ต่างประเทศ

สหรัฐฯ เผยแพร่คลิป “บี 52” ร่วมปฏิบัติการรบ ทำลายเครื่องบินอิหร่าน

3 ชั่วโมงที่แล้ว

84 views

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอเมื่อวันพฤหัสบดี (5 มีนาคม) แสดงให้เห็นเครื่องบินทิ้งระเบิด บี52- สตราโตฟอร์เทรส (B-52 Stratofortress) กำลังขึ้นบินจากลานบินแห่งหนึ่ง พร้อมกับข้อความ ระบุว่า เครื่องบิน B-52 ถูกใช้ใน “ทุกความขัดแย้งครั้งสำคัญนับตั้งแต่ปี 1965”


ทั้งนี้ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ยังกล่าวอีกว่า ในช่วง 100 ชั่วโมงแรกของปฏิบัติการ "มหากาพย์แห่งความโกรธเกรี้ยว หรือ “อิพิค ฟิวรี” (Epic Fury) ซึ่งเป็นการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน เครื่องบิน B-52 ได้โจมตีฐานยิงขีปนาวุธและศูนย์บัญชาการและควบคุมของอิหร่าน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า


ทั้งนี้ บี52- สตราโตฟอร์เทรส เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดเชิงยุทธศาสตร์ระยะไกลที่ใหญ่และทรงพลังที่สุดรุ่นหนึ่งของสหรัฐฯ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสามารถในการบรรทุกระเบิดจำนวนมาก แม้จะมีขนาดมโหฬารและประจำการมายาวนาน แต่ยังคงเป็นเครื่องบินที่ล้ำสมัยและได้รับการอัปเกรดให้พร้อมใช้งานในปัจจุบัน


ขณะเดียวกัน กองทัพสหรัฐ ยังได้เผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นการโจมตีโรงเก็บเครื่องบินและเครื่องบินของอิหร่าน โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ กล่าวในคำบรรยายประกอบบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่า "ความสามารถของระบอบอิหร่านในการส่งผลกระทบต่อกองกำลังสหรัฐฯ และพันธมิตรในภูมิภาคกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่อำนาจการรบของอเมริกาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง"


ทั้งนี้ ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอลเข้าสู่วันที่หกในวันพฤหัสบดี โดยเป็นการทิ้งระเบิดที่เข้มข้นยิ่งขึ้น ในขณะที่อิหร่านประกาศว่าจะตอบโต้ทุกที่หากสหรัฐฯ โจมตีเรือ


ส่วนทางด้าน กองทัพอิสราเอล ได้เผยแพร่ภาพจากห้องนักบิน แสดงให้เห็นเครื่องบินรบอิหร่านถูกเครื่องบินรบ F-35 ของอิสราเอลยิงตกเหนือกรุงเตหะราน


กองทัพอิสราเอลกล่าวว่านี่เป็นการยิงตกครั้งประวัติศาสตร์ในน่านฟ้าเหนือกรุงเตหะราน โดยกองทัพอิสราเอลกล่าวว่าการโจมตีเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม


ขณะที่ทางด้านอิหร่าน ก็ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอเช่นกันแสดงให้เห็นสิ่งที่อ้างว่าเป็นการยิงขีปนาวุธ "โครัมชาร์ 4"  (Khoramshahr 4) จากสถานที่ที่ไม่เปิดเผย โดยมีภาพกลางคืนบันทึกภาพอาวุธดังกล่าวพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า


ทั้งนี้ โครัมชาร์ 4 จัดอยู่ในประเภทขีปนาวุธพิสัยกลาง (MRBM) ซึ่งมีความอัตนรายมาก ใช้เครื่องยนต์เชื้อเพลิงเหลวแบบขั้นตอนเดียว มีระยะทำการประมาณ 2,000 กิโลเมตร ซึ่งสามารถครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมดของตะวันออกกลาง รวมถึง ฐานทัพ สำคัญของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย อิสราเอลทั้งหมด และบางส่วนของยุโรปตะวันออกเฉียงใต้


นอกจากนั้น โครัมชาร์ 4 ยังสามารถติดตั้งหัวรบที่แยกตัวออกเมื่อกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ และมีความคล่องตัวมากในระยะตกสุดท้าย โดยระบบนำทางจะผสมผสานการนำทางด้วยแรงเฉื่อยเข้ากับการแก้ไขด้วยดาวเทียม ลดข้อผิดพลาดและเพิ่มความแม่นยำ ทำให้สามารถโจมตีเป้าหมายที่มีมูลค่าสูงได้ แทนที่จะโจมตีพื้นที่กว้างเหมือนรุ่นเก่าๆ


https://youtu.be/zKf7vFX1RIM



แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ