ต่างประเทศ

หลายชาติเร่งอพยพพลเมืองออกจากตะวันออกกลาง หลังสงครามขยายวงกว้าง ทวีความรุนแรง

3 ชั่วโมงที่แล้ว

11 views

เมื่อวานนี้ สเปนได้อพยพพลเรือน 171 คนออกจากประเทศโอมานด้วยเครื่องบินทหารรุ่น A330 กระทรวงกลาโหมสเปนรายงานว่า พลเมืองสเปนที่อพยพ มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งหมดได้เดินทางถึงฐานทัพอากาศทอร์เรออน (Torrejon military air base) ของสเปนอย่างปลอดภัย โดยเครื่องบินลำดังกล่าวออกเดินทางจากสถานที่แห่งนึ่งโอมาน เมื่อวานนี้



ขณะที่โปรตุเกส ก็อพยพประชาชนของตน 122 คน ที่พำนักอยู่ในประเทศแถบตะวันออกกลางเดินทางถึงกรุงลิสบอนแล้ว การอพยพใช้เที่ยวบินพาณิชย์จากดูไบ



ผู้โดยสารบางส่วนเผยว่า พวกเขารู้สึกโล่งใจที่ได้กลับประเทศและได้กลับมาเจอหน้าครอบครัวอีกครั้ง



นายเปโดร ลูเรนโก (Pedro Lourenco) ชาวโปรตุเกสที่ได้เดินทางกลับประเทศบอกกับผู้สื่อข่าวว่า "สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ การไม่ได้เจอครอบครัวอีก และเราอยู่ในประเทศที่มีอันตรายจากสงครามระหว่างประเทศ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ประเทศต่างๆเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ได้ดี



ทั้งนี้สนานบินบริเวณอ่าวเปอร์เซียได้เริ่มเปิดให้บริการได้ไม่เต็มที่นัก เนื่องจากรัฐบาลและสายการบินต่าง ๆ เร่งพาพลเมืองนับหมื่นคนที่ตกค้างอยู่กลับประเทศ ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น



หลายประเทศมีแผนเร่งอพยพปประชาชนของตนอย่างเร่งด่วนเช่นกัน โดยออสเตรเลีย รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเผยว่า ออสเตรเลียกำลังหารือกับหลาย ๆ สายการบิน เพื่อช่วยเหลือพลเมืองออสเตรเลีย 115,000 คน ที่ติดค้างอยู่ในประเทศแถบตะวันออกกลาง แต่การอพยพครั้งนี้เป็นไปได้ยาก เนื่องจากน่านฟ้าส่วนใหญ่ของภูมิภาคยังคงปิดอยู่



ส่วนฝรั่งเศสเจ้าหน้าที่รัฐบาลฝรั่งเศสรายงานว่า มีพลเมืองราว 400,000 คนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ และทางการเร่งให้นักท่องเที่ยวลงทะเบียนกับระบบ "อาริแอน" (Ariane) ของกระทรวงการต่างประเทศ โดยตอนนี้ มีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 25,000 คน



ด้านเยอรมนี รัฐบาลเยอรมันกล่าวว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะทำหน้าที่พาพลเมืองเยอรมันประมาณ 30,000 คนที่ติดค้างในพื้นที่ดังกล่าวกลับประเทศ และการส่งตัวกลับประเทศโดยกองทัพจะเป็นตัวเลือกสุดท้าย



ส่วนอิตาลี ได้จัดเครื่องบินเช่าเหมาลำที่พาพลเมืองอิตาลี 127 รายที่ติดค้างอยู่ในประเทศโอมาน หรือที่ย้ายมาจากดูไบได้เดินทางมาถึงสนามบินฟีอูมีชีโน ณ กรุงโรมแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/u7Nskjc0AyI

คุณอาจสนใจ

Related News