ต่างประเทศ

“จีน” จัดพิธีต้อนรับ “สหรัฐฯ” อลังการ ก่อน 2 ผู้นำหารือสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และยูเครน

3 ชั่วโมงที่แล้ว

16 views

สื่อต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลจีนจัดพิธีต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ให้กับประเทศที่ตนมองว่า เป็นคู่แข่งสำคัญระดับโลก โดยพิธีต้อนรับยิ่งใหญ่จัดขึ้นตั้งแต่ประธานาธิบดีทรัมป์พร้อมกับคณะผู้บริหาร 17 คนเดินทางมาถึงสนามบินกรุงปักกิ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา จีนนำทหารกองเกียรติยศและเยาวชนจีนกว่า 300 คนมาให้การต้อนรับ


ในเช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนที่การเจรจาทวิภาคีจะเริ่มขึ้น จีนยังได้จัดทหารกองเกียรติยศมาให้การต้อนรับทรัมป์ ทั้งนี้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้จับมือกับทรัมป์บนพรมแดงด้านนอกมหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง ก่อนที่ทั้งสองจะเดินตรวจแถวทหารเกียรติยศร่วมกัน


พิธีต้อนรับในวันนี้ จีนยังได้นำเด็ก ๆ มาส่งเสียงเชียร์ให้การต้อนรับด้วย และดูเหมือนว่า โดนัลด์ ทรัมป์จะชื่นชอบเด็กๆ ที่มารวมตัวกันกระโดดโลดเต้นและส่งเสียงเชียร์อยู่ตรงหน้าเขามากเป็นพิเศษ ประธานาธิบดีสี และประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้ยิ้มให้กันและยิ้มให้เด็กๆ ก่อนที่จะเข้าไปในมหาศาลาประชาชนเพื่อเจรจาทวิภาคีครั้งสำคัญ


รายงานบอกว่า พิธีต้อนรับครั้งนี้ จีนจัดวงดนตรีทหารบรรเลงเพลงมาร์ชอันเร้าใจอยู่เบื้องหลัง ซึ่งปกติจะใช้ต้อนรับบุคคลสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์ขึ้นสู่เวที


ประธานาธิบดีสีได้กล่าวเปิดการประชุมต่อหน้าประธานาธิบดีทรัมป์และคณะผู้แทน โดยประธานาธิบดีสี เรียกร้องให้ทั้งสองประเทศมาร่วมเป็นหุ้นส่วนกัน ไม่ใช่คู่แข่งกัน


ในคำกล่าวเปิดการประชุม สี จิ้นผิง กล่าวว่า "ทั้งโลกกำลังจับตามองการประชุมของเรา ในขณะนี้ การเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบศตวรรษกำลังเริ่มขึ้นทั่วโลก และสถานการณ์ระหว่างประเทศมีความผันผวนและปั่นป่วน" "โลกได้มาถึงทางแยกใหม่แล้ว จีนและสหรัฐอเมริกาจะสามารถเอาชนะกับดักของกับดัก"ทิวซิดิดีส" (Thucydides Trap คือแนวคิดทางรัฐศาสตร์ที่อธิบายความเสี่ยงสูงที่มหาอำนาจเดิม (Ruling Power) และมหาอำนาจใหม่ที่กำลังผงาด (Rising Power) จะเกิดสงครามกัน เมื่ออำนาจของฝ่ายหลังเข้ามาคุกคามสถานะของฝ่ายแรก ทำให้เกิดความหวาดระแวงจนนำไปสู่ความขัดแย้งที่เลี่ยงไม่ได้)


ประธานาธิบดีสีกล่าวว่า สหรัฐฯและจีนต้องเอาชนะกับดักนี้ให้ได้ และร่วมกันสร้างแบบแผนความสัมพันธ์ใหม่ได้หรือไม่? เราจะสามารถเผชิญกับความท้าทายระดับโลกด้วยกันและสร้างเสถียรภาพให้กับโลกได้มากขึ้นหรือไม่? เพื่อผลประโยชน์ของโลกของเรา เพื่อประชาชนทั้งสองประเทศ และเพื่ออนาคตของมนุษยชาติ เราจะสามารถสร้างอนาคตที่สดใสกว่าเดิมสำหรับความสัมพันธ์ทวิภาคีของเราได้หรือไม่?"


"นี่คือคำถามที่สำคัญยิ่งต่อประวัติศาสตร์ ต่อโลก และต่อประชาชน พวกเขาคือคำถามแห่งยุคสมัยของเราที่ท่านและผมจำเป็นต้องตอบในฐานะผู้นำของประเทศมหาอำนาจ"


สี จิ้นผิง ยังได้แสดงความยินดีกับทรัมป์และสหรัฐอเมริกาในโอกาสครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพด้วย โดยสีกล่าวว่า “ผมเชื่อเสมอว่า สองประเทศของเรามีผลประโยชน์ร่วมกันมากกว่าความแตกต่าง ความสำเร็จในประเทศหนึ่งเป็นโอกาสสำหรับอีกประเทศหนึ่ง และความสัมพันธ์ทวิภาคีที่มั่นคงเป็นสิ่งที่ดีสำหรับโลก” “จีนและสหรัฐฯ ต่างได้ประโยชน์จากความร่วมมือและจะเสียประโยชน์จากการเผชิญหน้า”


สี จิ้นผิงบอกว่า “เราควรเป็นหุ้นส่วน ไม่ใช่คู่แข่ง เราควรช่วยเหลือซึ่งกันและกันให้ประสบความสำเร็จและเจริญรุ่งเรือง และหาหนทางที่เหมาะสมสำหรับประเทศมหาอำนาจที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติในยุคใหม่” พร้อมระบุอีกว่า เขารอคอยที่จะได้หารือกับทรัมป์และ “ทำงานร่วมกับทรัมป์เพื่อกำหนดทิศทางและนำพาเรือลำใหญ่แห่งความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ไปสู่ความสำเร็จ เพื่อให้ปี 2026 เป็นปีแห่งประวัติศาสตร์ที่เปิดฉากใหม่”


ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวตอบรับว่า "เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นเพื่อนกับคุณ" เป็น "เกียรติอย่างยิ่ง" ที่ได้พบกับสี จิ้นผิงในวันนี้ พร้อมชื่นชมประธานาธิบดีสีว่า เป็น ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ เราสามารถเข้ากันได้ดี เมื่อมีปัญหา เราก็แก้ไขกันได้ และแก้ไขได้อย่างรวดเร็วด้วย


ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า เขาได้นำ "ผู้นำทางธุรกิจที่ดีที่สุดในโลก" มาด้วยในการเดินทางครั้งนี้ "มีแต่คนระดับสูงเท่านั้นที่มาที่นี่ในวันนี้ เพื่อแสดงความเคารพต่อประธานาธิบดีสี บางคนเรียกการประชุมครั้งนี้ว่า "การประชุมสุดยอดครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา" และเขารอคอย "อย่างมาก" ที่จะได้หารือกัน


ทรัมป์กล่าวว่า "เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบกับประธานาธิบดีสี เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นเพื่อนกัน" พร้อมกับย้ำว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับจีนจะ "ดีขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา


ต่อมา สื่อของรัฐบาลจีน รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้มีการหารือกันถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และยูเครน


โดย สำนักข่าวซินหัวระบุว่า ผู้นำทั้งสองได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับประเด็นสำคัญ ทั้งในระดับนานาชาติและระดับภูมิภาค รวมถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลางและยูเครน อย่างไรก็ดี ยังไม่มีรายงานว่าการประชุมสุดยอดครั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้โน้มน้าวประธานาธิบดีสี ให้ช่วยเหลือเขายุติสงครามกับอิหร่านหรือไม่


ในเวลาต่อมา กระทรวงการต่างประเทศของจีนได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เห็นพ้องที่จะสถาปนา "ความสัมพันธ์ที่มีเสถียรภาพทางยุทธศาสตร์และสร้างสรรค์" เพื่อเป็นทิศทางใหม่สำหรับความสัมพันธ์ทวิภาคี ในช่วง 3 ปีข้างหน้าและในระยะยาว


แม้ทางการสหรัฐฯ จะยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดในฝั่งของตัวเองออกมา แต่แถลงการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ถึงความพยายามของ 2 มหาอำนาจในการปรับความสัมพันธ์ที่เคยผันผวนและตึงเครียดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีความหวังที่จะทำให้การแข่งขันและความร่วมมือระหว่างกัน มีการบริหารจัดการที่ดีขึ้นและสามารถคาดการณ์ได้


ประธานาธิบดีสี ได้กล่าวว่า เสถียรภาพทางยุทธศาสตร์ที่สร้างสรรค์ ควรมีคุณลักษณะที่ประกอบด้วย เสถียรภาพเชิงบวกที่โดดเด่นด้วยการร่วมมือกัน, เสถียรภาพที่เกื้อกูลพร้อมการแข่งขันที่มีระเบียบข้อบังคับรองรับอย่างเหมาะสม, เสถียรภาพปกติที่มีการบริหารจัดการความแตกต่างอย่างเป็นระบบ, และเสถียรภาพที่ยั่งยืนพร้อมสันติภาพที่สามารถคาดการณ์ได้


ผู้นำจีนกล่าวเสริมว่า “ความสัมพันธ์นี้ไม่ใช่แค่คำขวัญ แต่มันควรจะเป็นการกระทำที่ทั้ง 2 ฝ่ายมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายเดียวกัน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ