Place de la République) ในกรุงปารีส ผู้ชุมนุมบางส่วนปีนขึ้นไปบนอนุสาวรีย์ และสวมเสื้อกั๊กสีเหลืองให้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของขบวนการเสื้อกั๊กเหลือง (Yellow Vest Movement) ที่เคยออกมาประท้วงรัฐบาลของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง อย่างดุเดือดในช่วงปลายปี 2018 เพื่อคัดค้านนโยบายขึ้นภาษีน้ำมันเชื้อเพลิง
ส่วนที่เมืองลิโมจส์ ทางตอนกลางของประเทศ ผู้ประท้วงจุดไฟเผาศาลาว่าการเมือง ซึ่งมีอายุเก่าแก่ 143 ปี เปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว จนหลังคาและหอระฆังพังถล่มลงมา สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับอาคาร อย่างไรก็ตาม ผู้ที่อยู่ภายในสามารถหลบหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย
ขณะที่เมืองมาร์กเซย ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส กลุ่มผู้ประท้วงที่สวมชุดสีดำบุกเข้าไปในศาลากลางเมือง พร้อมพ่นข้อความกราฟฟิตีที่สื่อถึงแนวคิดอนาธิปไตยลงบนตัวอาคาร ตำรวจพยายามใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม แต่ผู้ประท้วงตอบโต้ด้วยการขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดและเกิดความโกลาหล
ส่วนที่เมืองลียง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ผู้ประท้วงจุดไฟเผาสำนักงานการท่องเที่ยวของเมือง ขณะที่อาคารสาธารณะและสถานประกอบการหลายแห่งตกเป็นเป้าหมายของเหตุรุนแรงเช่นกัน
การประท้วงระลอกนี้มีจุดเริ่มต้นจากความไม่พอใจต่อปัญหาในระบบการศึกษาและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ก่อนที่สมาชิกสหภาพแรงงานและกลุ่มเคลื่อนไหวต่าง ๆ รวมถึงขบวนการเสื้อกั๊กเหลือง จะออกมาเข้าร่วมการชุมนุม
แม้รัฐบาลจะเตือนว่าการใช้ความรุนแรงไม่ใช่หนทางในการผลักดันวาระทางการเมือง แต่นายกรัฐมนตรีเซบาสเตียง เลอกอร์นู ยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่ยอมจำนนต่อการข่มขู่ด้วยความรุนแรง พร้อมกล่าวโทษกลุ่มฝ่ายซ้ายจัดและอาชญากรว่าเป็นผู้ก่อเหตุความไม่สงบ
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในปีหน้า โดยนายกฯ เลอกอร์นูเปิดเผยว่า มีผู้ถูกจับกุมแล้วประมาณ 1,200 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บมากกว่า 150 นาย
ด้านประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ให้คำมั่นว่าจะดำเนินคดีและลงโทษผู้ก่อเหตุอย่างถึงที่สุด พร้อมยืนยันว่า ฝรั่งเศสจะไม่ยอมให้ความรุนแรงเกิดขึ้นในสังคม
ที่อิตาลี เมื่อวานนี้ ก็เกิดเหตุปะทะอย่างรุนแรงระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจบริเวณจัตุรัสด้านหน้ามหาวิหารมิลาน ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง หลังผู้ประท้วงขว้างปาก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่ ตำรวจจึงยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายฝูงชน
เหตุการณ์สร้างความโกลาหลไปทั่วใจกลางเมือง ร้านค้าหลายแห่งปิดประตูเหล็กเพื่อป้องกันความเสียหาย ขณะที่นักท่องเที่ยวพากันหลบหนีออกจากพื้นที่ สื่ออิตาลีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน และเจ้าหน้าที่จับกุมผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์บางส่วน
ด้านนางจอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ซึ่งกำลังเผชิญความท้าทายทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งในปีหน้า ออกมาประณามเหตุรุนแรง พร้อมกล่าวว่า “การชุมนุมประท้วงเป็นสิทธิ แต่การเปลี่ยนเมืองของเราให้กลายเป็นสมรภูมินั้นไม่ใช่”
ขณะเดียวกัน ที่โปรตุเกส ประชาชนหลายหมื่นคนรวมตัวเดินขบวนไปตามถนนสายหลักในกรุงลิสบอน เพื่อประท้วงค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นและวิกฤตที่อยู่อาศัยที่ทวีความรุนแรง พร้อมเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลฝ่ายกลางขวาให้เร่งแก้ไขปัญหา
สมาพันธ์สหภาพแรงงานทั่วไปแห่งโปรตุเกส (CGTP) ซึ่งเป็นผู้จัดการชุมนุม ระบุว่า มีประชาชนเข้าร่วมหลายหมื่นคนจนเต็มถนนสายหลักสายหนึ่งในเมืองหลวง อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่ได้เปิดเผยตัวเลขประมาณการจำนวนผู้ชุมนุม
ผู้ประท้วงระบุว่า ค่าจ้างที่อยู่ในระดับต่ำไม่สอดคล้องกับราคาที่อยู่อาศัยและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากประสบปัญหาในการหาเงินให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
ข้อมูลระบุว่า อัตราเงินเฟ้อของโปรตุเกสอยู่ที่ 3.6% ในเดือนกันยายน โดยมีปัจจัยสำคัญจากราคาอาหารและเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกัน ราคาบ้านในโปรตุเกสเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่านับตั้งแต่ปี 2017 ส่วนค่าเช่าที่อยู่อาศัยสำหรับสัญญาเช่าใหม่เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า ส่งผลให้ประเทศเผชิญวิกฤตความสามารถในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่รุนแรงแห่งหนึ่งในยุโรป
ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อประชาชนในเมืองใหญ่ ซึ่งราคาบ้านและค่าเช่าพุ่งสูงจนเกินกำลังซื้อของคนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและคนรุ่นใหม่
แท็กที่เกี่ยวข้อง ค่าครองชีพสูง ,อิตาลี ,โปรตุเกส ,ชุมนุม ,ฝรั่งเศส