ต่างประเทศ
กูรูสิงคโปร์ ชี้ผลเลือกตั้งไทยนำมาซึ่งเสถียรภาพทางการเมือง หวังอนุทินจะเป็นของจริง
5 ชั่วโมงที่แล้ว
67 views
แชนเนิลส์ นิวส์ เอเชีย สื่อชื่อดังของสิงคโปร์ รายงานบทความโดย "แฮร์ริสัน เฉิง" ผู้อำนวยการในบริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยง หรือ “คอนโทรล ริสก์” (Control Risks) ระบุว่า "ชัยชนะในการเลือกตั้งของนายกรัฐมนตรีอนุทินถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในแวดวงการเมืองไทย"
ผู้เขียนบอกว่า “เสถียรภาพทางการเมืองเป็นสิ่งที่ประเทศไทยขาดหายไปนานกว่าทศวรรษ แต่เมื่อวันอาทิตย์ การเลือกตั้งทั่วไปของประเทศได้เผยให้เห็นถึงเสถียรภาพทางการเมืองเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี” หลังจากที่พรรคภูมิใจไทย (BJT) นำโดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกุล คว้าชัยชนะอย่างถล่มทลาย
ผู้เขียนระบุว่า การที่พรรคอนุรักษ์นิยมแบบดั้งเดิมอย่างภูมิใจไทย ซึ่งไม่เคยได้อันดับสูงกว่าอันดับสามในการเลือกตั้งทั่วไป กลับได้รับชัยชนะ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการเมืองไทย ซึ่งชัยชนะนั้นมีความน่าทึ่งอย่างน้อยสองประการ ประการแรก จำนวนที่นั่ง เพิ่มขึ้นอย่างมากจากการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายถึง +173% และประการที่สอง ชัยชนะอย่างถล่มทลายของภูมิใจไทย สดงให้เห็นว่า เป็นไปได้ที่จะพลิกกระแสการแตกแยกทางการเมือง
ผู้เขียนบอกว่า แม้ว่ากลยุทธ์หลักของพรรคต่างๆในการรวมอำนาจในระดับท้องถิ่นนั้นจะทำผ่านการเป็นพันธมิตรกับตระกูลการเมืองที่มีอำนาจ (บ้านใหญ่) จะได้ผล แต่ทว่าชัยชนะมักจะเกิดจากปัจจัยแวดล้อมที่เอื้ออำนวยมากกว่าการวางแผนอย่างจงใจ
โดยภูมิใจไทย ได้ใช้ประโยชน์จากความขัดแย้งชายแดนอย่างเต็มที่เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือด้านความมั่นคงแห่งชาติ และได้ฉวยโอกาสจากความผิดพลาดในการจัดการปัญหาของพรรคเพื่อไทย และชื่อเสียงของพรรคพลังประชาชนที่มักจะวิพากษ์วิจารณ์กองทัพ ซึ่งยังคงเป็นสถาบันที่มีอำนาจและได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างมากท่ามกลางความขัดแย้งชายแดน
นอกจากนั้น จากดีลระหว่างพรรคประชาชนและภูมิใจไทย ทำให้ นายอนุทิน ขึ้นเป็นนายกฯได้เดือนกันยายนนั้นเขายังสามารถพิสูจน์ตัวเองในฐานะนายกรัฐมนตรีได้เป็นเวลาสี่เดือนเท่านั้น และทำให้พรรคพลังประชาชนถูกวิจารณ์ว่า พรรคได้ทำลายความน่าเชื่อถือทางอุดมการณ์ของพรรคไปแล้ว
ผู้เขียนระบุว่า สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นต่อไปคือการเกิดขึ้นของรัฐบาลผสมที่ประกอบด้วยภูมิใจไทย และพรรคอนุรักษ์นิยมร่วมอย่างพรรคกล้าธรรม ซึ่งจะทำในายอนุทินจะมีเสียงข้างมาก ที่สำคัญคือ เขาจะไม่ต้องพึ่งพาพรรคพลังประชาชนหรือพรรคเพื่อไทยเพื่ออยู่ในอำนาจอีกต่อไปและ จะมีอิสระอย่างมากในการผลักดันนโยบายและเป้าหมายทางการเมือง เนื่องจากไม่จำเป็นต้องตอบสนองข้อเรียกร้องของพรรคประชาชน หรือเพื่อไทยอีกต่อไป
แต่กระนั้น อนุทินก็อาจพิจารณาที่จะดึง “เพื่อไทย” เข้าร่วมเป็นพันธมิตรเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในรัฐสภาด้วยที่นั่งเกือบ 330 ที่นั่ง ซึ่งเป็นเสียงข้างมากที่แข็งแกร่งมาก สามารถนำมาใช้เพื่อเร่งผลักดันนโยบาย การปฏิรูปกฎระเบียบ และโครงการต่างๆ ที่ทะเยอทะยานได้ ซึ่งผู้เขียนย้ำว่า "ถึงแม้ว่าภูมิใจไทย และเพื่อไทยจะมีความสัมพันธ์ที่ขัดแย้งกัน แต่ทั้งสองพรรคก็มีความคล้ายคลึงกันอย่างมากในแง่ของความยืดหยุ่นทางอุดมการณ์ แต่ครั้งนี้ต่างจากครั้งที่แล้ว เพราะภูมิใจ เป็นฝ่ายที่มีอำนาจตัดสินใจ
ผู้เขียนทิ้งท้ายว่า รัฐบาลชุดใหม่มีแนวโน้มที่จะมีความมั่นคงมากกว่ารัฐบาลชุดก่อนๆ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับทั้งประชาชนชาวไทยและนักลงทุนต่างชาติ หลังจากเผชิญกับความวุ่นวายมาหลายปี โดยเป้าหมายหลักของนายอนุทินคือการพัฒนาเศรษฐกิจ และทุกสายตาจะจับจ้องไปที่ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคของเขาว่าจะทำตามสัญญาได้หรือไม่ ครัวเรือนต้องการทางออกสำหรับปัญหาหนี้สินเรื้อรังที่ขัดขวางการใช้จ่าย และภาคธุรกิจต่างรอคอยการปรับปรุงกฎระเบียบและนโยบายการเติบโตระยะยาวที่ชัดเจนในแต่ละภาคส่วน เพื่อกระตุ้นการลงทุนจากต่างประเทศและส่งเสริมการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานของไทย
และนี่เป็นโอกาสทองสำหรับประเทศไทยที่จะปลดแอกตนเองจากความวุ่นวายทางการเมืองและชื่อเสียงในฐานะ "คนป่วย" ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รุมเร้ามานานกว่าทศวรรษ
ผู้เขียนทิ้งท้ายว่าประเทศไทยหวังว่านายอนุทินจะเป็น "ของจริง" ไม่ใช่ "ของปลอม"
แท็กที่เกี่ยวข้อง เลือกตั้งไทย ,กูรูสิงคโปร์