ต่างประเทศ
ศรีลังกาหวั่นถูกใช้ศูนย์กลางสแกมเมอร์ใหม่ หลังยอดจับกุมต่างชาติเพิ่มสูงขึ้น
2 ชั่วโมงที่แล้ว
9 views
ศรีลังกาหวั่นถูกใช้ศูนย์กลางสแกมเมอร์ใหม่ หลังยอดจับกุมต่างชาติที่ต้องสงสัยว่าเป็นเครือข่ายต้มตุ๋นออนไลน์เพิ่มสูงขึ้น แทนที่กัมพูชา-เมียนมาที่เริ่มกวาดล้าง
ทางการศรีลังกากำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ หลังสถิติการจับกุมชาวต่างชาติที่ต้องสงสัยว่าเป็นเครือข่ายต้มตุ๋นออนไลน์หรือสแกมเมอร์ พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความกังวลว่าศรีลังกากำลังกลายเป็นฐานที่มั่นแห่งใหม่ของอาชญากรรมทางไซเบอร์ แทนที่กัมพูชาและเมียนมาที่เริ่มมีการกวาดล้างอย่างหนัก
นายเฟรดริก วูตเลอร์ โฆษกตำรวจศรีลังกา เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้จับกุมชาวต่างชาติที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ไปแล้วกว่า 1,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน เวียดนาม และอินเดีย ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เมื่อเทียบกับสถิติตลอดทั้งปีที่ผ่านมาที่มีการจับกุมเพียง 430 ราย
ในช่วงสัปดาห์นี้ ตำรวจได้บุกตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัย 5 แห่งในย่านชายฝั่งเมืองกัลเล (Galle) และมาทารา (Matara) โดยสามารถรวบตัวผู้ต้องสงสัยชาวอินเดีย 192 ราย และชาวเนปาล 29 ราย นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วยังมีการจับกุมชาวต่างชาติอีก 280 รายใกล้กับกรุงโคลัมโบ รวมถึงกรณีการบุกทลายศูนย์สแกมเมอร์ขนาดใหญ่เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีชาวจีนถูกจับกุมถึง 135 ราย
ขณะเดียวกัน เมื่อเดือนที่แล้ว เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถสกัดจับชาวจีน 9 ราย ขณะพยายามลักลอบนำเข้าโทรศัพท์มือถือและแล็ปท็อปใช้แล้วจำนวนหลายร้อยเครื่อง ซึ่งคาดว่าเตรียมนำไปใช้ในปฏิบัติการฉ้อโกงทางออนไลน์ข้ามชาติ
แก๊งต้มตุ๋นเหล่านี้ใช้วิธีการหลอกลวงที่คุ้นเคย เช่น Romance Scams หรือ การหลอกให้รักผ่านสื่อสังคมออนไลน์, Crypto Investments หรือการหลอกให้ลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีปลอม, และ Betting Platforms หรือแพลตฟอร์มการพนันออนไลน์
เดิมทีกลุ่มอาชญากรเหล่านี้มุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนที่พูดภาษาจีน แต่ปัจจุบันได้ขยายการปฏิบัติการครอบคลุมหลายภาษา โดยเป้าหมายในปัจจุบันกระจายไปทั่วเอเชีย ทั้งในอินเดีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ขณะที่ทางการศรีลังกากังวลว่าประชาชนในประเทศอาจตกเป็นเหยื่อรายต่อไป
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบว่า เครือข่ายข้ามชาติเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีทางไซเบอร์ต่อกระทรวงการคลังของศรีลังกาเมื่อไม่นานมานี้หรือไม่ ซึ่งเหตุดังกล่าวสร้างความเสียหายสูงถึง 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 81 ล้านบาท)
สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงโคลัมโบ ยอมรับว่า กิจกรรมผิดกฎหมายในศรีลังกาเพิ่มสูงขึ้นจริง หลังจากมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในกัมพูชา เมียนมา และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยรัฐบาลจีนยืนยันให้ความสำคัญกับปัญหานี้และพร้อมร่วมมือกับศรีลังกาเพื่อกวาดล้างขบวนการดังกล่าวให้สิ้นซาก
ทั้งนี้ กลุ่มอาชญากรอาศัยช่องว่างจากการขอวีซ่านักท่องเที่ยว 30 วันที่ทำได้ง่าย เพื่อแฝงตัวเข้ามาเช่าสถานที่ปฏิบัติการ ตั้งแต่วิลล่าหรูไปจนถึงอาคารสำนักงาน ทำให้ตำรวจต้องออกประกาศเตือนเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ว่า หากปล่อยเช่าโดยไม่ตรวจสอบอาจถูกดำเนินคดีในข้อหาให้ที่พักพิงหรือสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมาย
องค์การสหประชาชาติ (UN) ประเมินเมื่อต้นปีที่ผ่านมาว่า มีผู้คนอย่างน้อย 300,000 คนถูกล่อลวงและตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์เพื่อทำงานในศูนย์ต้มตุ๋นออนไลน์ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ในศรีลังกายังไม่พบหลักฐานการค้ามนุษย์ชาวต่างชาติเข้ามาทำงานนี้ แต่ในช่วงปีที่ผ่านมามีชาวศรีลังกาหลายสิบคนได้รับการช่วยเหลือหลังถูกหลอกไปทำงานในศูนย์สแกมเมอร์ในต่างประเทศ
ปัจจุบัน กองตรวจคนเข้าเมืองของศรีลังกากำลังร่วมมือกับสำนักงานตำรวจ เพื่อเร่งผลักดันชาวต่างชาติที่อยู่เกินกำหนดกลับประเทศ และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทางไซเบอร์อย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้ศรีลังกากลายเป็นแหล่งกบดานแห่งใหม่ของแก๊งอาชญากร
แท็กที่เกี่ยวข้อง ศรีลังกา ,ศูนย์สแกมเมอร์