ต่างประเทศ

“แบงก์ชาติญี่ปุ่น” ขึ้นดอกเบี้ยสูงสุดในรอบ 31 ปี รับมือวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลาง

3 ชั่วโมงที่แล้ว

6 views

วันนี้ (16 มิ.ย.) คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 0.75% เป็น 1% ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538


การตัดสินใจครั้งนี้สอดคล้องกับทิศทางของธนาคารกลางทั่วโลกที่ทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หลังจากสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล และอิหร่าน ได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ค่าครองชีพและต้นทุนพลังงานพุ่งสูงขึ้น


ในอดีตช่วงทศวรรษ 1990 ญี่ปุ่นได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างรุนแรงเพื่อต่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจถดถอยหลังราคาอสังหาริมทรัพย์และหุ้นตกต่ำลง ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยของญี่ปุ่นอยู่ในระดับเกือบ 0% มานานกว่าสองทศวรรษ ท่ามกลางภาวะเงินฝืดและเศรษฐกิจหยุดชะงัก


อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 แบงก์ชาติญี่ปุ่นได้เริ่มทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งในครั้งนั้นถือเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 17 ปี


ปัจจุบัน ธนาคารกลางของญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักในการควบคุมภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งก่อนหน้านี้อยู่ในระดับต่ำมากมาโดยตลอด แต่ราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากตะวันออกกลาง ได้กลายเป็นตัวเร่งสำคัญให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ โดยราคาน้ำมันและก๊าซขายส่งของญี่ปุ่นปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 6% ในเดือนพฤษภาคมเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วที่สุดในรอบสามปี


อย่างไรก็ดี โดยรวมแล้ว อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ที่ 1.4% ในเดือนเมษายน ปัจจุบันยังต่ำกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ 2%


แม้การขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจช่วยลดเงินเฟ้อได้ แต่ในขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นก็จะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลและภาคธุรกิจสูงขึ้นด้วย


ในด้านการเมือง นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ซึ่งปกติจะมีจุดยืนสนับสนุนการอัดฉีดงบประมาณและเคยคัดค้านการขึ้นดอกเบี้ย ไม่ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจในครั้งนี้ของแบงก์ชาติ เนื่องจากถูกกดดันอย่างหนักให้แก้ปัญหาเงินเฟ้อที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ