ต่างประเทศ
สหรัฐฯ โต้กลับแคนาดา สั่งแบนสินค้านำเข้าแอลกอฮอล์-จยย.-ผลิตภัณฑ์นม หลังถูกเก็บภาษี
2 ชั่วโมงที่แล้ว
8 views
สหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ประกาศห้ามนำเข้าสินค้าจาก “แคนาดา” หลายรายการ ตั้งแต่เบียร์ ไวน์ และสุรา ไปจนถึงรถจักรยานยนต์และผลิตภัณฑ์นม
สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดาทวีความรุนแรงขึ้นอีกขั้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศห้ามนำเข้าสินค้าแคนาดาหลายรายการ ตั้งแต่เบียร์ ไวน์ และสุรา ไปจนถึงรถจักรยานยนต์และผลิตภัณฑ์นม ขณะที่แคนาดาเดินหน้าเก็บภาษีตอบโต้สินค้าสหรัฐฯ มูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์
สหรัฐฯ ประกาศมาตรการ ห้ามนำเข้าสินค้าจากแคนาดาหลากหลายประเภท เมื่อวานนี้ นับเป็นการยกระดับสงครามการค้าระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านและพันธมิตรสำคัญ ซึ่งกำลังเผชิญความขัดแย้งทางเศรษฐกิจรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ
มาตรการดังกล่าวจะเริ่มมีผลในวันที่ 29 กันยายน ครอบคลุมสินค้าแอลกอฮอล์จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น เบียร์ ไวน์ วิสกี้ เบอร์เบิน รัม วอดก้า เตกีลา เมซคัล และบรั่นดี รวมถึงรถจักรยานยนต์และผลิตภัณฑ์นมบางประเภท
นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ชีสหลายชนิดยังถูกเพิ่มเข้าไปในบัญชีสินค้าที่ต้องถูกเก็บภาษีนำเข้า 50% ขณะที่สินค้าจากแคนาดาอีกหลายรายการ เช่น กระดาษ อะลูมิเนียม ไม้ เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ให้แสงสว่าง ก็ถูกเพิ่มเข้าไปในรายการสินค้าที่ต้องเสียภาษีเช่นกัน
ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลสหรัฐฯ เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังมาตรการภาษีตอบโต้ของแคนาดาต่อสินค้าสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ในช่วงหลังเที่ยงคืนวานนี้ โดยแคนาดาเรียกเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ มูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ในอัตราตั้งแต่ 15-50% ครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่เหล็ก เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า ไปจนถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
มาตรการของแคนาดามีเป้าหมายสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเมืองต่อรัฐบาลสหรัฐฯ โดยเฉพาะภาคธุรกิจในรัฐที่มีการแข่งขันสูงอย่าง มิชิแกนและโอไฮโอ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนนี้
ด้านนายกรัฐมนตรี มาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา กล่าวว่า แคนาดามีทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการปรับทิศทางเศรษฐกิจและเติบโตต่อไป พร้อมยอมรับว่าการลดการพึ่งพาสหรัฐฯ จะมีต้นทุน แต่ต้นทุนนั้นยังน้อยกว่าการไม่ดำเนินการใดๆ
ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลแคนาดาระบุว่า เป้าหมายสำคัญยังคงเป็นการปกป้องแรงงาน เกษตรกร ครอบครัว และภาคธุรกิจของประเทศจากมาตรการของสหรัฐฯ ซึ่งแคนาดามองว่าไม่เป็นธรรม
ด้านสหรัฐฯ ยังคงส่งสัญญาณกดดันต่อไป โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลยืนยันว่า คำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ รถบรรทุก และชิ้นส่วนยานยนต์จากแคนาดา จาก 25% เป็น 50% ในวันที่ 1 มกราคมปีหน้า ยังคงมีผลอยู่
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังได้สั่งให้หน่วยงานจัดซื้อของรัฐบาลสหรัฐฯ ประสานงานกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เพื่อ นำสินค้าที่ผลิตในแคนาดาออกจากบัญชีรายชื่อผู้จัดจำหน่ายของรัฐบาลกลาง หากแคนาดาไม่ยอมคืนความเป็นธรรมและความเท่าเทียมให้กับเกษตรกรและบริษัทของสหรัฐฯ
ความขัดแย้งครั้งนี้กำลังสร้างความกังวลต่ออนาคตของ ข้อตกลงการค้าเสรีสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา หรือ USMCA ซึ่งเข้ามาแทนที่ NAFTA และเป็นกรอบสำคัญที่สนับสนุนการค้าระหว่างสามประเทศในอเมริกาเหนือมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการเกิดวงจรการตอบโต้ที่ยกระดับขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ แม้มูลค่าการค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจะคิดเป็นเพียงสัดส่วนเล็กน้อยของการค้าระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดาทั้งหมดก็ตาม
ข้อมูลจากรัฐบาลแคนาดาและสหรัฐฯ ระบุว่า ในปีนี้แคนาดาส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ เกือบ 68% ของการส่งออกทั้งหมด และประมาณ 80% ของสินค้าดังกล่าวได้รับการยกเว้นภาษีภายใต้ USMCA ทำให้ข้อตกลงดังกล่าวมีบทบาทสำคัญต่อการประคองเศรษฐกิจแคนาดา
อย่างไรก็ตาม การเผชิญหน้าทางการค้ากับประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่กว่าถึงประมาณ 13 เท่า กำลังเพิ่มความไม่แน่นอนต่อการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจของแคนาดา
ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดสะท้อนภาพที่น่าสนใจ โดยผลสำรวจ Angus Reid พบว่า คะแนนนิยมผลงานของนายกรัฐมนตรีคาร์นีย์เพิ่มขึ้น 11 จุด มาอยู่ที่ 62% จากการสำรวจเมื่อเดือนสิงหาคม ส่วนผลสำรวจ Reuters/Ipsos พบว่า มีชาวอเมริกันเพียง 20% ที่เห็นด้วยกับการขึ้นภาษีสินค้าจากแคนาดาของรัฐบาลทรัมป์