ต่างประเทศ

ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ออกแถลงการณ์อนุมัติ MOU สันติภาพ 'สหรัฐ-อิหร่าน'

4 ชั่วโมงที่แล้ว

48 views

ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อญาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า แม้จะมีความเห็นที่แตกต่างกัน แต่เขาก็อนุญาตให้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อสันติภาพ (MoU) ระหว่างเตหะรานและวอชิงตันได้


ในแถลงการณ์ถึงประชาชนชาวอิหร่าน ซึ่งเผยแพร่โดยสื่ออิหร่าน ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเกียน ของอิหร่าน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ลงนามใน MoU ว่าด้วยการยุติสงคราม


คาเมเนอีกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้พยายามอย่างเต็มที่ด้วย "ความห่วงใยและความปรารถนาดีอย่างจริงใจ" ในการบรรลุข้อตกลงนี้ พร้อมเสริมว่า "แน่นอนว่า เป็นประธานาธิบดีอเมริกันที่ด้วยความสิ้นหวัง ได้ใช้ทุกวิถีทางเพื่อทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น"


เขากล่าวเน้นว่า "โดยหลักการแล้ว ผมมีความเห็นที่แตกต่างออกไป อย่างไรก็ตาม จากคำมั่นสัญญาที่ท่านประธานาธิบดีผู้ทรงเกียรติ ในฐานะประมุขของสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด ได้ให้ไว้กับผมในนามของตนเองและในนามของสมาชิกท่านอื่นๆ เกี่ยวกับการปกป้องสิทธิของชาติอิหร่านและแนวร่วมต่อต้าน และการยอมรับความรับผิดชอบนั้นอย่างชัดเจน ผมจึงอนุญาต"


โมจตาบา กล่าวเสริมว่า เปเซชเกียนและสมาชิกสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดคนอื่นๆ ก็ได้กล่าวไว้เช่นกันว่า หากสหรัฐฯ พยายามเรียกร้อง "มากเกินไป" พวกเขาจะไม่ยอมทำตาม


เขาย้ำว่านับจากนี้เป็นต้นไป เขาและชาติอิหร่านผู้ "ภาคภูมิใจ" จะรอการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่อิหร่านกำหนดไว้ภายใต้บันทึกความเข้าใจ โดยกล่าวว่า "การเจรจาแบบพบปะกันที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไม่ได้หมายความว่าเรายอมรับจุดยืนของศัตรู"


ทั้งนี้ อิหร่าน สหรัฐฯ และปากีสถาน ประกาศเมื่อเช้าวันจันทร์ว่าได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อยุติสงครามในทุกแนวรบ รวมถึงเลบานอนแล้ว  


ทั้งนี้ ภาพถ่ายที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี (18 มิถุนายน) แสดงให้เห็นประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน ของอิหร่าน ลงนามและถือ "บันทึกความเข้าใจ" กับสหรัฐฯ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยุติสงครามกับอิหร่านที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานทั่วโลก


ขณะที่ ประธานาธิบดี ทรัมป์ ก็ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเมื่อวันพุธ (17 มิถุนายน) ที่พระราชวังแวร์ซายล์ ฝรั่งเศส เช่นเดียวกับเปเซชเกียน ทำให้มีผลบังคับใช้เร็วกว่าที่คาดไว้สองวัน ซึ่ง บันทึกความเข้าใจนี้เรียกร้องให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซทันทีและยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านโดยสหรัฐฯ


ขณะเดียวกัน ทางด้าน  โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน นาย หลิน เจี้ยน กล่าวในการแถลงข่าวประจำวันพฤหัสบดีว่า การลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระยะแรกระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญในเชิงบวกต่อการลดความตึงเครียดและเสริมสร้างความต่อเนื่องของการหยุดยิง


เขากล่าวเสริมว่า หวังว่าทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านจะเข้าสู่การเจรจาระยะที่สองด้วยทัศนคติที่สมเหตุสมผลและปฏิบัติได้จริง ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน และมุ่งมั่นเพื่อผลลัพธ์ที่ดี


เขากล่าวว่า "การลงนามบันทึกความเข้าใจสำหรับการเจรจาระยะแรกระหว่างสหรัฐ และอิหร่านมีความสำคัญในเชิงบวกต่อการลดความตึงเครียดและเสริมสร้างแรงผลักดันเพื่อการหยุดยิง จีนยินดีและหวังว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสหรัฐ และอิหร่าน จะยึดมั่นในเจตนารมณ์ของสัญญาและดำเนินการด้วยความสุจริต การใช้กำลังไม่ใช่ทางออก การเจรจาบนพื้นฐานที่เท่าเทียมกันเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง หวังว่าทั้งสหรัฐอเมริกาและอิหร่านจะเข้าสู่การเจรจาระยะที่สองด้วยทัศนคติที่สมเหตุสมผลและปฏิบัติได้จริง ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน และมุ่งมั่นเพื่อผลลัพธ์ที่ดี"


ขณะเดียวกัน ทางด้าน ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย กล่าวในการประชุมสุดยอดกับผู้นำจากสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่เมืองคาซาน ประเทศรัสเซีย ว่าเสถียรภาพในตะวันออกกลางจะเป็นประโยชน์ต่อตลาดพลังงานโลก


ปูตินกล่าวว่า "เราเชื่อว่าข้อเท็จจริงของเอกสาร ที่ลงนามโดยผู้นำประเทศ  ทรัมป์ และ เปเซชเกียน  เป็นพื้นฐานให้คาดหวังได้ว่าจะมีเอกสารสำคัญ ที่อาจเป็นพื้นฐานสำหรับข้อตกลงในอนาคต  เรายังคาดหวังว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะมีเสถียรภาพ ซึ่งจะส่งผลดีต่อตลาดพลังงานและอาหารโลกและด้านอื่นๆ ด้วย"


https://youtu.be/nIKSD6pjJ6Q

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ