ต่างประเทศ

สหรัฐฯปฏิเสธ ไม่มีบทบาทร่วมกับอิสราเอล ถล่มคลังน้ำมันอิหร่าน

3 ชั่วโมงที่แล้ว

63 views

สหรัฐปฏิเสธไม่มีบทบาทร่วมกับอิสราเอลถล่มคลังน้ำมันอิหร่าน ด้านนักวิเคราะห์ชี้วิกฤตพลังงานจะลากยาวแม้สงครามจะจบแล้ว อาจนานถึงจนกว่า “ทรัมป์” จะหมดสมัย    


นาย คริส ไรท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธบทบาทของสหรัฐฯ ในการโจมตีคลังเก็บน้ำมันของอิสราเอลในอิหร่าน โดยอ้างว่า "นี่เป็นการโจมตีของอิสราเอล"


เมื่อถูกถามว่าการโจมตีอุตสาหกรรมน้ำมันของอิหร่านเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลหรือไม่ ไรท์กล่าวว่า "สหรัฐฯ ไม่ได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานใดๆ ไม่มีแผนที่จะโจมตีอุตสาหกรรมน้ำมัน อุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติ หรืออะไรก็ตามเกี่ยวกับอุตสาหกรรมพลังงานของอิหร่าน" เขาย้ำว่า "นี่เป็นการโจมตีของอิสราเอล นี่เป็นคลังเก็บเชื้อเพลิงในท้องถิ่นเพื่อเติมน้ำมัน"  


ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากสหรัฐฯ ระบุว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่พอใจกับขนาดของการโจมตีของอิสราเอล ซึ่งพวกเขากล่าวว่า "เกินความคาดหมายของสหรัฐฯ อย่างมาก" ซึ่งถือเป็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ครั้งแรกระหว่างสองพันธมิตรนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการร่วมกันต่อต้านอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์


เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กังวลว่าการโจมตีของอิสราเอลอาจทำให้ตลาดปั่นป่วนและผลักดันราคาน้ำมันโลกให้สูงขึ้น เจ้าหน้าที่รายหนึ่งกล่าวว่า ผู้นำระดับสูงของสหรัฐฯ และอิสราเอลจะหารือกันถึงวิธีการจัดการความแตกต่างและชี้แจงความคาดหวังของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการปฏิบัติการทางทหารในอนาคต


ผู้สังเกตการณ์ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ว่าสหรัฐฯ ในฐานะผู้ส่งออกน้ำมัน จะมีความเสี่ยงต่อภาวะขาดแคลนน้ำมันน้อยกว่า แต่ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้นก็อาจทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงในประเทศเพิ่มขึ้น อัตราเงินเฟ้อแย่ลง และสร้างความกดดันให้กับผู้บริโภคชาวอเมริกัน ซึ่งอาจกระตุ้นให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ พิจารณาการลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง และสร้างความท้าทายทางการเมืองให้กับรัฐบาลทรัมป์และพรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม


ขณะเดียวกัน เคลย์ ซีเกิล นักวิจัยอาวุโสในโครงการความมั่นคงด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของศูนย์เพื่อการศึกษาเชิงกลยุทธ์และระหว่างประเทศ (CSIS) ให้ความเห็นว่า จากความขัดแย้งล่าสุดในตะวันออกกลางอาจนำไปสู่ช่วงเวลาแห่งความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจทำให้ตลาดน้ำมันและก๊าซโลกอยู่ในภาวะตึงเครียดนานไปอีกหลายปี


เขากล่าวว่า“แม้ว่าสงครามในระยะนี้จะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม แต่เราก็กำลังเผชิญกับบทใหม่ของความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคสำคัญของโลกสำหรับการจัดหาพลังงานและก๊าซ” และว่า “ผมคิดว่ามันจะอยู่กับเราไปอีกนานพอสมควร อาจจะตลอดช่วงที่เหลือของวาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีทรัมป์ด้วยซ้ำ”  


ทั้งนี้ สงครามได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวหนึ่งในห้าของโลก ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันไม่สามารถแล่นได้นานกว่าหนึ่งสัปดาห์ และบังคับให้ผู้ผลิตต้องหยุดการสูบจ่ายเนื่องจากคลังเก็บน้ำมันเต็ม


ซีเกิลกล่าวอีกว่า “คนๆเดียวกันนี้ (หมายถึงทรัมป์) ที่เคยสนับสนุนนโยบายสำคัญ ๆ เช่น การไม่ทำสงครามใหม่ในตะวันออกกลาง และสนับสนุนราคาน้ำมันและน้ำมันเบนซินที่ต่ำ สนับสุนอัตราเงินเฟ้อต่ำ และการทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีพื้นที่ในการลดอัตราดอกเบี้ยนั้น แล้วตอนนี้คนเดียวกันนั้นได้ไปทำอะไรอย่างเร่งรีบในตะวันออกกลาง เขาเริ่มสงครามกับอิหร่าน ซึ่งกำลังส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อนโยบายสำคัญ ๆ เหล่านั้นทั้งหมดผ่านราคาน้ำมันที่สูงขึ้นได้อย่างไร”


https://youtu.be/Mdufli2MSK0

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ