ต่างประเทศ
ปิดตำนานราชินีลายจุด! “ยาโยอิ คุซามะ” เสียชีวิตแล้วในวัย 97 ปี
1 ชั่วโมงที่แล้ว
15 views
ยาโยอิ คุซามะ (Yayoi Kusama) ศิลปินแนวอาวองการ์ดชาวญี่ปุ่น ผู้เปลี่ยนภาพหลอนให้กลายเป็นผลงานศิลปะ และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากภาพวาดลายจุดและฟักทองอันเป็นเอกลักษณ์ ได้เสียชีวิตลงแล้วในวัย 97 ปี
แถลงการณ์ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของระบุว่า คุซามะเสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุของการเสียชีวิต
ในแถลงการณ์ว่า คุซามะยังคงวาดภาพจนวาระสุดท้ายของชีวิต โดยเธอไม่เคยวางพู่กันเลย และยังคงเดินหน้าสำรวจแนวคิดเรื่องความรักชั่วนิรันดร์และจิตวิญญาณที่เป็นอมตะต่อไป “เราจะสืบสานปณิธานของคุซามะ และส่งต่อความหวังและพลังแห่งอนาคตให้แก่ผู้คนทั่วโลกผ่านงานศิลปะต่อไป”
คุซามะถือเป็นหนึ่งในศิลปินร่วมสมัยที่ได้รับความนับถือมากที่สุดของญี่ปุ่น ผลงานของเธอถูกจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ชั้นนำทั่วโลก รวมถึงพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ (MoMA) และพิพิธภัณฑ์ศิลปะอเมริกันวิทนีย์ (Whitney Museum of American Art) ในนิวยอร์ก
คุซามะเดินทางไปยังนิวยอร์ก ขณะอายุ 27 ปี และสร้างชื่อเสียงได้อย่างรวดเร็วด้วยภาพวาดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพหลอนที่เธอมักจะเห็นมาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นแสงไฟที่วับวาบ ลายจุด และหมู่มวลดอกไม้
ลวดลายที่ซ้ำไปซ้ำมาถือเป็นเอกลักษณ์ของเธอ โดยปรากฏในหลากหลายรูปทรง ทั้งแบบตาข่าย เกลียวคลื่น หรือรูปทรงคล้ายหนอน แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือ ลายจุด (Polka dots)
เธอเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศเมื่อปี 2012 ว่า ลายจุดนั้นวิเศษมาก และเธออยากจะวาดภาพไปเรื่อย ๆ สักพันหรือสองพันชิ้นเท่าที่จะทำได้จนกว่าตัวเธอจะสิ้นลมหายใจ
นอกจากงานศิลปะแล้ว เธอยังมีผลงานการเขียน เข้าร่วมกิจกรรมต่อต้านสงครามในช่วงทศวรรษ 1960 และมีรายงานว่าเธอเป็นผู้มีอิทธิพลต่อศิลปินชื่อดังระดับตำนานอย่าง แอนดี้ วอร์ฮอล (Andy Warhol) อีกด้วย
คุซามะมักจะเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตของเธอ โดยกล่าวว่าการใช้ชีวิตในนิวยอร์กทำให้เธอเกิดภาวะทางจิตเวช ในปี 1977 หรือไม่กี่ปีหลังจากกลับมาญี่ปุ่น เธอได้ตัดสินใจเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจิตเวชด้วยความสมัครใจ และใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นต่อเนื่องมานานหลายทศวรรษ โดยจะมีรถไปส่งเธอที่สตูดิโอใกล้ ๆ ในทุกเช้าเพื่อทำงานศิลปะ
ในช่วงบั้นปลายชีวิต คุซามะมีชื่อเสียงโด่งดังถึงขีดสุด เธอได้ร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่าง หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) รวมถึงมีการนำลวดลายของเธอไปใช้ในสินค้าลิขสิทธิ์ต่างๆ เช่น ถ้วยน้ำชา เสื้อยืด และพวงกุญแจ ตลอดจนมีการสร้างหุ่นจำลองตัวเธอเพื่อใช้ในการตกแต่งตู้โชว์สินค้าและการตลาด
ในปี 2008 สถาบันคริสตี้ส์ (Christie’s) ได้ประมูลผลงานของเธอไปในราคาสูงถึง 5.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2016 เธอได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์วัฒนธรรม (Order of Culture) ซึ่งเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดทางด้านวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น
แท็กที่เกี่ยวข้อง