ต่างประเทศ

“อีลอน มัสก์” ขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐีระดับล้านล้านเหรียญคนแรกของโลก หลัง SpaceX เตรียมเปิดซื้อขาย IPO

3 ชั่วโมงที่แล้ว

10 views

SpaceX เตรียมเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) ด้วยมูลค่าสูงถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยจะเสนอขายหุ้นจำนวน 555.6 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 135 ดอลลาร์ ซึ่งการทำธุรกรรมครั้งนี้จะทำให้มูลค่าบริษัทของ SpaceX พุ่งสูงถึง 1.77 ล้านล้านดอลลาร์ ส่งผลให้เป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับ 7 ของสหรัฐฯ แซงหน้า Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของมัสก์เอง


หุ้นของ SpaceX จะเริ่มซื้อขายในตลาด Nasdaq ในวันนี้ (12 มิ.ย.) ซึ่งจะเป็นโอกาสแรกสำหรับนักลงทุนทั่วไปที่จะได้เข้าซื้อหุ้นของบริษัทที่มีอายุ 24 ปีแห่งนี้


SpaceX ระบุในหนังสือเชิญชวนว่า รายรับในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 15% เป็น 4.69 พันล้านดอลลาร์ จาก 4.07 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว สำหรับปีที่ผ่านมาทั้งหมด รายรับพุ่งขึ้น 33% เป็น 1.867 หมื่นล้านดอลลาร์ บริษัทบันทึกผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสล่าสุดที่ 4.28 พันล้านดอลลาร์ หลังจากขาดทุน 4.94 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568


นอกเหนือจากธุรกิจอวกาศแล้ว บริษัทแห่งนี้ยังเป็นเจ้าของบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink ซึ่งมีสัดส่วนรายรับส่วนใหญ่และเป็นหน่วยธุรกิจเดียวที่ทำกำไรได้ รวมถึง xAI แผนกปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งได้ควบรวมกิจการกับ SpaceX ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา


การทำ IPO ครั้งนี้ จะทำให้อีลอน มัสก์ กลายเป็นมหาเศรษฐีระดับล้านล้านเหรียญคนแรกของโลก โดยปัจจุบัน ความมั่งคั่งส่วนใหญ่ของมัสก์อยู่ที่ SpaceX ซึ่งเขาถือหุ้นมูลค่าราว 8.66 แสนล้านดอลลาร์ เมื่อรวมกับ Tesla และกิจการอื่นๆ ทรัพย์สินรวมของเขาจะทะลุ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ทันทีที่หุ้นเริ่มซื้อขายในวันนี้


อย่างไรก็ดี ก่อนการขายหุ้นครั้งนี้ นิตยสาร Forbes ได้ประเมินทรัพย์สินสุทธิของเขาไว้ที่ประมาณ 7.8 แสนล้านดอลลาร์ ทิ้งห่างมหาเศรษฐีอันดับสองอย่าง แลร์รี เพจ ผู้ร่วมก่อตั้ง Alphabet แบบไม่เห็นฝุ่น


ทั้งนี้ มัสก์กลายเป็นชื่อที่หลายคนคุ้นหูจาก Tesla และ SpaceX ก่อนที่จะขยายอิทธิพลด้วยการเข้าซื้อกิจการ Twitter หรือปัจจุบันคือแอปพลิเคชัน X มูลค่า 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2565 ที่ผ่านมา ดีลนี้ทำให้เขามีกระบอกเสียงโดยตรงถึงผู้ใช้นับร้อยล้านคน และกลายเป็นผู้ที่มีปากเสียงสำคัญในประเด็นต่างๆ ตั้งแต่การเมือง การอพยพ ไปจนถึงการใช้จ่ายของรัฐบาลและเสรีภาพในการแสดงออก


อย่างไรก็ดี บทบาทที่อื้อฉาวที่สุดของเขาคือการก้าวเข้าสู่การเมือง โดยเฉพาะบทบาทใน กระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) ภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ในปี 2568 ยอดขายของ Tesla ในตลาดโลกเริ่มชะลอตัวลง เนื่องจากเกิดกระแสประท้วงและการบอยคอตจากผู้บริโภคที่ไม่พอใจในบทบาททางการเมืองของเขา


มัสก์ในวัย 54 ปี เกิดที่กรุงพริทอเรีย ประเทศแอฟริกาใต้ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียในปี 2540 เขาเข้ารับตำแหน่งซีอีโอของ Tesla ในปี 2551 ซึ่งนอกจาก Tesla และ SpaceX เขายังร่วมก่อตั้งบริษัทอีก 5 แห่ง เช่น The Boring Company (ธุรกิจขุดอุโมงค์) และ Neuralink (ผู้ผลิตชิปฝังสมอง)


แม้มัสก์จะไม่ได้มีภาพลักษณ์แบบคุณลุงใจดี เหมือนมหาเศรษฐีคนอื่น แต่กลุ่มผู้สนับสนุนของเขาก็มองว่า สไตล์การพูดแบบตรงไปตรงมาไม่มีฟิลเตอร์ของเขาคือเสน่ห์ที่น่าดึงดูด


อย่างไรก็ตาม เขาก็ถูกวิจารณ์เรื่องการกุมอำนาจไว้ที่คนคนเดียว ซึ่งก่อให้เกิดเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์ นอกจากนี้ มัสก์มักจะมีปัญหากับหน่วยงานกำกับดูแล นักข่าว และมหาเศรษฐีคนอื่น ๆ อยู่เสมอ รวมถึงความสัมพันธ์ที่ผันผวนกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีทั้งช่วงที่เป็นมิตรและศัตรูกันผ่านสื่อ


แต่สำหรับนักลงทุนจำนวนมาก พฤติกรรมที่ผิดแปลกจากขนบธรรมเนียมทั่วไปนี้กลับถูกมองข้าม เพราะจากประวัติการทำงานที่ผ่านมา เขาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เขาสามารถทำไอเดียที่หลายคนมองว่าเพ้อฝันให้กลายเป็นจริงได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ