ต่างประเทศ
ซีอีโอบริษัทน้ำมันชั้นนำ ชี้วิกฤตอิหร่านส่งผลต่อโลกหนักหน่วง เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา
5 ชั่วโมงที่แล้ว
29 views
ซีเอ็นบีซีรายงานว่า บรรดาซีอีโอของบริษัทน้ำมันและก๊าซที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก ได้ส่งข้อความที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งในสัปดาห์นี้ เกี่ยวกับผลกระทบของสงครามอิหร่านต่ออุปทานพลังงานและผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจโลก โดยผู้บริหารเหล่านี้มารวมตัวกันที่เมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส ในการประชุมพลังงานประจำปี "เซราวีค" (CERAWeek) ซึ่งจัดขึ้นโดย เอสแอนด์พี โกลบอล เพื่อประเมินสถานการณ์สงคราม โดยพวกเขาเตือนว่าตลาดไม่ได้สะท้อนถึงขนาดของการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันและก๊าซอย่างแท้จริงในขณะนี้
อย่างเช่น ไมค์ เวิร์ธ ซีอีโอของเชฟรอน กล่าวว่าปริมาณน้ำมันที่ผลิตได้จริงนั้นตึงตัวกว่าที่ราคาในตลาดซื้อขายล่วงหน้าบ่งชี้ไปมาก และขณะนี้ตลาดกำลังตอบสนองโดยอาศัย “ข้อมูลเพียงเล็กน้อย” และ “การรับรู้” เท่านั้น
ขณะที่วาเอล ซาวาน ซีอีโอของเชลล์กล่าวว่า “ผมได้ยินและอ่านเกี่ยวกับเรื่องราคาและเรื่องอื่นๆ มากมาย ซึ่งน่าสนใจ แต่สิ่งที่สำคัญคือปริมาณน้ำมันที่ผลิตได้จริงนั้นเป็นอย่างไร”
ทั้งนี้ ผู้บริหารต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เอเชียและยุโรปจะเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงหากสงครามยืดเยื้อ ราคาน้ำมันมีแนวโน้มที่จะยังคงสูงอยู่ แม้ว่าความขัดแย้งจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม เนื่องจากประเทศต่างๆ กำลังเติมเต็มปริมาณสำรองที่ลดลงไป
ไรอัน แลนซ์ ซีอีโอของ บริษัทน้ำมันรายใหญ่ โคโนโคฟิลลิปส์ (ConocoPhillips) กล่าวว่า “คุณไม่สามารถดึงน้ำมัน 8 ถึง 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน และประมาณ 20% ของตลาดก๊าซธรรมชาติเหลว ออกจากตลาดโลกได้โดยไม่มีผลกระทบใดๆ เลย"
ขณะที่ ชีค นาวาฟ อัล-ซาบาห์ ซีอีโอของบริษัทคูเวต ปิโตรเลียม คอร์ป (Kuwait Petroleum Corporation) กล่าวว่า อิหร่านได้ปิดล้อมทางเศรษฐกิจต่อผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลาง โดยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมต่อการส่งออกน้ำมันของกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับไปยังตลาดโลก โดยระบุว่า “นี่ไม่ใช่การโจมตีเฉพาะกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับเท่านั้น แต่เป็นการโจมตีที่ทำให้เศรษฐกิจโลกตกเป็นตัวประกัน ซึ่งสร้างผลกระทบแบบโดมิโน ต้นทุนของสงครามครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเขตภูมิศาสตร์นี้ แต่มันขยายไปตลอดห่วงโซ่อุปทาน”
ส่วนทางด้าน พอล แซงค์กีย์ นักวิเคราะห์อิสระจาก "เซงกี รีเสริจ" (Sankey Research) และเคยเป็นอดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ กล่าวว่า วิกฤตการณ์น้ำมันครั้งนี้รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่การคว่ำบาตรน้ำมันของกลุ่มประเทศอาหรับต่อสหรัฐฯ และประเทศตะวันตกอื่นๆ เนื่องจากการสนับสนุนอิสราเอลในสงครามตะวันออกกลางปี 1973
เขากล่าวว่า “นี่คือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา เราไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย อาจจะนับตั้งแต่ปี 1973 เราไม่เคยเห็นช่องแคบฮอร์มุซปิดมาก่อน เราอยู่ในสถานการณ์ที่อิหร่านควบคุมช่องแคบโดยพฤตินัย ดังนั้นสถานการณ์จึงร้ายแรงมาก”
แท็กที่เกี่ยวข้อง