ต่างประเทศ

ไทยโดนด้วย! “สหรัฐฯ” ตั้งกำแพงภาษีใหม่ 60 ประเทศ ไทยโดน 12.5% อ้างเป็นชาติที่มีปัญหาบังคับใช้แรงงาน

2 ชั่วโมงที่แล้ว

30 views

สหรัฐฯ ภายใต้การนำของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประกาศเก็บภาษีใหม่ 60 ประเทศ ไทยโดน 12.5% อ้างเป็นประเทศที่ล้มเหลวในการหยุดยั้งการใช้แรงงานบังคับอย่างเหมาะสม

ภาษีดังกล่าวมีอัตราตั้งแต่ 10% ถึง 12.5% โดยมุ่งเป้าไปที่คู่ค้าทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ สหราชอาณาจักร จีน สหภาพยุโรป แคนาดา ญี่ปุ่น และอินเดีย ภาษีใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ในวันนี้ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ภาษีชั่วคราว 10% สำหรับสินค้าต่างประเทศที่นำมาใช้ก่อนหน้านี้ในปีนี้จะหมดอายุลง

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการยกระดับสงครามการค้าโลกครั้งล่าสุดที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จุดชนวนขึ้นอีกครั้งเมื่อเขากลับมาดำรงตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว โดยสินค้าจากประเทศคู่ค้าที่ได้รับผลกระทบ 60 ประเทศ คิดเป็น 99.4% ของการนำเข้าของสหรัฐฯ

ศาลฎีกาสหรัฐฯ ตัดสินเมื่อต้นปีที่ผ่านมาว่า ภาษีหลายรายการที่เรียกเก็บทั่วโลกภายใต้อำนาจฉุกเฉินของทรัมป์นั้นนั้นผิดกฎหมาย ดังนั้นประธานาธิบดีทรัมป์จึงได้แสวงหาช่องทางทางกฎหมายอื่น ๆ เพื่อดำเนินนโยบายการค้าหลักของเขาต่อไป

เมื่อเดือนที่แล้ว รัฐบาลสหรัฐฯได้เสนอมาตรการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายสิบประเทศในอัตรา 10-12.5% เป็นครั้งแรก เนื่องจากมีความกังวลว่า ประเทศเหล่านั้นยังไม่ได้ดำเนินการอย่างเพียงพอเพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับ



ขณะที่เมื่อวานนี้นายเจมีสัน กรีเออร์ (Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ภายใต้คำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า ภาษีเหล่านั้นจะมีผลบังคับใช้แล้ว กรีเออร์ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า "การดำเนินการในวันนี้จะเริ่มต้นแก้ไขสิ่งที่ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและเป็นการค้าที่ไม่เป็นธรรม เพื่อปรับปรุงสวัสดิภาพของแรงงานทั่วโลก"

สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุว่า จนถึงขณะนี้มีคู่ค้า 10 ประเทศที่ตกลงที่จะบังคับใช้ข้อห้ามดังกล่าวในข้อตกลงเหล่านี้ และประเทศอื่นๆ ได้ดำเนินการห้ามดังกล่าวเพื่อตอบสนองต่อการตรวจสอบของสำนักงานในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งคู่ค้าที่ "ให้คำมั่นที่จะนำมาใช้และบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ" ข้อห้ามการนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ จะต้องเสียภาษี 10% ในขณะที่ประเทศที่ยังไม่ปฏิบัติตามจะต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงกว่าคือ 12.5% ซึ่งมี 38 ประเทศ และไทยอยู่ในกลุ่มนี้ร่วมกับจีนและสิงคโปร์

เดโบราห์ เอล์มส์ ( Deborah Elms ) ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายการค้าจากมูลนิธิฮินริช (Hinrich) กล่าวว่า การเก็บภาษีใหม่แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลทรัมป์ มุ่งมั่น ที่จะผลักดันกลยุทธ์ภาษีต่อไป และเป็นไปได้ยากที่ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภาษีจะสามารถพิสูจน์ได้ว่า พวกเขามีมาตรการเพียงพอที่จะป้องกันการนำเข้าแรงงานบังคับ

เวนดี้ คัตเลอร์ ( Wendy Cutler) ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจจากสถาบันนโยบายเอเชียโซไซตี้ กล่าวว่า การเก็บภาษีใหม่นี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มต้นทุนให้กับธุรกิจและผู้บริโภค แม้ว่าผลกระทบอาจลดลงได้ เนื่องจากมีสินค้าที่ได้รับการยกเว้นจำนวนมาก

คัตเลอร์กล่าวว่า ประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่จะผิดหวังกับการเก็บภาษีใหม่นี้ และมีแนวโน้มที่จะมุ่งเน้นไปที่วิธีการ "ลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ" โดยการทำข้อตกลงกับประเทศอื่น ๆ

ขณะนี้มีบางประเทศออกมาแสดงความคิดเห็นต่อมาตรการของทรัมป์ หนึ่งในนั้นมีบราซิล โดยรัฐบาลบราซิลเรียกการกระทำนี้ว่า "ไม่ยุติธรรม" และ "ตามอำเภอใจ"

รัฐบาลบราซิลกล่าวในแถลงการณ์ว่า สหรัฐฯเลือกที่จะ "บิดเบือนประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง" ต่อสิทธิของคนงาน เพื่อสนับสนุนนโยบายการค้าแบบกีดกันทางการค้าของตน

บราซิล ซึ่งถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าใหม่ 12.5% จากสหรัฐฯ กล่าวว่า จะตอบโต้ด้วยมาตรการภายใต้ "กฎหมายว่าด้วยการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์" และพิจารณาตลาดอื่นๆ เพื่อจำหน่ายสินค้าต่อไป

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้เรียกเก็บภาษีศุลกากร 25% เพิ่มเติมสำหรับเฟอร์นิเจอร์ เครื่องจักร น้ำตาล และสินค้านำเข้าอื่นๆ จากบราซิล แต่ยังคงยกเว้นสินค้าบางรายการ เช่น เนื้อวัวและกาแฟ

รัฐบาลญี่ปุ่นกล่าวว่า "เสียใจ" กับภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ โดยระบุว่า การค้าของญี่ปุ่นดำเนินการตามกฎระเบียบระหว่างประเทศ

ด้านดอน ฟาร์เรล (Don Farrell) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าของออสเตรเลียกล่าวว่า ภาษีดังกล่าว "ไม่ยุติธรรมอย่างสิ้นเชิง" และเขาจะยังคงกดดันสหรัฐฯให้ยกเลิกภาษีศุลกากรทั้งหมดสำหรับสินค้าของประเทศตนต่อไป

ทรัมป์กล่าวอ้างมาตลอดว่า ภาษีนำเข้าจะช่วยปกป้องแรงงานชาวอเมริกันและกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

เมื่อเดือนเมษายน ปี 2025 ทรัมป์ได้กำหนดภาษีนำเข้าสูงถึง 50% กับคู่ค้าทั่วโลกในสิ่งที่เขาเรียกว่า "วันแห่งการปลดปล่อย" โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขสิ่งที่เขาเห็นว่าเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐฯ

เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2026 ศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้ยกเลิกภาษีเหล่านั้นและกล่าวว่าประธานาธิบดีใช้อำนาจเกินขอบเขต ส่งผลให้มีการคืนเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์

ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯได้พิจารณาวิธีการอื่นในการกำหนดภาษีนำเข้า รวมถึงการเก็บภาษี 10% สินค้านำเข้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการชั่วคราวที่จะหมดอายุในวันนี้ (24 ก.ค.)

แท็กที่เกี่ยวข้อง  กำแพงภาษีสหรัฐฯ

คุณอาจสนใจ

Related News