ต่างประเทศ
คลื่นความร้อนปกคลุมยุโรปตะวันตก "ฝรั่งเศส-อังกฤษ" ทุบสถิติร้อนสุดเป็นประวัติการณ์
3 ชั่วโมงที่แล้ว
19 views
คลื่นความร้อนรุนแรงกำลังแผ่ปกคลุมยุโรปตะวันตก ส่งผลให้อุณหภูมิพุ่งสูงทุบสถิติเป็นประวัติการณ์ โดยฝรั่งเศสเผชิญกับวันที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติมา อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของฝรั่งเศสพุ่งแตะ 30 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยในตอนกลางวันและกลางคืนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ 2490 โดยเฉพาะในกรุงปารีสที่มีอุณหภูมิเกือบแตะ 41 องศาเซลเซียส ส่วนพื้นที่ทางตะวันตกพุ่งทะลุ 42 องศาเซลเซียส จนทางการต้องประกาศเตือนภัยระดับสีแดงในพื้นที่มากกว่าครึ่งประเทศ
สภาพอากาศที่ร้อนจัดยังทำให้บ้านเรือนหลายหมื่นหลังไม่มีไฟฟ้าใช้ และสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกอย่างพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์และหอไอเฟลต้องปิดให้บริการเร็วกว่าปกติเนื่องจากตัวอาคารไม่ได้สร้างมาเพื่อรองรับสภาพอากาศที่ผันผวน
วิกฤตความร้อนครั้งนี้ยังนำมาซึ่งความสูญเสียอีกด้วย โดยมีรายงานผู้จมน้ำเสียชีวิตในฝรั่งเศสแล้วอย่างน้อย 40 รายจากการลงเล่นน้ำคลายร้อน ขณะเดียวกันก็เกิดไฟป่ารุนแรงในหลายพื้นที่ จนต้องระดมกำลังนักดับเพลิงกว่า 150 คน เข้าควบคุมสถานการณ์ตลอดทั้งคืน ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานฝรั่งเศสออกมายอมรับว่า ฝรั่งเศสกำลังกลายเป็นประเทศเมืองร้อนและประชาชนจำเป็นต้องปรับการใช้ชีวิตครั้งใหญ่ แม้คาดว่าอุณหภูมิจะเริ่มลดลงในช่วงสุดสัปดาห์นี้ก็ตาม
ส่วนสถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านก็วิกฤตไม่แพ้กัน โดยสหราชอาณาจักรประกาศเตือนภัยระดับสีแดงหลังอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 36.1 องศาเซลเซียส ซึ่งทุบสถิติที่ร้อนที่สุดในเดือนมิถุนายน ส่งผลให้โรงเรียนมากกว่า 1,000 แห่งต้องปิดทำการหรือเลิกเรียนเร็วขึ้น
ขณะที่สเปนและอิตาลีต่างประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุดในหลายพื้นที่ หลังอุณหภูมิเฉลี่ยพุ่งสุดทำลายสถิติและมีแนวโน้มแตะ 42 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยของสเปนพุ่งสูงสุดในรอบกว่า 70 ปี ส่งผลให้ประชากรหลายสิบล้านคนต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ส่วนอิตาลี มีการประกาศเตือนภัยระดับสีแดง 16 จุด ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางตอนเหนือและตอนกลางของประเทศ
นอกจากนี้ มวลความร้อนกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออก มุ่งหน้าสู่เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียม รวมถึงยุโรปตะวันออกในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งหลายประเทศเริ่มสั่งห้ามจุดไฟในที่โล่งและขอความร่วมมือให้ประชาชนให้ประหยัดน้ำเพื่อรับมือกับภัยแล้งที่กำลังตามมา
ทั้งนี้ สำนักงานการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโคเปอร์นิคัสของสหภาพยุโรป ระบุว่า ยุโรปเป็นทวีปที่อุณหภูมิสูงขึ้นเร็วที่สุดในโลก โดยร้อนขึ้นเป็น 2 เท่า ของค่าเฉลี่ยทั่วโลก ซึ่งวิกฤตสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้กำลังทำให้คลื่นความร้อนและภัยแล้งในยุโรปทวีความรุนแรงและเกิดบ่อยขึ้น
แท็กที่เกี่ยวข้อง