ต่างประเทศ

ผู้นำเจรจาอิหร่านลาออก ถูกกดดันหนักจากองทัพ คาดทำการเจรจาซับซ้อนขึ้นอีก

2 ชั่วโมงที่แล้ว

56 views

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานสภาแห่งชาติอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้นำการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม ได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าทีมเจรจาเมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ นาย กาลิบาฟได้รับการมองว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านที่มีความยืดหยุ่นค่อนข้างมาก ซึ่งคาดว่าการลาออกของเขานั้นเป็นเพราะถูกกดดันจาอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นสายเหยี่ยวฝ่ายแข็งกร้าว ซึ่งการลาออกของนายกาลิบาฟ  หากได้รับการยืนยัน คาดว่าจะทำให้การเจรจาทวิภาคีซับซ้อนยิ่งขึ้น


สื่ออิสราเอล *ไทมส์ออฟอิสราเอลได้รายงานว่า  นาย กาลิบาฟได้ลาออกจากตำแหน่งผู้นำการเจรจากับสหรัฐฯ ซึ่งตามรายงานระบุว่านายกาลิบาฟอ้างว่าถูกแทรกแซงอย่างต่อเนื่องจาก IRGC ในกระบวนการเจรจาซึ่งเป็นเหตุผลในการลาออกของเขา อย่างไรก็ตาม ความถูกต้องของข้อกล่าวอ้างเหล่านี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน


มีรายงานว่า กาลิบาฟเผชิญกับความขัดแย้งภายในอิหร่านอย่างหนักเกี่ยวกับการยอมรับข้อเสนอจากกาตาร์ หนึ่งในประเทศผู้ไกล่เกลี่ย ที่มุ่งลดความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ โดยข้อเสนอดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้เรืออิหร่าน 20 ลำผ่านช่องแคบได้ แลกกับการอนุญาตให้เรือ 20 ลำที่ออกจากท่าเรือในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบได้เช่นกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการต่อสู้แย่งชิงอำนาจอย่างรุนแรงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในการควบคุมเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์นี้ ทั้งนี้ นาย อับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน และบุคคลอื่นๆ ได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว


นาย กาลิบาฟ ทำหน้าที่เป็นคู่เจรจากับรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ ในการเจรจาหยุดยิงรอบแรกที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 11 มีรายงานว่าความแตกแยกภายในอิหร่านเกี่ยวกับวิธีการเจรจากับสหรัฐฯ ทวีความรุนแรงขึ้น  ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ยังได้ขยายเวลาหยุดยิงเมื่อวันที่ 23 โดยระบุว่า “เราต้องได้รับ ‘ข้อเสนอการเจรจาที่เป็นเอกภาพ’ จากรัฐบาลอิหร่าน”


ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านออกแถลงการณ์ประสานเสียงกันเมื่อวันพฤหัสบดี (23 เมษายน) ได้เน้นย้ำถึงความเป็นเอกภาพของชาติและปฏิเสธการแบ่งแยกทางการเมืองภายในประเทศ ขณะที่ความตึงเครียดยังคงดำเนินต่อไป


ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน กล่าวในโพสต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่าไม่มีความแตกต่างใดๆระหว่าง “กลุ่มหัวรุนแรง” และ “กลุ่มสายกลาง” ในอิหร่าน โดยอธิบายว่าชาวอิหร่านทุกคนเป็น “นักปฏิวัติ” เหมือนกัน และเรียกร้องให้เกิดความเป็นเอกภาพระหว่างรัฐและประชาชนภายใต้อำนาจของผู้นำสูงสุดคือ อญาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี


ในโพสต์เขาระบุว่า “ด้วยความเป็นเอกภาพอันแข็งแกร่งของชาติและรัฐ และการเชื่อฟังผู้นำสูงสุด เราจะทำให้ผู้รุกรานเสียใจ”  


ขณะที่ทางด้าน รัฐมนตรีต่างประเทศ นาย อับบาส อาราคชี กล่าวเน้นย้ำข้อความดังกล่าว โดยกล่าวว่าสถาบันต่างๆ ของอิหร่านกำลังดำเนินการด้วย “ความเป็นเอกภาพ จุดมุ่งหมาย และระเบียบวินัย” และพรรณนาถึงความพยายามทางทหารและทางการทูตว่าเป็น “แนวรบที่ประสานงานกันอย่างเต็มที่ในสงครามเดียวกัน”


เขากล่าวว่าชาวอิหร่าน “รวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันมากกว่าที่เคยเป็นมา” โดยมองว่าเหตุการณ์ล่าสุดเป็นหลักฐานว่าการกระทำของอิสราเอลล้มเหลวในการบั่นทอนความแข็งแกร่งภายในของอิหร่าน


แม้กระทั้ง  นาย โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ซึ่งมีข่าวว่าลาออกจากทีมเจรจาแล้วนั้น ก็ได้ใช้ถ้อยคำในทำนองเดียวกันในโพสต์แยกต่างหาก โดยปฏิเสธถึงความแตกแยกที่เกินขึ้น และให้คำมั่นว่าอิหร่านจะตอบโต้สิ่งที่เขาเรียกว่าการรุกรานจากภายนอกอย่างเป็นเอกภาพ โดยเน้นย้ำถึงความจงรักภักดีต่อผู้นำสูงสุดอีกครั้ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ