ต่างประเทศ

“นิวยอร์ก” ประกาศภาวะฉุกเฉิน หวั่น “หัด” ระบาดหนัก หลังพบผู้ป่วยที่ “เพนซิลเวเนีย” สูงสุดในรอบ 35 ปี

3 ชั่วโมงที่แล้ว

15 views

รัฐนิวยอร์กของสหรัฐฯ ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านภัยพิบัติ เพื่อรับมือการระบาดของโรคหัดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่สถานการณ์การระบาดทั่วประเทศกำลังทวีความรุนแรง จนกลายเป็นการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 35 ปี


เคธี โฮคุล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วทั้งรัฐเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเร่งฉีดวัคซีนและตรวจหาเชื้อ หลังพบจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ซึ่งข้อมูลถึงวันที่ 3 ตุลาคม พบผู้ป่วยโรคหัดที่ได้รับการยืนยันแล้ว 108 รายในปีนี้ โดยส่วนใหญ่พบในชุมชนชนบท ซึ่งมีอัตราการได้รับวัคซีนในระดับต่ำ


โฮคุล ระบุว่า หลังพิจารณาข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์โรคหัดในรัฐ จึงตัดสินใจประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อยกระดับมาตรการรับมือ พร้อมย้ำว่า ไม่ควรมีใครต้องเจ็บป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิตจากโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน


คำสั่งฉุกเฉินจะมีผลจนถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน หรือหนึ่งวันหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ โดยจะเปิดทางให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการฉีดวัคซีนและตรวจหาเชื้อได้มากขึ้น


ภายใต้มาตรการดังกล่าว เภสัชกรจะสามารถฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน หรือวัคซีน MMR ให้แก่เด็กอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป ขณะที่พยาบาลวิชาชีพที่ขึ้นทะเบียนจะสามารถสั่งตรวจหาเชื้อในผู้ที่สงสัยว่าติดโรคหัดได้


ความเคลื่อนไหวของนิวยอร์กเกิดขึ้นในช่วงที่ รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งมีพรมแดนติดกับนิวยอร์ก กำลังเผชิญการระบาดของโรคหัดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 35 ปี


การระบาดครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในการระบาดของโรคหัดที่รุนแรงที่สุดของสหรัฐฯ ในรอบหลายสิบปี โดยมีผู้ติดเชื้อทะลุ 1,000 ราย และเกือบ 200 รายต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ขณะที่มีผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโรคหัดแล้ว 5 ราย


ก่อนหน้านี้ โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รัฐมนตรีสาธารณสุขสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับวัคซีนมาเป็นเวลานาน เคยตั้งคำถามถึงรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคหัดในเพนซิลเวเนีย และกล่าวเป็นนัยว่าอาจมีการกุเรื่องขึ้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว


หากมองในภาพรวมทั่วประเทศ สหรัฐฯ กำลังเผชิญการกลับมาระบาดของโรคหัดครั้งรุนแรงที่สุด นับตั้งแต่ปี 1991


ข้อมูลจาก ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ CDC ระบุว่า ณ วันที่ 1 ตุลาคม สหรัฐฯ พบผู้ป่วยโรคหัดที่ได้รับการยืนยันแล้ว 3,887 ราย เพิ่มขึ้นอย่างมากจากตลอดทั้งปี 2025 ซึ่งพบผู้ป่วย 2,289 ราย


ทั้งนี้ สหรัฐฯ เคยประกาศให้โรคหัด หมดไปจากประเทศอย่างเป็นทางการในปี 2000 ซึ่งหมายถึงไม่มีการแพร่เชื้อภายในประเทศอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 12 เดือน


อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นยังคงพบผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศ รวมถึงการเกิดคลัสเตอร์หรือการระบาดเป็นกลุ่มในบางพื้นที่เป็นระยะ


โรคหัดถือเป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อที่แพร่กระจายได้ง่ายที่สุดในโลก โดยเชื้อสามารถแพร่ผ่านละอองทางเดินหายใจ และไวรัสสามารถคงความสามารถในการแพร่เชื้อภายในอากาศของห้องได้นานถึง 2 ชั่วโมง หลังผู้ติดเชื้อออกจากพื้นที่


ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคหัดจำเป็นต้องมีประชากรได้รับวัคซีนประมาณ 95% เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในระดับประชากร หรือที่เรียกว่า ภูมิคุ้มกันหมู่


แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายพื้นที่ในสหรัฐฯ รวมถึงประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก มีอัตราการฉีดวัคซีนลดลง โดยผู้เชี่ยวชาญมองว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ ข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับวัคซีนที่แพร่กระจายอย่างกว้างขวางในช่วงการระบาดของโควิด-19 รวมถึงกระแสต่อต้านมาตรการบังคับฉีดวัคซีน

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ