ต่างประเทศ
ผู้นำสูงสุดอิหร่านกล่าวโทษ “ทรัมป์” อยู่เบื้องหลังเหตุประท้วงรุนแรง ดับกว่า 3,000 คน
3 ชั่วโมงที่แล้ว
11 views
ผู้นำสูงสุดอิหร่านกล่าวโทษ “ทรัมป์” อยู่เบื้องหลังเหตุประท้วงรุนแรงและยืดเยื้อมานานหลายสัปดาห์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 3,000 คน
เมื่อวานนี้ (17 ม.ค. 2569) อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ประกาศกร้าวผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาล กล่าวโทษประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกาว่าเป็น “ต้นเหตุ” ของการประท้วงที่นองเลือดและยืดเยื้อมานานหลายสัปดาห์ ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตพุ่งสูงกว่า 3,000 ราย
ผู้นำสูงสุดของอิหร่านกล่าวว่า ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาเป็น “อาชญากร” ที่ทำให้เกิดการสูญเสีย ความเสียหาย และการใส่ร้ายป้ายสีในอิหร่าน พร้อมลั่นวาจาว่า “แม้จะไม่ลากประเทศเข้าสู่สงคราม แต่จะไม่ปล่อยให้อาชญากรทั้งในและต่างประเทศลอยนวล”
การประท้วงครั้งนี้ ถือเป็นเหตุความไม่สงบครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายปีของอิหร่าน โดยเริ่มต้นจากปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ก่อนจะลุกลามเป็นการขับไล่คณะผู้นำ
สำนักข่าวของนักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน (HRANA) ซึ่งมีฐานอยู่ในสหรัฐฯ ระบุว่า ได้ตรวจสอบและยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตแล้ว 3,090 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ประท้วง 2,885 ราย และมีการจับกุมอีกกว่า 22,000 คน
คาเมเนอี ยอมรับว่า มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนเกิดขึ้นระหว่างการประท้วงทั่วประเทศ พร้อมกล่าวหาว่า สหรัฐฯ และอิสราเอล อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ความไม่สงบในครั้งนี้
เขากล่าวว่า ผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับอิสราเอลและสหรัฐฯ ได้ก่อความเสียหายอย่างหนักและสังหารผู้คนไปหลายพันคน คนกลุ่มนี้เป็นผู้เริ่มวางเพลิง ทำลายทรัพย์สินสาธารณะ และยุยงให้เกิดความวุ่นวาย พวกเขาได้ก่ออาชญากรรมและการใส่ร้ายครั้งใหญ่
ท่ามกลางความตึงเครียด ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมาขู่ซ้ำว่าจะใช้ “มาตรการขั้นเด็ดขาด” หากมีการประหารชีวิตผู้ประท้วง แต่ล่าสุดกลับมีท่าทีที่เปลี่ยนไป โดยทรัมป์ได้โพสต์ขอบคุณผู้นำอิหร่านที่สั่งระงับการแขวนคอหมู่ แม้ว่าทางการอิหร่านจะปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่เคยมีแผนดังกล่าวตั้งแต่แรก
อย่างไรก็ดี อัยการสูงสุดของอิหร่านกลับออกมาประกาศว่า ผู้ถูกควบคุมตัวทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีในข้อหา “โมฮาเรบ (Mohareb)” หรือ “ทำสงครามกับพระเจ้า” ซึ่งมีโทษสถานเดียวคือ “ประหารชีวิต” โดยยืนยันจะไม่มีการผ่อนปรนหรือความเมตตาใดๆ ทั้งสิ้น
ในด้านการข่าว อิหร่านยังคงตกอยู่ในสภาวะมืดบอด เนื่องจากรัฐบาลสั่งตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต เป็นเวลานานกว่า 200 ชั่วโมง ล่าสุด เมื่อวานนี้ มีรายงานว่าสัญญาณเริ่มกลับมาเพียง 2% ในบางพื้นที่ เช่นเดียวกับบริการส่งข้อความ SMS ก็กลับมาใช้ได้แล้ว
ขณะเดียวกัน สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมผู้ก่อจลาจลและผู้ก่อการร้ายหลายพันคนทั่วประเทศ รวมถึงผู้ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มต่อต้านในต่างประเทศที่เรียกร้องให้โค่นล้มระบอบสาธารณรัฐอิสลาม หนึ่งในนั้นคือ นาซานิน บาราดารัน หญิงสาวที่ถูกกล่าวว่าเป็นตัวการสำคัญที่ทำงานร่วมกับเรซา ปาห์ลาวี ลูกชายของอดีตกษัตริย์ชาห์ที่ลี้ภัยในต่างประเทศ เพื่อหวังโค่นล้มระบอบการปกครองปัจจุบัน
รายงานระบุว่า บาราดารัน เคลื่อนไหวภายใต้นามแฝงว่า “ราฮา ปาร์แฮม” เพื่อทำงานให้กับนายปาห์ลาวี และมีบทบาทสำคัญในการสร้างความวุ่นวาย
ทั้งนี้ ปาห์ลาวี ซึ่งเป็นฝ่ายค้านมาอย่างยาวนาน ได้วางตัวเป็นผู้นำคนใหม่ หากระบอบการปกครองในปัจจุบันล่มสลาย และกล่าวว่า เขาจะพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล หากเขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศ
แท็กที่เกี่ยวข้อง อิหร่าน ,โดนัลด์ ทรัมป์ ,ประท้วง