ต่างประเทศ

“ฮุน มาเนต” ยันปราบสแกมเมอร์จริงจัง ไม่ใช่การสร้างภาพ ลั่นกัมพูชาไม่มีวันเป็นเซฟเฮาส์อาชญากรรมข้ามชาติ

2 ชั่วโมงที่แล้ว

8 views

“ฮุน มาเนต” ยันปราบสแกมเมอร์จริงจัง ไม่ใช่การสร้างภาพ ประกาศกัมพูชาจะไม่มีวันเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับอาชญากรรมข้ามชาติ

นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชาเผย การปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ของกัมพูชาเป็นการดำเนินการอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียง “การสร้างภาพ” พร้อมเตือนว่า ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการละเมิดอธิปไตยหรือดินแดนของประเทศอื่น

นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิด การประชุมนานาชาติว่าด้วยการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ หรือ International Conference on Combating Online Scams (ICCOS) ที่กรุงพนมเปญ วันนี้ (23 ก.ย.) โดยการประชุมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 กันยายน ภายใต้หัวข้อ “ร่วมมือกันตัดวงจรและยุติการหลอกลวงออนไลน์” และมีผู้แทนจากรัฐบาล หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย องค์กรระหว่างประเทศ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประมาณ 500 คน

ฮุน มาเนต กล่าวว่า “กัมพูชาจะไม่มีวันเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการหลอกลวงออนไลน์ อาชญากรรมข้ามชาตินี้เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงหลังโควิด-19 และเป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับค่านิยมและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของประเทศโดยสิ้นเชิง กัมพูชาจะไม่ยอมให้เครือข่ายอาชญากรรมบ่อนทำลายความก้าวหน้าของประเทศและวิถีชีวิตของประชาชนกัมพูชากว่า 17 ล้านคน”

ฮุน มาเนต ระบุว่า อุตสาหกรรมการหลอกลวงออนไลน์ไม่ได้เริ่มต้นขึ้นในกัมพูชา และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในกัมพูชา โดยกัมพูชาเริ่มเผชิญปัญหานี้จากการขยายตัวของธุรกิจการพนันออนไลน์และธุรกิจคาสิโน ก่อนที่เครือข่ายอาชญากรรมจะปรับตัวและขยายการดำเนินงานข้ามพรมแดนอย่างรวดเร็ว

นายกรัฐมนตรีกัมพูชาย้ำว่า รัฐบาลกัมพูชารับผิดชอบอย่างเต็มที่ในการดูแลความมั่นคงตามแนวชายแดน บังคับใช้กฎหมาย และฟื้นฟูความสมบูรณ์ของเขตอำนาจอธิปไตยของประเทศ พร้อมระบุว่า การแสดงความรับผิดชอบจะต้องพิสูจน์ให้เห็นผ่านการดำเนินการภายในประเทศอย่างจริงจังและไม่ประนีประนอม

ฮุน มาเนต ยังกล่าวว่า กัมพูชาได้ออกกฎหมายเพื่อต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ และทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของหลายประเทศ ได้แก่ จีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย รวมถึงประเทศสมาชิกอาเซียน ประเทศคู่ค้าอื่น ๆ และองค์กรระหว่างประเทศ เช่น สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNODC, องค์การตำรวจสากล หรือ Interpol และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน หรือ IOM

นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ยังกล่าวถึงประเด็นที่มีความเกี่ยวข้องกับไทย โดยย้ำว่า การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือเป็นข้ออ้างในการใช้กำลัง

ฮุน มาเนต กล่าวว่า “ปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือของประเทศหนึ่งเพื่อต่อต้านอีกประเทศหนึ่ง และเป้าหมายในการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ไม่ควรถูกใช้เป็นข้ออ้างให้ประเทศใดใช้กำลังโจมตีหรือยึดครองดินแดนอธิปไตยของประเทศอื่น ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน น่าเสียใจที่ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขึ้นกับกัมพูชาในบางพื้นที่ตามแนวชายแดนกับไทย”

เขายังเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ใช้ความร่วมมือในการต่อต้านแก๊งสแกมออนไลน์เป็นโอกาสในการทำงานร่วมกันด้วยความจริงใจและเคารพซึ่งกันและกัน เนื่องจากไม่มีประเทศใดประเทศหนึ่งสามารถรับมือกับปัญหาข้ามพรมแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงลำพัง

สำหรับการรับมือกับแก๊งหลอกลวงออนไลน์ ฮุน มาเนต เสนอแนวทางสำคัญ 5 ประการ เพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ ได้แก่ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองแบบเรียลไทม์ เพื่อให้สามารถติดตามและสกัดเครือข่ายอาชญากรรมได้รวดเร็วขึ้น, ยกระดับการสืบสวนทางการเงิน เพื่อติดตามเส้นทางเงินและแหล่งเงินทุนของเครือข่ายอาชญากรรม, เพิ่มความสอดคล้องของกรอบกฎหมายและการปฏิบัติงาน ระหว่างประเทศต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินคดีข้ามพรมแดนมีประสิทธิภาพมากขึ้น, ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะภาคเทคโนโลยีและภาคการเงิน, และคุ้มครองเหยื่อของการหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือและป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อซ้ำ

ฮุน มาเนต กล่าวว่า ความมุ่งมั่นร่วมกันในการรับมือกับปัญหาที่ซับซ้อนนี้จะต้องมาพร้อมกับการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมและเป็นความร่วมมือของทุกฝ่าย กัมพูชาหวังว่าประเทศพันธมิตรจะร่วมรับรอง “ปฏิญญาพนมเปญ (Phnom Penh Declaration)” ในวันพรุ่งนี้ (24 ก.ย.) ซึ่งจะเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการ ตัดวงจรและกำจัดการหลอกลวงออนไลน์อย่างถาวร

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ฮุน มาเนต ,สแกมเมอร์ ,กัมพูชา

คุณอาจสนใจ

Related News