ต่างประเทศ
"ฮุน เซน" ประกาศ ทวงคืนดินแดนที่ไทยยึดครอง ขอโทษชาวกัมพูชา เชื่อใจไทยมากไป ไม่ได้เตรียมตัวรบ
2 ชั่วโมงที่แล้ว
74 views
สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ประกาศกร้าวในวันนี้ ว่า กัมพูชาจำเป็นต้องทวงคืนพื้นที่ตามแนวชายแดนที่ถูกทหารไทยเข้ายึดครองกลับคืนมา โดยระบุว่า อาจต้องใช้ทั้งมาตรการเจรจาทางทูตอย่างสันติ หรือการใช้กำลังทางทหารหากจำเป็น
ในระหว่างการลงพื้นที่พบปะกับผู้พลัดถิ่น ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว ในตำบลสลากราม อำเภอสวายเชก จังหวัดบันเตียเมียนเจย สมเด็จฯ ฮุน เซน ได้ระบุว่า กัมพูชายังคงมีความมุ่งมั่นในการจัดการปัญหาดินแดนทับซ้อนกับไทย พร้อมเสริมว่าทางเลือกในปัจจุบันมีเพียงสองทางหลัก คือการเจรจาผ่านแนวทางสันติวิธี หรือการใช้กำลังทางทหาร
นอกจากนี้ สมเด็จฯ ฮุน เซน ยังได้กล่าวถึงช่วงเวลาที่ตนเองดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า ในขณะนั้น ทรัพยากรส่วนใหญ่ของประเทศ ถูกจัดสรรไปยังภาคส่วนที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเท่าเทียม ทั้งด้านสาธารณสุข การศึกษา และสวัสดิการสังคม มากกว่าจะทุ่มงบประมาณไปกับการจัดซื้ออาวุธและยุทโธปกรณ์ทางการทหาร
อย่างไรก็ตาม สมเด็จฯ ฮุน เซน ยอมรับว่า ผลจากการที่กัมพูชาให้ความสำคัญและความเชื่อมั่นต่อความสัมพันธ์อันสงบสุข ทำให้กัมพูชาขาดการเตรียมพร้อมสำหรับสภาวะสงคราม และไม่ได้ลงทุนในด้านอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างจริงจัง ดังนั้น เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ความท้าทายในเวลาต่อมา จึงพบว่าขีดความสามารถและยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่นั้น ไม่เพียงพอต่อการรับมือ
สมเด็จฯ ฮุน เซน กล่าวทิ้งท้ายว่า ในขณะนั้น ตนไม่ได้คาดการณ์มาก่อนว่าจะเกิดการรุกราน หรือความขัดแย้งทางอาวุธที่ขยายตัวลุกลามครอบคลุมไปตลอดแนวชายแดนในลักษณะนี้
ฮุน เซน กล่าวว่า “ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี ผมมีความรับผิดชอบที่จะต้องขอโทษพี่น้องร่วมชาติทั่วประเทศ ที่เชื่อใจฝ่ายไทยมากเกินไป และไม่เตรียมความพร้อมให้กับคนที่มารับช่วงต่อจากผม ทุกคนทราบดีว่า ผมคือคนที่นำพาให้ประเทศผ่านพ้นช่วงเวลาของสงครามและความแตกแยกจนสามารถสร้างสันติภาพที่สมบูรณ์ให้กับประเทศได้”
ฮุน เซน ย้อนความหลังว่า หลังจากนำพาประเทศผ่านพ้นยุคเขมรแดงจนเกิดสันติภาพ เขาได้ตั้งเป้าหมายในการเปลี่ยนอดีตสมรภูมิรบให้กลายเป็นเขตพัฒนา และผลักดันให้พื้นที่บริเวณชายแดนเป็นพื้นที่แห่งสันติภาพ การพัฒนา และความร่วมมือ แม้ในอดีตจะมีกรณีพิพาทเรื่องปราสาทพระวิหารกับไทย แต่เหตุการณ์เหล่านั้นยังอยู่ในพื้นที่ปราสาทและจังหวัดอุดรมีชัยเท่านั้น ไม่ได้ขยายวงกว้างเหมือนกับเหตุการณ์ในปัจจุบัน
เขายังกล่าวถึงความสัมพันธ์อันดีในอดีตอีกว่า เขาได้ทำงานร่วมกับอดีตนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ของไทยมานานถึง 9 ปี โดยไม่มีปัญหาใด ๆ พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่นั่งรถไฟจากปอยเปตข้ามมาฝั่งไทยร่วมกัน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อมโยงทางรางที่แข็งแกร่งและความสัมพันธ์อันดีของประเทศในขณะนั้น
ฮุน เซน กล่าวว่า “ด้วยความเชื่อใจ ผมในฐานะนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจเต็มในขณะนั้น จึงไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือกับการสู้รบ ดังนั้นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ จึงเป็นความผิดของผมเองที่ไม่ได้เตรียมการให้ดีพอกับความขัดแย้งเช่นนี้”
เขายังเสริมอีกว่า ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง เขาได้จัดสรรงบประมาณแผ่นดินไปกับการสร้างสะพาน ถนน รวมถึงการสนับสนุนภาคสาธารณสุขและการศึกษา โดยไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดความขัดแย้งที่ลุกลาม ตั้งแต่แนวชายแดนทางบกไปจนถึงทะเล เหมือนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
แท็กที่เกี่ยวข้อง ฮุนเซน ,ชายแดนไทยกัมพูชา