ต่างประเทศ

“ฮุนเซน-ฮุนมาเนต” คัมแบ็กกล่าวหาไทย โวยกลางเวทีนานาชาติ “กัมพูชา” ถูกยึดครองดินแดน

4 ชั่วโมงที่แล้ว

155 views

“ฮุนเซน-ฮุนมาเนต” คัมแบ็กกล่าวหาไทยบนเวทีนานาชาติ โวย “กัมพูชา” ถูกยึดครองดินแดน ต่อหน้าประธานรัฐสภาและผู้แทนของประเทศต่างๆ

สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานาวุฒิสภา และนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชากล่าวหาไทยว่ายึดครองดินแดนของกัมพูชาอย่างผิดกฎหมาย กลางเวทีการประชุมประธานรัฐสภาระหว่างประเทศ ครั้งที่ 2 ที่กรุงพนมเปญ

สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา ได้ขึ้นเวทีกล่าวสุนทรพจน์ ระบุว่าไทยได้ใช้เรื่องปัญหาสแกมเมอร์มาเป็นข้ออ้างในการโจมตีและยึดครองดินแดนบางส่วนของกัมพูชา จนนำไปสู่การทำลายรากฐานการดำรงชีวิตของประชาชน

ฮุน เซน กล่าวว่า “รูปแบบหนึ่งของสงครามสมัยใหม่ในยุคนี้ คือการใช้อำนาจศาลนอกอาณาเขตจัดการกับอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น สแกมเมอร์ออนไลน์ เพื่อนำมาเป็นข้ออ้างในการเข้ายึดครองดินแดนของประเทศอื่นอย่างผิดกฎหมาย"

เขาระบุว่า นี่คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนกัมพูชา-ไทย ซึ่งดินแดนของกัมพูชาบางส่วนถูกยึดครองภายใต้คำกล่าวอ้างว่า พื้นที่ส่วนนั้นเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์

ฮุน เซน ยังอ้างว่า ประเทศไทยได้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยระบุว่า ดูเหมือนอีกฝ่ายจะมองว่าข้อตกลงเป็นเพียงแค่แผ่นกระดาษ

ขณะที่ นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ก็ขึ้นเวทีกล่าวหาไทยว่า ยังคงยึดครองดินแดนของกัมพูชา รวมถึงพื้นที่ที่อยู่นอกเหนือเส้นเขตแดนที่ประเทศไทยอ้างสิทธิ์ฝ่ายเดียว ต่อหน้าประธานรัฐสภาและผู้แทนของประเทศต่างๆ

ฮุน มาเนต กล่าวว่า ในปี 2568 หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งสันติภาพที่ต่อเนื่องยาวนานถึง 26 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงสันติภาพที่ยาวนานที่สุดของชาติในรอบ 500 ปี สงครามได้กลับคืนสู่ชายแดนกัมพูชา-ไทยอีกครั้ง ซึ่งเป็นการคุกคามอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ครอบครัวต้องพลัดถิ่น และกระทบต่อการพัฒนาในท้องถิ่นอย่างรุนแรง

แม้จะมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 แต่นายกฯ ฮุน มาเนตระบุว่า สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงเปราะบาง เนื่องจากยังมีทหารหลายพันนายประจำการเผชิญหน้ากันอยู่ตามแนวชายแดน โดยที่ยังไม่มีมาตรการลดความตึงเครียดใดๆ ถูกนำมาใช้ พร้อมย้ำว่าประเด็นหลักเรื่องบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงที่มีอยู่นั้นยังไม่ได้รับการแก้ไข

และถึงแม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะตกลงให้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) กลับมาสำรวจและปักปันเขตแดน แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการดำเนินงานปักปันเขตแดนเกิดขึ้น ในขณะที่ชาวกัมพูชาที่พลัดถิ่นประมาณ 20,000 คน ยังคงไม่สามารถกลับบ้านของตัวเองได้

นายกฯ ฮุน มาเนต ได้กล่าวบนเวทีต่อว่า ทหารไทยยังคงยึดครองพื้นที่หลายแห่งในดินแดนกัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่เลยเส้นเขตแดนที่ไทยอ้างสิทธิ์เพียงฝ่ายเดียว โดยทหารไทยยังคงวางลวดหนามและตู้คอนเทนเนอร์ การสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางทหารและพลเรือน รวมถึงการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินให้แก่พลเมืองไทยก่อนที่การปักปันเขตแดนจะเสร็จสิ้น

ส่วนเรื่องกระบวนการประนีประนอมภาคบังคับ ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) นายกฯ ฮุน มาเนตกล่าวว่า การยุติปัญหาอย่างสันติจะเกิดประโยชน์ร่วมกันแก่ทั้งสองประเทศ ทั้งในด้านการปกป้องอธิปไตย การสร้างความเชื่อมั่นขึ้นใหม่ การปลดล็อกทรัพยากรพลังงาน สนับสนุนการพัฒนา และสร้างงานให้กับคนรุ่นหลังทั้งชาวกัมพูชาและชาวไทย

เขากล่าวทิ้งท้ายว่า ข้อพิพาทชายแดนกัมพูชา-ไทยไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงเรื่องทวิภาคีเท่านั้น แต่เป็นประเด็นที่กว้างกว่านั้น คือเรื่องของการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรสหประชาชาติ หลักการที่เส้นเขตแดนละเมิดมิได้ และกฎบัตรอาเซียน

คุณอาจสนใจ

Related News