ต่างประเทศ

'ทรัมป์' เตือนอิสราเอล ทุกแนวรบต้องยุติลงรวมถึงเลบานอน

4 ชั่วโมงที่แล้ว

41 views

ในขณะที่บันทึกความเข้าใจข้อตกลงระหว่างสหรัฐ และอิหร่านได้รับการลงนามโดย ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ และประธานาธิบดี มาซูด เปเซสเกียน แห่งอิหร่านไปแล้วนั้น แต่ทว่า สถานการณ์ ในเลบานอน ซึ่งมีผู้คนกว่าล้านคนต้องพลัดถิ่นเนื่องจากการสู้รบ กองกำลังอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหม่ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าทรัมป์จะดำเนินการไปไกลแค่ไหนเพื่อบีบบังคับอิสราเอลให้เคารถในข้อตกลงดังกล่าว


โดยล่าสุด ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านทรูธ โซเชียลระบุว่า ว่าสหรัฐฯ คาดหวัง “การหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ในทุกแนวรบ” รวมถึงเลบานอน  เฮซบอลลาห์ และอิสราเอล ด้วย


ในโพสต์ของทรัมป์ ระบุว่า “สหรัฐอเมริกามุ่งมั่นที่จะสร้างสันติภาพ และเราขอสนับสนุนให้ทุกคนในภูมิภาคตะวันออกกลางรักษาความมุ่งมั่นของตนในการปล่อยให้การเจรจาของเราดำเนินไปอย่างราบรื่น ตลาดหุ้นกำลังชื่นชอบสิ่งที่เกิดขึ้น โดยราคาน้ำมันลดลงอย่างมาก และราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้น เราคาดหวังว่าจะมีการหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ในทุกแนวรบ รวมถึงเลบานอน เฮซบอลเลาะห์ และอิสราเอล ขอขอบคุณที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้! ประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์”


ทั้งนี้ อิสราเอลซึ่งไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเจรจา กล่าวว่าไม่มีเจตนาที่จะถอนตัวออกจากเลบานอน และได้เผยแพร่แผนที่ใหม่ที่แสดงเขตยึดครองที่ขยายออกไปอีกด้วย ซึ่งทรัมป์ได้แสดงท่าทีวิพากษ์วิจารณ์ปฏิบัติการของอิสราเอลในเลบานอนอย่างเปิดเผย ซึ่งนำไปสู่ความแตกแยกครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งระหว่างสองประเทศในรอบหลายทศวรรษ


ขณะเดียวกัน ทางด้านรองประธานาธิบดีสหรัฐ เจดี แวนซ์ก็ออกโรงเตือนอิสราเอลเช่นกัน โดยบอกให้อิสราเอลให้เคารพกระบวนการสันติภาพในครั้งนี้   โดยแวนซ์ได้กล่าวโจมตีนักวิจารณ์ชาวอิสราเอลเกี่ยวกับข้อตกลงกับอิหร่านเมื่อวันพฤหัสบดี โดยกล่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ "เป็นพันธมิตรเพียงหนึ่งเดียวของอิสราเอล"  


เมื่อถูกถามในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวเกี่ยวกับรายงานที่ว่านายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลกำลังโกรธเคืองต่อข้อตกลงดังกล่าว แวนซ์กล่าวว่าเขาไม่ได้ยินความคิดเห็นดังกล่าวจากเนทันยาฮู แต่ได้วิพากษ์วิจารณ์สมาชิกในคณะรัฐมนตรีของผู้นำอิสราเอล ซึ่งเขากล่าวว่าได้โจมตีข้อตกลงและโจมตีทรัมป์เป็นการส่วนตัว    


แวนซ์กล่าวว่า “ข้อความที่ผมอยากจะบอกพวกเขามีสองประการ ประการแรก: โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ เป็นประมุขแห่งรัฐเพียงคนเดียวในโลกที่เห็นอกเห็นใจประเทศอิสราเอลในเวลานี้”   และว่า “ถ้าผมอยู่ในคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลอิสราเอล ผมจะไม่โจมตีพันธมิตรที่ทรงอำนาจเพียงรายเดียวที่ผมเหลืออยู่ในโลกนี้”


เขากล่าวว่าเขาจะเตือนสมาชิกคณะรัฐมนตรีเหล่านั้นด้วยว่า สองในสามของอาวุธป้องกันประเทศที่ปกป้องอิสราเอล “สร้างขึ้นโดยฝีมือชาวอเมริกันและจ่ายโดยภาษีของชาวอเมริกัน” สหรัฐอเมริกาให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่อิสราเอลประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์ต่อปี และทั้งสองประเทศกำลังเจรจาข้อตกลงความช่วยเหลือฉบับใหม่


“ปัญหาของอิสราเอลไม่ใช่โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ และใครก็ตามในอิสราเอลที่คิดว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของพวกเขาคือประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา จำเป็นต้องตื่นขึ้นมาและรับรู้ถึงความเป็นจริงของสถานการณ์ที่ประเทศนั้นกำลังเผชิญอยู่”


ทั้งนี้ ทางด้าน สำนักงานของเนทันยาฮูและกระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอลไม่ได้ตอบคำขอความคิดเห็นในทันที ขณะที่ทางด้าน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลซึ่งไม่ประสงค์ออกนามกล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นผลเสียต่ออิสราเอล เพราะไม่ได้แก้ไขข้อกังวลเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน  


นอกจากนั้น  แวนซ์  ยังกล่าวว่ากล่าวว่ากรอบเวลา 60 วันที่ระบุไว้ในบันทึกความเข้าใจที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และผู้นำอิหร่านอนุมัตินั้นจะ เริ่มต้นในวันพฤหัสบดี  18 มิถุนายน ทันที  และเมื่อถูกถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากช่วงเวลา 60 วันในแง่ของการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ แวนซ์ย้ำมุมมองของสหรัฐฯ ว่าเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซที่สำคัญควรปลอดค่าธรรมเนียม และว่า“การเจรจาขั้นสุดท้ายจะกำหนดเงื่อนไขของสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น”  


แวนซ์เสริมว่าฝ่ายบริหารของทรัมป์จะรายงานข้อตกลงอิหร่านต่อสภาคองเกรสสหรัฐฯ ในเร็วๆ นี้ แต่เสริมว่าฝ่ายบริหารมั่นใจว่าจะสามารถยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อเตหะรานเป็นการชั่วคราวได้โดยไม่ต้องขออนุมัติจากสภาคองเกรส


ทั้งนี้  จากเดิมที่คาดว่า จะมีพิธีลงนามอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน  ที่สวิสเซอร์แลนด์ โดยมีรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ และประธานรัฐสภาอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ เข้าร่วม แต่ทว่า เนื่องจากการลงนามได้เกิดขึ้นแล้ว จึงเข้าใจได้ว่าการเจรจาในขั้นตอนต่อไปของข้อตกลงจะเริ่มต้นทันทีในวันศุกร์ อาจจะตามด้วยพิธีเล็กๆ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในโอกาสนี้


กระทรวงต่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์ระบุว่า“ปัจจุบัน แผนยังคงเป็นให้สหรัฐฯ และอิหร่าน พร้อมด้วยผู้ไกล่เกลี่ยอย่างปากีสถานและกาตาร์ และประเทศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พบกันในวันพรุ่งนี้ที่  เบอร์เกินสต็อก รีสอร์ต (ใกล้กับเมืองลูเซิร์น)  เพื่อเจรจาเบื้องต้นเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อตกลง”


อย่างไรก็ตาม ในวันพฤหัสบดีเช่นกัน นายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน ได้ยกเลิกการเดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์ แล้ว  โดยโฆษกของ ชารีฟได้กล่าวว่า “การเยือนที่เสนอไว้ได้ถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัดได้ลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว มีผลบังคับใช้แล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการ พร้อมเสริมว่าปากีสถานจะสนับสนุนขั้นตอนต่อไปในหลายๆ ด้านของ “ระดับเทคนิค”


https://youtu.be/bd_IRA4C0wY

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ