ต่างประเทศ
ท้องฟ้า “อินโดนีเซีย” ถูกย้อมสีส้ม หมอกควันปกคลุม พบผู้ต้องสงสัยคดีไฟป่ากว่า 200 คน
4 ชั่วโมงที่แล้ว
14 views
จังหวัดกาลิมันตันตอนกลางของอินโดนีเซีย กำลังเผชิญหมอกควันจากไฟป่าปกคลุมอย่างหนาแน่น จนท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้ม สร้างความน่ากังวลให้กับประชาชนในพื้นที่
ประชาชนได้บันทึกภาพและเผยแพร่วิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวานนี้ เผยให้เห็นท้องฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันสีส้มอย่างชัดเจน โดยข้อมูลจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมอินโดนีเซียระบุว่า ดัชนีมาตรฐานมลพิษทางอากาศ พุ่งสูงเกือบ 1,200 จุด สูงกว่าระดับอันตรายที่ 300 จุดถึง 4 เท่า
ขณะที่มาเลเซีย ในเช้าวันนี้ ยังคงเผชิญปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนจากอินโดนีเซียอย่างหนัก ส่งผลให้สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศทั่วประเทศครึ่งหนึ่งมีค่าดัชนีมลพิษทางอากาศ (API) อยู่ในระดับไม่ดีต่อสุขภาพ และไม่มีพื้นที่ใดที่มีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับดี
กระทรวงศึกษาธิการมาเลเซียประกาศว่า จะมีการปรับเกณฑ์คุณภาพอากาศสำหรับการสั่งปิดโรงเรียน เพื่อให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการแห่งชาติว่าด้วยปัญหาหมอกควันของประเทศ โดยโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าดัชนีมลพิษทางอากาศ (API) สูงเกิน 200 จะต้องปิดการเรียนการสอนในทันที ในขณะที่กิจกรรมกลางแจ้งจะต้องถูกระงับหากค่าดัชนีดังกล่าวอยู่ที่ระดับ 100 ขึ้นไป
เช่นเดียวกับสิงคโปร์ วันนี้ หลายพื้นที่ยังคงถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาแน่น โดยเมื่อเวลา 11 นาฬิกาของวันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น ดัชนีมลพิษทางอากาศ (PSI) ในพื้นที่ฝั่งตะวันตกพุ่งแตะ 211 จุด อยู่ในระดับ “ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก” (Very Unhealthy) และเป็นระดับสูงสุดของประเทศในปีนี้
ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ก็มีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับไม่ดีต่อสุขภาพเช่นกัน โดยพื้นที่ตอนกลางมีค่า PSI อยู่ที่ 193 จุด ฝั่งตะวันออก 170 จุด ฝั่งใต้ 163 จุด และฝั่งเหนือ 127 จุด
ด้านติมอร์-เลสเต ประกาศปิดโรงเรียนเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันนี้ (15 ต.ค.) เป็นต้นไป เพื่อรับมือกับปัญหาหมอกควันที่ทวีความรุนแรงจากไฟป่าในอินโดนีเซีย
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซียเปิดเผยเมื่อวานนี้ (14 ต.ค.) ว่า บุคคลจำนวน 223 คนถูกระบุเป็นผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับรายงานของตำรวจรวม 273 คดี โดยคดีเหล่านี้ครอบคลุมพื้นที่ที่ถูกไฟเผาไหม้รวมกว่า 32,000 ไร่
ขณะที่รัฐบาลกำลังยกระดับการบังคับใช้กฎหมายและการปฏิบัติการดับไฟ เพื่อรับมือกับวิกฤตหมอกควันที่กำลังเลวร้ายลงและส่งผลกระทบต่อภูมิภาค
สำหรับผู้ต้องสงสัยที่พบมากที่สุดคือที่จังหวัดรีเยา (Riau) พบ 65 คน รองลงมาคือจังหวัดสุมาตราใต้ (South Sumatra) จำนวน 48 คน และจังหวัดกาลีมันตันกลาง (Central Kalimantan) 39 คน ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในจังหวัดกาลีมันตันตะวันตก, กาลีมันตันตะวันออก, จัมบี (Jambi) , กาลีมันตันใต้, กาลีมันตันเหนือ, สุลาเวสีตะวันออกเฉียงใต้ และสุลาเวสีใต้
นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ระบุชื่อบริษัท 9 แห่งเป็นผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับเหตุไฟป่าในครั้งนี้ด้วย โดยมีพื้นที่ที่ถูกไฟเผาไหม้ ซึ่งเชื่อมโยงกับบริษัทเหล่านี้รวมกว่า 160,000 ไร่
ขณะที่ความพยายามในการบังคับใช้กฎหมายโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงที่เกี่ยวข้องมีความ “คืบหน้าอย่างมีมาก” โดยมีการ “สั่งปิด” พื้นที่ขององค์กรธุรกิจ 57 แห่ง หลังจากพบว่า มีการทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับเหตุไฟป่าและไฟไหม้ที่ดิน ขณะเดียวกัน กระทรวงป่าไม้กำลังดำเนินคดีอาญาต่อบริษัท 17 แห่ง
ทั้งนี้มาเลเซียและอินโดนีเซียเริ่มหารือแนวทางร่วมมือจัดการปัญหาไฟป่าเป็นครั้งแรก โดยจะเริ่มหาทางรับมือปัญหาไฟป่าในภูมิภาคกาลีมันตันและเกาะสุมาตรา รวมถึงปัญหาหมอกควัน ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนที่เกิดจากไฟป่านั้นยืดเยื้อมานานเกือบสองเดือนแล้ว ส่งผลกระทบต่อมาเลเซียและสิงคโปร์ ประเทศเพื่อนบ้านของอินโดนีเซียด้วย
โมฮาหมัด ฮาซัน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า การหารือดังกล่าวเกี่ยวข้องกับหน่วยงานและกระทรวงที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ ซึ่งรวมถึงสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ (NADMA) กระทรวงการต่างประเทศ และสภาความมั่นคงแห่งชาติ (NSC)
อินโดนีเซียกำลังเผชิญฤดูกาลไฟป่าที่รุนแรงที่สุดในรอบ 11 ปี โดยมีสภาพอากาศแห้งแล้งที่เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์เอลนีโญเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการลุกลามของไฟป่า
สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงส่งผลให้ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น แต่ยังทำให้คุณภาพอากาศทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ย่ำแย่ลง โดยหมอกควันจากไฟป่าได้พัดข้ามพรมแดนไปสร้างผลกระทบต่อหลายประเทศในภูมิภาค
แท็กที่เกี่ยวข้อง