ต่างประเทศ

สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น เผยข่าวดี ค้นพบยาต้านไวรัสนิปาห์

7 ชั่วโมงที่แล้ว

114 views

สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น เผยข่าวดีค้นพบยาต้านไวรัสชนิดรับประทาน VV116 ในการรักษาการติดเชื้อไวรัสนิปาห์

สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น สังกัดสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งประเทศจีน (CAS) ออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า งานวิจัยร่วมของนักวิทยาศาสตร์จีนเมื่อเร็วๆ นี้พบว่า ยาต้านไวรัสชนิดรับประทาน VV116 ซึ่งได้รับการอนุมัติให้ใช้รักษา COVID-19 แสดงฤทธิ์ต้านไวรัสนิปาห์อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นความหวังใหม่ในการป้องกันและรักษาโรคติดเชื้อร้ายแรงที่กำลังเกิดขึ้นใหม่นี้ได้

ทีมนักวิจัยร่วมนี้ประกอบด้วย ทีมวิจัยจากสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น, สถาบันเภสัชวิทยาเซี่ยงไฮ้ และบริษัทวิกอนวิตา ไลฟ์ ไซเอนซ์ โดยทีมีวิจัยนี้ได้ตีพิมพ์บทความเรื่อง “ยาต้านไวรัสชนิดรับประทาน VV116 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการรักษาการติดเชื้อไวรัสนิปาห์” ในวารสารนานาชาติ Emerging Microbes & Infections ไปเมื่อเร็วๆ นี้

VV116 เป็นยาต้านไวรัสชนิดรับประทานที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในการรักษา COVID-19 ในประเทศจีนและอุซเบกิสถาน ยาและสารประกอบที่ออกฤทธิ์ของยาแสดงให้เห็นถึงผลยับยั้งไวรัสนิปาห์อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงสายพันธุ์ “มาเลเซีย” (NiV-M) และสายพันธุ์ “บังกลาเทศ” (NiV-B) ในระหว่างการทดลองในหลอดทดลอง

จากการทดสอบในหนูแฮมสเตอร์สีทองโดยใช้แบบจำลองการติดเชื้อในปริมาณที่ทำให้ถึงแก่ชีวิต การให้ VV116 ทางปากในปริมาณ 400 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัว เพิ่มอัตราการรอดชีวิตของสัตว์ทดลองเป็น 66.7 เปอร์เซ็นต์ และลดปริมาณไวรัสในอวัยวะเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ ปอด ม้าม และสมอง ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ผลการวิจัยยืนยันศักยภาพในการรักษาของ VV116 ต่อการติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ซึ่งบ่งชี้ว่า สามารถใช้เป็นทั้งการรักษาเชิงป้องกันสำหรับกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ และเป็นยาทางเลือกที่พร้อมใช้งานสำหรับการรับมือกับการระบาดของไวรัสนิปาห์ในปัจจุบันและอนาคตได้

บริษัท Vigonvita Life Science Co กล่าวเมื่อวานนี้ว่า ข้อมูลก่อนการทดลองทางคลินิกบ่งชี้ว่า VV116 มีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นยาสำหรับรักษาการติดเชื้อไวรัสนิปาห์ แต่เนื่องจากอัตราการเสียชีวิตจากไวรัสสูง และยังไม่มีวัคซีนหรือวิธีการรักษาเฉพาะที่ได้รับการอนุมัติ บริษัทจึงจะติดตามแนวโน้มการระบาดที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และจะเริ่มการทดลองทางคลินิกสำหรับการรักษาและการป้องกันหลังการสัมผัสเชื้อเมื่อจำเป็น

อย่างไรก็ตาม thepaper.cn เผยว่า ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยาบางรายยังตั้งข้อสังเกตว่า แม้ว่าการวิจัยในปัจจุบันจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ VV116 ในการป้องกันและรักษาไวรัสนิปาห์ แต่ยังคงจำเป็นต้องมีการศึกษาทางคลินิกอย่างเข้มงวดและการทดลองทางคลินิกอย่างกว้างขวาง ก่อนที่จะสามารถนำมาใช้ในทางปฏิบัติได้

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หวัง ซินหยู รองผู้อำนวยการแผนกโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลหัวซาน ในเครือมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น ได้เขียนบทความในบัญชี WeChat สาธารณะของโรงพยาบาลว่า จากข้อมูลการติดตามขององค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมโรคในหลายประเทศ อินเดียอยู่ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์อย่างรุนแรง ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า แม้สถานการณ์จะยังไม่ถึงขั้นเป็นการระบาดใหญ่ แต่ก็มีการระบาดเล็กๆ ที่อาจทำให้มีอัตราการเสียชีวิตสูงเกิดขึ้นในบางพื้นที่ของอินเดีย โดยมีลักษณะการแพร่กระจายข้ามภูมิภาคและการติดเชื้อแบบกระจุกตัวภายในโรงพยาบาล

นายหวัง กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในมนุษย์ที่ได้รับการยืนยันในจีนแผ่นดินใหญ่ “ประชาชนไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก แต่ควรระมัดระวังไวรัส รักษาอนามัยที่ดี และเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของการเฝ้าระวังทางวิทยาศาสตร์และมาตรการป้องกัน”

ทั้งนี้ไวรัสนิปาห์มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 75 เปอร์เซ็นต์


คุณอาจสนใจ

Related News