ต่างประเทศ

จีนเร่งกู้ซากด่านท่าเรือจีน-เนปาล สุดยากลำบาก พื้นที่สูงชัน เต็มไปด้วยโคลน

2 ชั่วโมงที่แล้ว

13 views

เจ้าหน้าที่จีนกำลังเร่งประสานงานอย่างเต็มที่ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติหลักที่ท่าเรือจี้หรง เขตปกครองตนเอง "ซีจาง"  ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงดำเนินการค้นหาและช่วยเหลือ ป้องกันภัยพิบัติซ้ำซ้อน กำจัดโคลนและหิน และดำเนินการป้องกันและฆ่าเชื้อเพื่อดูแลสุขภาพของเจ้าหน้าที่กู้ภัยและประชาชนในพื้นที่


เหตุการณ์ดินถล่มซึ่งเกิดจากหิมะและหินถล่มในเนปาล ได้พัดถล่มหลายจุดตามแนวชายแดนจีน-เนปาลเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน รวมถึงอย่างน้อย 16 รายที่ท่าเรือจี้หรง ยังมีผู้สูญหายอีกหลายพันคน โดยมีผู้สูญหายที่ท่าเรือจี่หรง 546 คน ตามรายงานของรัฐบาลท้องถิ่น


ทีมกู้ภัยกว่า 30 คนเข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัยพิบัติหลักที่ท่าเรือจี้หรงในวันพฤหัสบดี ทั้งนี้ บุคลากรทางการแพทย์ได้ดำเนินการป้องกันและฆ่าเชื้อโรคทั่วพื้นที่ รวมถึงความพยายามในการตรวจหาเชื้อโรคในระยะเริ่มต้น และจัดทำแผนเฉพาะสำหรับการฆ่าเชื้อในสิ่งแวดล้อมและการป้องกันบุคลากรตามผลการตรวจ


พื้นที่ภัยพิบัติหลักที่ท่าเรือจี้หรง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 0.7 ตารางกิโลเมตร ได้ถูกแบ่งออกเป็นเจ็ดพื้นที่ปฏิบัติการ โดยมีการผสมผสานการค้นหาด้วยมือและการขุดค้นด้วยเครื่องจักรเพื่อเร่งการค้นหาและกู้ภัย


ทั้งนี้ ภูมิประเทศที่ซับซ้อนของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเป็นอุปสรรคต่อเจ้าหน้าที่กู้ภัย พื้นที่ดังกล่าวมีภูเขาสูงและหุบเขาลึก และชั้นโคลนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดมีความลึกระหว่าง 3 ถึง 10 เมตร ซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการปฏิบัติงานของเครื่องจักรขนาดใหญ่


นอกจากนั้น ก็ยังมีความเสี่ยงของภัยพิบัติรองก็สูงเช่นกัน ฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ทำให้ดินในภูเขารอบๆ ชุ่มน้ำ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่มและหินถล่ม นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบกั้นที่ไม่มั่นคงอยู่เหนือจี้หรง ซึ่งเป็นภัยคุกคามอย่างมากต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่กู้ภัยด้านล่าง


โดยกรมทรัพยากรน้ำในพื้นที่เตือนเมื่อวันพุธว่า แม่น้ำ จี้หรง-ฉางป๋อ  จะมีระดับน้ำสูงขึ้นเนื่องจากฝนตกบริเวณท่าเรือจี้หรงซึ่ง ตามรายงานของศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ คาดว่าจี้หรง จะมีฝนตกบ่อยครั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยบางพื้นที่อาจมีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง


ทั้งนี้ ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุโศกนาฎกรรมดังกล่าวทะลุหลัก 1,200 คนทั้งในฝั่งเนปาล และจีนไปแล้ว  

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ