ต่างประเทศ

ปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลกใกล้แตะจุดต่ำสุดในรอบ 8 ปี เพียงพอต่อความต้องการทั่วโลกเพียง 101 วัน

3 ชั่วโมงที่แล้ว

11 views

ธนาคาร โกลด์แมน แซคส์  ซึ่งเป็น ธนาคารเพื่อการลงทุนของสหรัฐ ได้เผยแพร่รายงานระบุว่า  ปริมาณสำรองน้ำมันทั่วโลกกำลังเข้าใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปีแล้ว โดยคาดว่า ปริมาณสำรองน้ำมันทั่วโลก ซึ่งรวมถึงปริมาณสำรองน้ำมันดิบทั้งบนบกและในทะเล และปริมาณสำรองผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป ปัจจุบันเพียงพอต่อความต้องการทั่วโลกเพียง 101 วัน เท่านั้น ซึ่งใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปี และอาจลดลงเหลือ 98 วันภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม


ส่วนผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปนั้น ก่อนเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ปริมาณสำรองทั่วโลกเคยเพียงพอต่อความต้องการ 50 วัน แต่ปัจจุบันปริมาณสำรองเหลือเพียง 45 วัน


นักวิเคราะห์กล่าวว่า การลดลงอย่างรวดเร็วของปริมาณสำรองผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี เช่น แนฟทา และก๊าซปิโตรเลียมเหลว รวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน จะนำไปสู่ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการขาดแคลนอุปทานในบางประเทศ


ทางด้าน ไมค์ เวิร์ธ ซีอีโอของเชฟรอน กล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่า สถานการณ์ปัจจุบันในช่องแคบฮอร์มุซเป็นข้อกังวลหลักเกี่ยวกับปัญหาด้านอุปทาน เขาเน้นย้ำว่าประเด็นสำคัญไม่ใช่ราคาน้ำมัน แต่เป็นวิธีการจัดหาเชื้อเพลิงต่างหาก


ขณะเดียวกัน รอยเตอร์สรายงานว่า  ภาวะ “ออยล์ ช็อค” หรือ “วิกฤตอุปทานน้ำมัน” จะรุนแรงขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำมันสำรองจะลดลงต่อเนื่อง แม้ว่าความขัดแย้งจะยุติลงแล้วก็ตาม


รายงานระบุว่า อุปทานน้ำมันมีแนวโน้มที่จะตึงตัวมากขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แม้ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะตกลงกันในข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามก็ตาม เพราะว่าการขนส่งน้ำมันจากอ่าวตะวันออกกลางไปยังโรงกลั่นทั่วโลกจะต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์  


ทั้งนี้ ทั่วโลกได้ใช้มาตรการนำน้ำมันสำรองชั่วคราวออกมาใช้ เช่น คลังสำรองเชิงพาณิชย์ น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งหรือเก็บไว้ในทะเล และคลังสำรองฉุกเฉิน เพื่อชดเชยผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยที่ผลกระทบเต็มรูปแบบจากการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันยังไม่ปรากฏชัดเจนในตลาดและเศรษฐกิจโลก เนื่องจากต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าที่การผลิตและการส่งออกของตะวันออกกลางจะกลับสู่ระดับก่อนสงคราม  


การลดลงอย่างรวดเร็วของปริมาณสำรองเชิงพาณิชย์และสำรองฉุกเฉินเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โดยปกติแล้วปริมาณสำรองจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากโรงกลั่นและผู้ค้าปลีกจะเตรียมพร้อมสำหรับความต้องการสูงสุดในช่วงฤดูร้อนของซีกโลกเหนือ ซึ่งในขณะนี้กำลังพบว่าระบบพลังงานโลกกำลังจะเข้าสู่ช่วงความต้องการพลังงานจากการบริโภคที่พุ่งสูงขึ้นจากการขับรถ การบิน การเกษตร และการขนส่งสินค้าในช่วงฤดูร้อน ขณะที่สถานะของปริมาณเชื้อเพลิงสำรองลดต่ำลง


นักวิเคราะห์ระบุว่า นั่นจะสร้างความกดดันให้กับระบบพลังงานโลกอย่างมาก และจะทำให้ระยะเวลาที่ผู้ผลิตและโรงกลั่นน้ำมันจะใช้ในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนอุปทานต้องยื้ดเยื้อต่อไปและยังทำให้ ช่วงเวลาที่ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่แพงขึ้นนั้นจะยาวนานขึ้นก่อนจะกลับสู่ระดับก่อนสงคราม


แพทริค ปูยานน์ ซีอีโอของบริษัท โททัลเอนเนอร์ยี (TotalEnergies (TTEF.PA) กล่าวว่า “แม้ว่าความขัดแย้ง และผมหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น จะยุติลงในเดือนพฤษภาคม เราก็จะออกจากความขัดแย้งไปพร้อมกับปริมาณสินค้าคงคลังที่ต่ำมากอย่างแน่นอน”  ซึ่งเขายัง ประเมินว่าการดึงน้ำมันดิบจากคลังสำรองทั่วโลกอยู่ที่ 10 ล้านถึง 13 ล้านบาร์เรลต่อวันนั้นได้ทำให้มีการใช้น้ำมันจากคลังสำรองไปแล้วอย่างน้อย 500 ล้านบาร์เรล


ขณะที่ แอนเดอร์ส โอเปดาล ซีอีโอของ "เอควินอร์" (Equinor (EQNR.OL) ให้ความเห็นว่า ตลาดจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหกเดือนจึงจะกลับสู่ภาวะปกติ แม้จะมีสันติภาพในตะวันออกกลางแล้วก็ตาม


https://youtu.be/uhQ-QcPKRYM

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ