ต่างประเทศ
ตะวันออกกลางระอุ! อิสราเอล-อิหร่านตอบโต้กันเข้าสู่วันที่ 3 เสียงไซเรนดังกึกก้อง
4 ชั่วโมงที่แล้ว
25 views
อิสราเอลเดินหน้าโจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วงเป็นวันที่ 3 เกิดเสียงไซเรนดังกึกก้องทั้งในกรุงเตหะรานและอีกหลายเมือง สภากาชาดอิหร่านเผย นับตั้งแต่ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเริ่มขึ้นตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 201 คน บาดเจ็บ 747 คน
รายงานระบุว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา กรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน ถูกโจมตีอย่างหนัก เกิดระเบิดและไฟไหม้หลายจุดทั่วเมือง ขณะที่เสียงไซเรนเตือนภัยดังสนั่นไปทั่วท้องถนน
การโจมตีเมื่อคืนที่ผ่านมาเริ่มต้นขึ้นประมาณ 21:00 น. ดูเหมือนว่า จะมุ่งเป้าไปที่หลายจุดพร้อมกันทั่วกรุงเตหะราน มีรายงานว่าอาคารของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน (IRIB) ซึ่งเป็นองค์กรสื่อที่รัฐควบคุม ถูกโจมตีด้วย
ผู้สื่อข่าวรายว่า ได้ยินเสียงเครื่องบินรบบินวนอยู่เหนือศีรษะ จะเห็นเปลวไฟลุกโชนอยู่ด้านหลัง เกิดระเบิดหลายครั้งดังขึ้นจากทุกทิศทุกทาง กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอลกล่าวว่า กองทัพอากาศอิสราเอลได้มุ่งเป้าไปที่สำนักงานใหญ่ของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อิสราเอลเตรียมเรียกกำลังสำรอง 100,000 นาย เพื่อเสริมความพร้อมรบตามแนวชายแดนติดกับซีเรียและเลบานอน รวมถึงในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง ฉนวนกาซา และอิสราเอลตอนใต้ด้วย
สภากาชาดอิหร่านเผยนับตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาที่อิสราเอล-สหรัฐฯเริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 201 คน และบาดเจ็บ 747 คน เฉพาะที่โรงเรียนสตรีในเมืองมินาบ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับฐานทัพของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีตั้งแต่วันแรก มีผู้เสียชีวิตไป 153 คน
ขณะที่บรรยากาศในกรุงเตหะรานและอีกหลายเมือง ประชาชนยังคงออกมาไว้อาลัยให้กับอยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่เสียชีวิตตั้งแต่วันแรกของปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เรียกปฏิบัติการนี้ว่า "ปฏิบัติการมหากาพย์พิโรธ" หรือ Operation Epic Fury
เมื่อคืนที่ผ่านมา ชาวอิหร่านจำนวนมากร่วมกันจุดเทียนไว้อาลัยในกรุงเตหะราน เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ชาวอิหร่านบอกว่า พวกเขาจะยืนหยัด "จนกว่าทรัมป์จะสิ้นลมหายใจ" หลายคนเรียกร้องให้ชาวอิหร่านออกมา "แก้แค้น" อิสราเอลและสหรัฐอเมริกา
อย่างไรก็ตามมีชาวอิหร่านบางส่วนออกมาสนับสนุนปฏิบัติการของสหรัฐฯ อิสราเอลตั้งแต่วันแรกที่พวกเขาทราบข่าวว่า ผู้นำสูงสุดคาเมเนอี เสียชีวิตแล้ว
ขณะที่ชาวอิหร่านในหลายประเทศก็ออกมาเฉลิมฉลองเช่นกัน ชุมชนชาวอิหร่านกลุ่มเล็กๆ ที่นั่นรวมตัวกันในกรุงโซลเฉลิมฉลองหลังจากมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านและสังหารอยาตอลลาห์ คาเมเนอี ได้สำเร็จ พวกเขาร่วมกันโบกธงชาติอิหร่าน ร้องเพลงและเต้นรำ เพื่อเฉลิมฉลอง ผู้เข้าร่วมบางคนถือรูปถ่ายของเรซา ปาห์ลาวี นักการเมืองฝ่ายค้านที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ แสดงการสนับสนุนและเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอิหร่าน
ขณะที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ประชาชนหลายพันคนออกมาเฉลิมฉลองบนท้องถนนในกรุงปารีส พวกเขาบอกว่า สาธารณรัฐอิสลามต้องช่วงกันสร้างผู้นำขึ้นใหม่ท่ามกลางบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกือบ 50 ปี
ผู้ที่มาร่วมชุมนุมบอกว่า อาลี คาเมเนอีเสียชีวิตแล้ว พวกเขารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ในไม่ช้า ประเทศของเราจะได้รับการปลดปล่อย
ขณะที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ผู้สนับสนุนการโจมตีของสหรัฐฯ ที่สังหารผู้นำอิหร่านหลายร้อยคนได้เดินขบวนไปตามถนนในนิวยอร์ก พร้อมตะโกนว่า "USA, USA" และ "Trump, Trump, thank you"
พวกเขาบอกว่า ที่พวกเขามาที่นี่เพื่อเฉลิมฉลองการเสียชีวิตของคาเมเนอี และพร้อมสนับสนุนรัฐบาลใหม่ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง" พวกเขาพร้อมนับสนุนให้มกุฎราชกุมารเรซา ปาห์ลาวี กลับมาเป็นผู้นำอิหร่านอีกครั้ง "การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจะทำให้เราเป็นอิสระ หลังจากที่ต้องทนมานาน 47 ปี ในที่สุดพวกเขาก็จะเป็นอิสระ"
โดยเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการสู้รบในตะวันออกกลาง อิหร่านยังคงเดินหน้าโจมตีหลายประเทศในตะวันออกกลาง เพื่อตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา และทำลายฐานทัพกับผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง
การสู้รบระหว่างอิสราเอล สหรัฐอเมริกา และอิหร่านดำเนินเข้าสู่วันที่ 3 แล้ว โดยตลอดทั้งวันและคืนที่ผ่านมา อิหร่านยังคงยิงขีปนาวุธและโดรนใส่หลายประเทศในตะวันออกกลาง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิสราเอล ขีปนาวุธของอิหร่านพุ่งผ่านท้องฟ้าตลอดทั้งคืน ส่งผลให้กองทัพอิสราเอลต้องใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศ "ไอรอนโดม" ยิงสกัดกั้น
ที่กรุงเยรูซาเลม มีรายงานว่าขีปนาวุธของอิหร่านได้ตกลงบนพื้นถนน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 6 ราย ขณะเดียวกัน ก็มีเสียงไซเรนดังระงมไปทั่วทั้งเมือง
ส่วนที่เมืองเคอร์ยัต โอโน ใกล้กับกรุงเทลอาวีฟ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งเข้าควบคุมเหตุไฟไหม้ หลังจากถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธจากอิหร่าน
ขณะที่หน่วยกู้ชีพ Magen David Adom ของอิสราเอลรายงานว่า ขีปนาวุธจากอิหร่านได้พุ่งโจมตีเมืองเบต เชเมช (Beit Shemesh) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย ซึ่งถือเป็นการโจมตีอิสราเอลครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามครั้งนี้เริ่มต้นขึ้น
ที่บาห์เรน เมื่อคืนที่ผ่านมา อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพเรือของสหรัฐฯ ในกรุงมานามา เมืองหลวงของประเทศ ส่งผลให้เกิดไฟไหม้อย่างรุนแรง มีลูกไฟและกลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ตามรายงานระบุว่า ฐานทัพเรือแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของกองบัญชาการกองเรือที่ 5 (Fifth Fleet) ของกองทัพเรือสหรัฐฯ
ส่วนที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เกิดไฟไหม้อย่างรุนแรงที่ท่าเรือเจเบล อาลี ในนครดูไบ และที่เมืองชาร์จาห์ หลังขีปนาวุธจากอิหร่านโจมตี เช่นเดียวกับท่าเรือซายิด (Zayed Port) ในกรุงอาบูดาบี ก็ถูกโจมตีจากขีปนาวุธของอิหร่าน ส่งผลให้เกิดไฟไหม้และมีกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งขึ้นฟ้า
ล่าสุด กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดเผยว่าพบผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่าน ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมาแล้วอย่างน้อย 3 ราย และบาดเจ็บอีก 58 ราย อย่างไรก็ดี กองทัพสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สามารถได้ยิงสกัดขีปนาวุธของอิหร่านได้ 167 ลูก และโดรนอีก 541 ลำ แต่มีอย่างน้อย 35 ลำที่ตกลงบนพื้น
ขณะเดียวกัน สถานการณ์การสู้รบที่เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนในนครดูไบแห่กันไปซื้ออาหารและข้าวของที่จำเป็นเพื่อกักตุน ส่งผลให้ชั้นวางสินค้าและตู้แช่เนื้อในซูเปอร์มาร์เก็ตเริ่มว่างเปล่า ประชาชนที่พบเห็นเหตุการณ์ระบุว่า เมื่อวานนี้ ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหลายครั้งในนครดูไบเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน
แม้ทางการอิหร่านจะประกาศว่าเป้าหมายหลักคือฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค แต่การโจมตีกลับส่งผลกระทบต่อเป้าหมายอื่น ๆ เป็นวงกว้าง ส่งผลให้สนามบินหลักหลายแห่งในตะวันออกกลาง รวมถึงสนามบินดูไบ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางระหว่างประเทศที่พลุกพล่านที่สุดในโลก ต้องปิดทำการตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา นำไปสู่ความโกลาหลทางการบินครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี
ในขณะเดียวกัน ไฟความขัดแย้งที่เกิดขึ้นก็ได้ลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ และเกิดการประท้วงอย่างดุเดือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อิรักและปากีสถาน
ที่กรุงแบกแดด อิรัก เมื่อวานนี้ เกิดเหตุปะทะอย่างดุเดือดระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับกลุ่มผู้ประท้วงที่สนับสนุนอิหร่านหลายร้อยคนที่มารวมตัวกันบริเวณด้านหน้าเขตกรีนโซน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ
หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุม บรรดาผู้ประท้วงต่างพากันวิ่งหนีไปตามท้องถนน โดยบางส่วนมีการถือธงชาติอิหร่าน และมีรายงานว่าได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นในบริเวณดังกล่าวด้วย
ส่วนที่นครการาจี เมืองท่าสำคัญของปากีสถาน เกิดการประท้วงอย่างดุเดือดและรุนแรงหน้าสถานกงสุลสหรัฐฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำสถานกงสุลสหรัฐฯ ได้ลั่นไกใส่กลุ่มผู้ประท้วงที่พยายามจะพังกำแพงชั้นนอกเข้าไปด้านใน
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/vToDBNtG6tw
แท็กที่เกี่ยวข้อง อิสราเอล ,อิหร่าน ,สหรัฐอเมริกา