ต่างประเทศ

ยอดผู้เสียชีวิตแผ่นดินไหว“เวเนซุเอลา”พุ่ง 235 ศพ เศร้า พบร่างแม่สละชีพปกป้องลูกน้อยให้รอดชีวิต

5 ชั่วโมงที่แล้ว

10 views

สำนักข่าว Notitarde ของเวเนซุเอลา รายงานเรื่องราวสุดน่าเศร้า เมื่อแม่ต้องสละชีวิตเพื่อปกป้องลูกน้อยจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ โดยรายงานระบุว่า ภรรยาของเฮกเตอร์ เบลโล นักฟุตบอลชาวเวเนซุเอลา เสียชีวิตในรัฐลา กัวอิรา ขณะพยายามช่วยลูกสาวให้รอดชีวิตจากอาคารที่พังถล่ม ซึ่งหลังจากการค้นหาอย่างเข้มข้น ทีมกู้ภัยสามารถค้นพบร่างไร้ชีวิตของเธอท่ามกลางซากปรักหักพังได้


ด้านเฮกตอร์ เบโย โพสต์ภาพของครอบครัว พร้อมข้อความสุดเศร้า ใจความว่า “แม่ของเธอจากไปแล้ว ผมจะบอกเรื่องนี้กับลูกสาวของเราอย่างไรดี? ผมจะอธิบายให้ลูกสาวฟังได้อย่างไรว่าคุณเสียสละชีวิตเพื่อช่วยชีวิตเธอ และผทไม่ได้อยู่ที่นั่นเพื่อทำอะไรเลย? ผมจะอธิบายเรื่องนี้ให้เธอฟังได้อย่างไร? โปรดประทานความเข้มแข็งให้ผมด้วย เพราะผมทนไม่ไหวอีกแล้ว” อีกข้อความว่า “คุณทิ้งให้เราต่อสู้กันสองคน คุณทิ้งผมไว้กับลูกสาวเพียงลำพัง”


ขณะที่ นายคาร์ลอส อัลวาราโด (Carlos Alvarado) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของเวเนซุเอลา กล่าวในรายการโทรทัศน์ของรัฐเมื่อเย็นวานนี้ (25 มิ.ย.) ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงสองครั้งติดต่อกันเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 235 ราย และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 4,300 คน ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง


ขณะที่องค์การยูนิเซฟ ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลเด็กของสหประชาชาติ ได้เตือนว่า เด็กหลายพันคนกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงในเวเนซุเอลา หลังจากเกิดแผ่นดินไหวสองครั้งในประเทศ ยูนิเซฟออกแถลงการณ์เมื่อวานนี้ว่า มีเด็กประมาณ 3.9 ล้านคนอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว และหลายครอบครัวต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน


แคทเธอรีน รัสเซลล์ (Catherine Russell) ผู้อำนวยการบริหารของยูนิเซฟ กล่าวว่า “ภาพที่เราเห็นจากเวเนซุเอลาและเรื่องราวที่เราได้ยินจากเพื่อนร่วมงานในพื้นที่นั้นน่าเศร้าใจ เมื่อความเสียหายปรากฏชัดเจนขึ้น ความปลอดภัย การคุ้มครอง และความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กจะต้องยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการตอบสนอง”


ขณะที่ยูนิเซฟเตือนว่า ในอีกไม่กี่ชั่วโมงและไม่กี่วันข้างหน้า เด็ก ๆ จะเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุด พวกเขาจะเผชิญกับ “การบาดเจ็บ การพลัดพรากจากครอบครัว การพลัดถิ่น ความทุกข์ และการหยุดชะงักของบริการต่าง ๆ รวมถึงการดูแลสุขภาพ น้ำสะอาด การศึกษา และการคุ้มครอง”


ขณะที่นานาชาติต่างเร่งส่งทีมกู้ภัยและสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังประเทศเวเนซุเอลา หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งซ้อน ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 235 ราย และบาดเจ็บอีก 4,300 คน


เม็กซิโกได้ส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมชุดใหญ่เพื่อสนับสนุนภารกิจฉุกเฉิน โดยกองทัพอากาศเม็กซิโกได้ส่งเครื่องบินลำเลียง 2 ลำ พร้อมบุคลากร 261 นาย ประกอบด้วยทหารบก ทหารอากาศ และกองกำลังรักษาดินแดน เดินทางออกจากฐานทัพอากาศซานตาลูเซีย ในจำนวนนี้ ยังประกอบด้วยบุคลากรทางการแพทย์ และทีมค้นหาและกู้ภัยเฉพาะทาง พร้อมสุนัขกู้ภัยที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี 18 ตัว เพื่อปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพัง นอกจากนี้ยังมีการขนส่งอุปกรณ์กู้ภัย 4.4 ตัน และเวชภัณฑ์อีก 2.7 ตัน


ขณะเดียวกัน เครื่องบิน C-130 Hercules อีกลำได้เตรียมออกเดินทางเพื่อสมทบความช่วยเหลือเพิ่มเติม ซึ่งประกอบด้วยยารักษาโรค 8 ตัน และอุปกรณ์กู้ภัยอีก 4 ตัน โดยประธานาธิบดี คลาวเดีย เชนบอม ของเม็กซิโก ระบุว่าเม็กซิโกจะประเมินสถานการณ์ร่วมกับทางการเวเนซุเอลาอย่างใกล้ชิดเพื่อพิจารณาความช่วยเหลือในลำดับถัดไป พร้อมทั้งแสดงความเสียใจและยืนหยัดเคียงข้างผู้สูญเสียในครั้งนี้


ที่ปานามา ประธานาธิบดี ราอูล มูลิโน ได้สั่งการให้ส่งทีมกู้ภัยเดินทางไปยังเวเนซุเอลาทันที พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์รับบริจาคในกรุงปานามาซิตี้ เพื่อรวบรวมสิ่งของจำเป็นจากประชาชน โดยมีอาสาสมัครทั้งชาวปานามาและชาวเวเนซุเอลาพลัดถิ่นมาร่วมกันคัดแยกและบรรจุสิ่งของ ทั้ง อาหารแห้ง อุปกรณ์สุขอนามัย ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ผ้าอ้อม และเวชภัณฑ์พื้นฐาน


เช่นเดียวกับเอลซัลวาดอร์ รัฐบาลได้ส่งทีมกู้ภัยและเจ้าหน้าที่พยาบาลรวม 300 นาย พร้อมสิ่งของบรรเทาทุกข์และยารักษาโรคหนักกว่า 50 ตัน มุ่งหน้าสู่เวเนซุเอลา โดย เอริค ปอร์ติโย ผู้อำนวยการ Cruz Verde (กาชาดสีเขียว) ระบุว่า ภารกิจเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้คือการค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพังในช่วงนาทีชีวิต (Golden Period) ซึ่งทีมงานประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัย อาสาสมัคร และทีมแพทย์เฉพาะทาง


ขณะที่สาธารณรัฐโดมิดิกัน ประธานาธิบดี ลุยส์ อาบีนาเดร์ สั่งการเริ่มภารกิจกู้ภัยและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในทันที โดยมีการส่งเครื่องบินบรรทุกบุคลากรผู้เชี่ยวชาญและสิ่งของบรรเทาทุกข์จากกรุงซานโตโดมิงโกมุ่งตรงสู่เวเนซุเอลาเพื่อบรรเทาทุกข์เบื้องต้น


ที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา อาสาสมัครและชาวเวเนซุเอลาพลัดถิ่นได้เร่งรวบรวมอาหารและเวชภัณฑ์เพื่อส่งกลับไปช่วยเหลือบ้านเกิด อย่างไรก็ตาม องค์กร Global Empowerment Mission (GEM) ระบุว่า ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือขั้นตอนการนำความช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่ เนื่องจากระบบสาธารณสุขของเวเนซุเอลาเผชิญภาวะวิกฤตอยู่ก่อนแล้ว ประกอบกับสนามบินในปัจจุบันมีความแออัดและมีอุปสรรคด้านการจัดการขนส่ง ทำให้การกระจายความช่วยเหลืออาจล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ