ต่างประเทศ

อินเดียคุมเข้ม “ไวรัสนิปาห์” ผวาติดเชื้อแล้ว 5 ราย กักตัวเกือบร้อย ไร้วัคซีนป้องกัน

7 ชั่วโมงที่แล้ว

390 views

อินเดียผวา! คุมเข้ม “ไวรัสนิปาห์” (Nipah Virus) แพร่ระบาดในรัฐเบงกอลตะวันตก หลังพบติดเชื้อแล้ว 5 ราย กักตัวกลุ่มเสี่ยงเกือบ 100 คน ไร้วัคซีนป้องกัน-วิธีรักษา คาดติดเชื้อจากค้างคาวแม่ไก่

ทางการอินเดียประกาศเฝ้าระวังขั้นสูงสุด หลังพบการแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) ในรัฐเบงกอลตะวันตก หลังพบผู้ติดเชื้อแล้ว 5 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ ขณะที่ประชาชนเกือบ 100 คนถูกสั่งกักตัวด่วน ท่ามกลางความกังวลว่าเชื้ออาจกลายพันธุ์และแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น

การระบาดครั้งนี้เริ่มต้นที่เมืองบาราซัต ใกล้กับเมืองโกลกาตา โดยผู้ติดเชื้อยืนยันประกอบด้วย พยาบาล 3 ราย, แพทย์ 1 ราย และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอีก 1 ราย โดยทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองดังกล่าว

ในจำนวนดังกล่าวมีผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาตัวในหอผู้ป่วยวิกฤตอย่างน้อย 2 ราย โดย 1 รายอาการเริ่มดีขึ้น แต่อีก 1 รายยังอาการน่าเป็นห่วง

ขณะนี้มีคนใกล้ชิดและกลุ่มเสี่ยงเกือบ 100 คน ถูกสั่งกักตัวอยู่ภายในบ้านเพื่อเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้ไวรัสนิปาห์เป็นเชื้อก่อโรคที่มีความอันตรายเป็นลำดับต้นๆ เนื่องจากมีศักยภาพที่สามารถก่อให้เกิดการแพร่ระบาดใหญ่ได้ ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันและวิธีรักษาให้หายขาด ขณะที่อัตราการเสียชีวิตก็สูงลิ่ว 40%-75%

อินเดียเคยเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสชนิดนี้มาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปี 2561 ที่เกิดการแพร่ระบาดในรัฐเกรละ และคร่าชีวิตของผู้คนไปหลายสิบราย

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ไวรัสชนิดนี้มีค้างคาวแม่ไก่ หรือ Flying Foxes เป็นพาหะหลักของโรค และมนุษย์มักติดเชื้อผ่านการกินผลไม้ที่มีรอยกัดหรือปนเปื้อนน้ำลาย หรือปัสสาวะค้างคาว, การสัมผัสกับสัตว์ที่มีสารคัดหลั่งจากหมูหรือค้างคาวที่ติดเชื้อ และการดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน

ไวรัสชนิดนี้ซ่อนตัวเก่ง อาการเริ่มแรกจะคล้ายไข้หวัดใหญ่จนแยกไม่ออก หากติดเชื้อ ในระยะแรกผู้ป่วยมักจะมีไข้สูง, ปวดศีรษะ, ปวดกล้ามเนื้อ เจ็บคอ ไอ

เมื่อเข้าสู่ระยะอันตราย ผู้ป่วยจะหายใจลำบากขั้นรุนแรง แต่ถ้าเข้าสู่ระยะวิกฤต เชื้อจะลุกลามเข้าสมองทำให้เกิด “โรคสมองอักเสบ” มีอาการมึนงง สับสน ชัก และอาจหมดสติถึงขั้นโคม่าได้ภายในระยะเวลาไม่กี่วัน

สำหรับวิธีการป้องกัน หมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ ห้ามกินผลไม้ที่มีรอยกัด หรือตกลงบนพื้นที่โดยไม่ทราบสาเหตุ ล้างผลไม้ให้สะอาดและปอกเปลือกก่อนรับประทานเสมอ, หลีกเลี่ยงน้ำอินทผลัมดิบหรือน้ำผลไม้ที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ และสวมหน้ากากอนามัยหากต้องอยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือดูแลผู้ป่วย


คุณอาจสนใจ

Related News