ต่างประเทศ
บริษัทผลิต 'ถุงยาง' รายใหญ่สุดของโลก เตรียมขึ้นราคา 20-30% สังเวยวัตถุดิบแพง-ขาดแคลน
4 ชั่วโมงที่แล้ว
13 views
บริษัท "คาเร็กซ์ บีเอชดี" (Karex Bhd)ของมาเลเซีย ซึ่งเป็น ผู้ผลิตถุงยางอนามัยรายใหญ่ที่สุดของโลก วางแผนที่จะขึ้นราคา 20-30% และอาจเพิ่มขึ้นอีกหากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานยังคงยืดเยื้อเนื่องจากสงครามอิหร่าน
นายโก๊ะห์ เมี๊ยะ เกียต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอของ คาเร็กซ์ ใหสัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า ทางบริษัทกำลังเผชิญกับความต้องการถุงยางอนามัยที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากค่าขนส่งที่สูงขึ้นและความล่าช้าในการจัดส่ง ทำให้ลูกค้าหลายรายมีสินค้าคงคลังน้อยกว่าปกติ
เขากล่าวว่า "สถานการณ์ขณะนี้ เปราะบางมาก ราคาสินค้าสูงขึ้น เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องผลักภาระต้นทุนไปให้ลูกค้าในตอนนี้"
ทั้งนี้ คาเร็กซ์ ผลิตถุงยางอนามัยมากกว่า 5 พันล้านชิ้นต่อปี และเป็นผู้จัดจำหน่ายให้กับแบรนด์ชั้นนำอย่าง ดูเร็กซ์ (Durex) และ โทรจัน (Trojan) รวมถึงผลิตถุงยาง ให้กับระบบสาธารณสุขของรัฐ เช่น สาธารณสุขของอังกฤษ หรือ NHS และผลิตให้กับโครงการช่วยเหลือระดับโลกที่ดำเนินการโดยสหประชาชาติ
บริษัทผู้ผลิตถุงยางอนามัยรายนี้ได้เข้าร่วมกับรายชื่อบริษัทจำนวนมาก รวมถึงผู้ผลิตถุงมือทางการแพทย์ ที่กำลังเตรียมรับมือกับปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทาน เนื่องจากสงครามในอิหร่านส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของพลังงานและปิโตรเคมีจากตะวันออกกลาง ทำให้การจัดหาวัตถุดิบหยุดชะงักลง
นายโก๊ะห์กล่าวว่า นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์ บริษัทคาเร็กซ์พบว่าต้นทุนเพิ่มขึ้นสำหรับทุกอย่าง ตั้งแต่ "ยางสังเคราะห์" และ "ไนไตรล์" ที่ใช้ในการผลิตถุงยางอนามัย ไปจนถึงวัสดุบรรจุภัณฑ์และสารหล่อลื่น เช่น ฟอยล์อลูมิเนียม และ น้ำมันซิลิโคน
เขากล่าวว่า "ราคาน้ำมันส่งผลกระทบต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่การขนส่งไปจนถึงวัสดุพลาสติกที่เราใช้ ในแง่ของวัตถุดิบเป็นอันดับแรก รวมถึงสารเคมีสำคัญที่เราใช้ในปัจจุบันด้วย แต่ยังมีผลกระทบต่อบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ที่เราใช้อยู่ด้วย พลาสติกเป็นส่วนประกอบในเกือบทุกอย่างที่เรามี ไม่ว่าจะเป็นฟอยล์อลูมิเนียม ฟิล์มหดตัว และแม้แต่ซิลิโคนออยล์"
เขากล่าวอีกว่า "สถานการณ์ (ของห่วงโซ่อุปทาน) เปราะบางมาก ราคา (วัตถุดิบ) แพง คุณรู้ไหม เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องผลักภาระต้นทุนไปให้ลูกค้าในตอนนี้ เพราะเราทุกคนทำการค้าด้วยเงินดอลลาร์ และสถานการณ์ดอลลาร์-ริงกิตก็ไม่เอื้ออำนวยต่อผู้ส่งออกเลย"
แท็กที่เกี่ยวข้อง