ต่างประเทศ

ผู้เชี่ยวชาญเผย อิหร่านส่งน้ำมันให้จีนแล้วเกือบ 12 ล้านบาร์เรล แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะปิดตาย

3 ชั่วโมงที่แล้ว

100 views

ซามีร์ มาดานี ผู้ร่วมก่อตั้ง "แทงเกอร์-แทรคเกอร์ ดอต คอม" (TankerTrackers.com) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ติดตามการเดินเรือขนส่งน้ำมัน กล่าวกับ ซีเอ็นบีซี ว่า อิหร่านยังคงส่งน้ำมันดิบปริมาณมากผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปยังจีน แม้ว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่านจะส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันในวงกว้างผ่านเส้นทางน้ำที่สำคัญนี้ก็ตาม


มาดานี เปิดเผยว่า  อิหร่านได้ส่งน้ำมันดิบอย่างน้อย 11.7 ล้านบาร์เรลผ่านช่องแคบฮอร์มุซนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยทั้งหมดมุ่งหน้าไปยังจีน


ทั้งนี้ แทงเกอร์ - แทรคเกอร์ ได้ทำการตรวจสอบการเคลื่อนไหวของเรือด้วยภาพถ่ายดาวเทียม ทำให้สามารถตรวจจับเรือที่อาจตรวจไม่พบหากระบบติดตามของเรือถูกปิดใช้งาน เรือหลายลำ "หายตัวไป" หลังจากที่เตหะรานขู่ว่าจะโจมตีเรือลำใดก็ตามที่พยายามผ่านเส้นทางน้ำนี้


มาดานีกล่าวด้วยว่า จากเรือบรรทุกน้ำมัน 6 ลำที่ปรากฏในภาพถ่ายดาวเทียมซึ่งออกจากอิหร่านตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ มี 3 ลำที่ติดธงชาติอิหร่าน


ขณะที่ทางด้าน บริษัท เคปเลอร์ (Kpler) ผู้ให้บริการข้อมูลข่าวกรองด้านการขนส่งประเมินว่ามีน้ำมันดิบประมาณ 12 ล้านบาร์เรลผ่านช่องแคบนี้ตั้งแต่สงครามเริ่มต้น


นายนอว์ ขิ่น โซ นักวิเคราะห์น้ำมันดิบจากเคปเลอร์ กล่าวว่า  “เนื่องจากจีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านรายหลักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนแบ่งที่สำคัญของน้ำมันดิบเหล่านี้อาจมุ่งหน้าไปยังจีนในที่สุด” พร้อมเสริมว่า การยืนยันปลายทางสุดท้ายของเรือเหล่านี้กลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ


ทั้งนี้ สำนักงานบริหารพลังงานแห่งชาติของจีนไม่ได้ตอบคำขอความคิดเห็นจากซีเอ็นบีซีแต่อย่างใด  


ขณะเดียวกัน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กั๊ว เจียคุน กล่าวในการแถลงข่าวที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพของช่องแคบฮอร์มุซและน่านน้ำโดยรอบนั้นสอดคล้องกับผลประโยชน์ร่วมกันของประชาคมระหว่างประเทศ


นายกั๊ว กล่าวว่า  “ช่องแคบฮอร์มุซและน่านน้ำโดยรอบเป็นเส้นทางการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญสำหรับสินค้าและพลังงาน การรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของประชาคมระหว่างประเทศ และ จีนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยุติปฏิบัติการทางทหารโดยทันทีเพื่อป้องกันการเพิ่มความตึงเครียดและหลีกเลี่ยงความไม่มั่นคงในภูมิภาคซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโลก”


https://youtu.be/R37U4yBy3PA

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ