ต่างประเทศ
“ทรัมป์” ส่งสัญญาณเตือนไปยัง “ไต้หวัน” ไม่ให้ประกาศเอกราช
3 ชั่วโมงที่แล้ว
101 views
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกา ส่งสัญญาณเตือนไปยังไต้หวันไม่ให้ประกาศเอกราช ภายหลังเสร็จสิ้นการเยือนจีนและเข้าพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งฝ่ายผู้นำจีนได้ใช้โอกาสนี้กดดันให้สหรัฐฯ ยุติการสนับสนุนไต้หวัน
ทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Fox News ว่าเขาคัดค้านการที่ไต้หวันจะประกาศเอกราช และแสดงท่าทีตั้งคำถามถึงความสมเหตุสมผลที่สหรัฐฯ จะต้องเข้าไปปกป้องเกาะแห่งนี้หากถูกโจมตี
ทรัมป์กล่าวว่า "ผมไม่ได้ต้องการเห็นใครไปประกาศเอกราช และคุณก็รู้ เราต้องเดินทางไกลถึง 9,500 ไมล์เพื่อไปทำสงคราม ผมไม่ได้ต้องการแบบนั้น ผมต้องการให้พวกเขาสงบลง ผมต้องการให้จีนสงบลงด้วย... เราไม่ได้มองหาการทำสงคราม และหากคุณรักษาสถานะเดิมไว้แบบที่เป็นอยู่ ผมคิดว่าจีนก็น่าจะโอเคกับสิ่งนั้น"
สื่อของรัฐบาลจีนรายงานว่า ในระหว่างการหารือ ประธานาธิบดีสี ได้ย้ำเตือนทรัมป์ว่า ประเด็นไต้หวันคือเรื่องที่สำคัญที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ หากจัดการผิดพลาด ทั้งสองประเทศอาจเกิดการปะทะหรือแม้กระทั่งเข้าสู่ภาวะขัดแย้งกันได้
อย่างไรก็ดี ตามกฎหมายของสหรัฐฯ รัฐบาลมีหน้าที่ต้องจัดหาอาวุธให้ไต้หวันเพื่อการป้องกันตนเอง แต่ที่ผ่านมามักจะสงวนท่าทีมาโดยตลอดว่าจะส่งกองกำลังเข้าไปช่วยเหลือโดยตรงหรือไม่
สำหรับประเด็นการขายอาวุธมูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์ ให้แก่ไต้หวัน ซึ่งประกอบด้วยเครื่องยิงจรวดและขีปนาวุธที่ทันสมัย ทรัมป์ระบุว่าเขากำลังจะตัดสินใจในเร็วๆ นี้ว่าการซื้อขายจะดำเนินต่อไปหรือไม่ โดยระบุว่ากำลังหารือกับ คนที่บริหารไต้หวันอยู่ในตอนนี้
ด้าน นายหลิน เจียหลง รัฐมนตรีว่าต่างประเทศไต้หวัน ระบุว่ารัฐบาลไต้หวันได้ติดตามการประชุมสุดยอดครั้งนี้อย่างใกล้ชิด และยังคงรักษาการสื่อสารที่ดีกับสหรัฐฯ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของไต้หวัน พร้อมย้ำว่าไต้หวันเป็นผู้พิทักษ์สันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค และกล่าวหาจีนว่าเป็นฝ่ายยกระดับความเสี่ยงด้วยการซ้อมรบและการกดขี่ในรูปแบบต่างๆ
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังประกาศเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนในครั้งนี้ด้วยการอ้างว่า เขาสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าได้มากมาย หนึ่งในนั้นคือ จีนตกลงที่จะซื้อเครื่องบินโบอิ้งจำนวน 200 ลำ รวมถึงน้ำมันและถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม สื่อรายงานว่ายังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากภาคเอกชน หรือรัฐบาลจีนเกี่ยวกับรายละเอียดของข้อตกลงเหล่านี้
ในส่วนของสถานการณ์ความขัดแย้งกับอิหร่าน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ทรัมป์ต้องเลื่อนกำหนดการเยือนจีนในตอนแรกนั้น ทรัมป์เผยว่าสี จิ้นผิง ให้คำมั่นว่าจีนไม่ได้เตรียมส่งความช่วยเหลือทางทหารให้อิหร่านแต่อย่างใด แม้จะมีข้อกล่าวหาจากอิสราเอลว่าจีนสนับสนุนเทคโนโลยีขีปนาวุธก็ตาม
ขณะเดียวกัน ในประเด็นสิทธิมนุษยชน ทรัมป์ยอมรับว่าเขาไม่สามารถโน้มน้าวให้สี จิ้นผิง ปล่อยตัว "จิมมี่ ไล" มหาเศรษฐีสื่อและนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในฮ่องกงได้ โดยทรัมป์ระบุว่าสี จิ้นผิง บอกกับเขาว่ากรณีของจิมมี่ ไล เป็นเรื่องที่จัดการยากสำหรับเขา
ด้านนักวิเคราะห์มองการเยือนจีนในครั้งนี้ของทรัมป์ว่าเป็นการสร้างบรรยากาศ มากกว่าผลงานที่เป็นรูปธรรม ทรัมป์ได้ภาพลักษณ์ที่เขาต้องการ และจีนก็ยินดีที่จะมอบสิ่งนั้นให้เขา
แท็กที่เกี่ยวข้อง