ต่างประเทศ

“เมียนมา” เมินแผนสันติภาพอาเซียน ปฏิเสธบทบาทผู้แทนพิเศษช่วยแก้วิกฤตประเทศ หลังผู้นำเพิ่งเยือนไทย

2 ชั่วโมงที่แล้ว

11 views

รัฐบาลเมียนมา ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ ออกแถลงการณ์ปฏิเสธบทบาทของผู้แทนพิเศษอาเซียน ในการเข้ามาแก้ไขวิกฤตการณ์ภายในประเทศ เพียงไม่กี่วันหลังจากผู้นำเมียนมาเดินทางเยือนประเทศไทย เพื่อหารือเรื่องการกลับเข้ามีส่วนร่วมกับอาเซียนอย่างเต็มตัว


ความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมาและสมาชิกอาเซียนตกต่ำลงนับตั้งแต่ต้นปี 2564 หลังเกิดการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของนางอองซาน ซูจี นำไปสู่สงครามกลางเมืองที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วประมาณ 100,000 ราย และมีผู้พลัดถิ่นอีกหลายล้านคน ซึ่งทำให้อาเซียนสั่งระงับไม่ให้ผู้นำเมียนมาเข้าร่วมการประชุมระดับสูง เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามแผนฉันทามติ 5 ข้อ


ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศเมียนมาออกแถลงการณ์ระบุว่า เมียนมาไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งพาบทบาทของผู้แทนพิเศษอาเซียนอีกต่อไป โดยให้เหตุผลว่าเมียนมาได้จัดการเลือกตั้งไปแล้ว พร้อมย้ำว่า เมียนมามีความเห็นว่า การแต่งตั้งและการคงอยู่ของบทบาทผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนนั้น ไม่มีความจำเป็น


อย่างไรก็ดี การเลือกตั้งในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมที่ผ่านมา ถูกนานาชาติวิพากษ์วิจารณ์ว่าขาดความโปร่งใส เนื่องจากพรรคที่ชนะการเลือกตั้งเป็นพรรคที่กองทัพหนุนหลังและไร้คู่แข่งที่สำคัญ ซึ่งกระบวนการนี้ส่งผลให้ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี


แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย เปิดเผยภายหลังการหารือว่าไทยยังคงมุ่งหวังที่จะเห็นสันติภาพและเสถียรภาพในเมียนมาภายใต้กรอบแผนสันติภาพของอาเซียน และขอยืนยันว่าไทยไม่ได้ละเลยความกังวลของประเทศสมาชิกในภูมิภาค


ขณะที่เมื่อเดือนที่แล้ว รัฐสภาเมียนมาได้ผ่านมติปฏิเสธแผนการของอาเซียน โดยระบุว่าแผนดังกล่าวเป็นการแทรกแซงกิจการภายใน พร้อมเสริมว่าอาเซียนควรประเมินจุดยืนที่มีต่อเมียนมาใหม่


แถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาในครั้งนี้ยังมีขึ้น หลังจากอาเซียนได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ผู้แทนพิเศษ (รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์) ได้เข้าพบนางอองซาน ซูจี และเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวเธอรวมถึงนักโทษการเมืองรายอื่น ๆ โดยไม่มีเงื่อนไข ซึ่งทางการเมียนมาโต้แย้งว่า แม้จะมีการลดหย่อนโทษตามหลักมนุษยธรรมไปบ้างแล้ว แต่การปล่อยตัวเต็มรูปแบบต้องเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายของเมียนมาเท่านั้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ