ต่างประเทศ
“กัมพูชา” หวังใช้กลไก UNCLOS เดินหน้าหาทางออกเขตแดนทางทะเลกับไทย อย่างสันติ
6 ชั่วโมงที่แล้ว
15 views
“กัมพูชา” ย้ำจุดยืนต่อคณะกรรมาธิการประนอมข้อพิพาทภายใต้ UNCLOS เดินหน้าหาทางออกกรณีเขตแดนทางทะเลกับไทยอย่างสันติ หวังบรรลุข้อตกลงที่เป็นธรรมและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ พร้อมเปิดทางเลือกพัฒนาทรัพยากรร่วมกัน
นายปรัก สุคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา กล่าวถ้อยแถลงเปิดการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอมข้อพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชา ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ที่ประเทศสิงคโปร์ในวันนี้ โดยย้ำว่า กัมพูชาต้องการบรรลุข้อตกลงกับไทย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ และช่วยส่งเสริมสันติภาพ ความร่วมมือ และเสถียรภาพในภูมิภาคในระยะยาว
นายปรัก สุคน ระบุว่า กัมพูชาหวังบรรลุวัตถุประสงค์สำคัญผ่านกระบวนการประนอมข้อพิพาทภาคบังคับ โดยแนวทางแรก คือการจัดทำสนธิสัญญากับไทย เพื่อกำหนดเขตแดนทางทะเลร่วมกันให้เป็นเขตแดนเดียวที่ครอบคลุมทุกวัตถุประสงค์ โดยมีคณะกรรมาธิการให้ความช่วยเหลือ และดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ
ส่วนแนวทางที่สอง คือการจัดทำข้อตกลงพัฒนาทรัพยากรร่วมกัน และแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างสองประเทศอย่างเป็นธรรม ระหว่างที่ยังรอการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเล
ขณะที่แนวทางสุดท้าย หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเขตแดนทางทะเลหรือการพัฒนาร่วมกัน กัมพูชาจะขอให้คณะกรรมาธิการจัดทำรายงานพร้อมข้อเสนอแนะ เพื่อใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการเจรจาในอนาคตให้สอดคล้องกับพันธกรณีภายใต้อนุสัญญา UNCLOS
รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาย้ำว่า การริเริ่มกระบวนการดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความตึงเครียด แต่เป็นความพยายามเปิดทางไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างสันติ ตามกฎหมายระหว่างประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน
นายปรัก สุคน ยังกล่าวถึงที่มาของการเริ่มต้นกระบวนการประนอมข้อพิพาทว่า หลังจากไทยประกาศต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ว่าจะยกเลิกบันทึกความเข้าใจปี 2544 หรือ MOU 2544 เพียงฝ่ายเดียว แม้กัมพูชาจะเรียกร้องให้ไทยปฏิบัติตามข้อตกลงมาโดยตลอด แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ กัมพูชาจึงตัดสินใจใช้กลไกประนอมข้อพิพาทภาคบังคับภายใต้อนุสัญญา UNCLOS เพื่อแสวงหาทางออกอย่างสันติ
ทั้งนี้ นายปรัก สุคน อ้างถึงคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ซึ่งระบุว่า กัมพูชาและไทยต่างจะได้รับประโยชน์จากแนวทางแก้ไขปัญหาที่เป็นธรรมและยั่งยืน โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศให้คำแนะนำ และดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาอย่างสันติจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ และมีส่วนส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค พร้อมอธิบายว่า แนวทางดังกล่าวจะช่วยปกป้องอธิปไตย เสริมสร้างความเชื่อมั่น เปิดโอกาสให้ทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์จากทรัพยากรพลังงาน สนับสนุนการพัฒนา และสร้างโอกาสในการจ้างงานใหม่ ๆ ไม่เพียงแต่สำหรับคนรุ่นปัจจุบัน แต่ยังรวมถึงคนรุ่นต่อไปของประชาชนกัมพูชาและไทยด้วย
ในช่วงท้าย นายปรัก สุคน ยังระบุว่า กัมพูชาได้รับกำลังใจจากผลสำเร็จของกระบวนการประนอมข้อพิพาทระหว่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเตกับเครือรัฐออสเตรเลีย ในประเด็นทะเลติมอร์
โดยย้ำว่ากระบวนการดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการประนอมข้อพิพาทภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล สามาถคลี่คลายความขัดแย้งที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน และนำไปสู่การยุติข้อพิพาทด้วยสนธิสัญญาที่ยั่งยืนได้
กัมพูชาจึงมั่นใจว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้ ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ จะอยู่ในสถานีที่เหมาะสมในการช่วยเหลือกัมพูชาและไทยให้บรรลุผลสำเร็จในลักษณะเดียวกัน
แท็กที่เกี่ยวข้อง