ต่างประเทศ

ยุโรปวิตก หลายชาติกลับไปใช้ถ่านหินแทนก๊าซธรรมชาติ – เงินรูเบิลแข็งค่าสุด 7 ปี

โดย nattachat_c

23 มิ.ย. 2565

169 views

สหภาพยุโรป และบรรดาองค์กรไม่แสวงหากำไร (เอ็นจีโอ) ต่างแสดงความวิตกกังวลหลังจากที่หลายประเทศสหภพยุโรป ซึ่งรวมถึงเยอรมนี ชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของยุโรป กำลังหันกลับไปใช้ถ่านหินเพื่อก่อกำเนิดไฟฟ้าแทนก๊าซธรรมชาติ แทนก๊าซธรรมชาติและน้ำมันจากรัสเซีย


นาง อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวกับสื่อมวลชนยุโรปหลายสำนัก ว่า จำเป็นต้องทำให้แน่ใจว่าเราใช้วิกฤตนี้ในการก้าวเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่ไถลถอยหลังกลับสู่เชื้อเพลิงฟอสซิลสกปรก มันเป็นเส้นบาง ๆ และมันไม่ใช่ข้อสรุปว่าเรากำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่


ทั้งนี้  เยอรมนี ออสเตรีย และเนเธอร์แลนด์ ระบุว่าจะผ่อนคลายข้อจำกัดต่าง ๆ ที่กำหนดกับโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินทั้งหลาย หลังก๊าซพรอม รัฐวิสาหกิจพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย ระบุจะปรับลดปริมาณก๊าซธรรมชาติที่ป้อนผ่านท่อลำเลียงนอร์ดสตรีมไปยังเยอรมนี


โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผานมา นาย โรเบิร์ต ฮาเบค รัฐมนตรีเศรษฐกิจของเยอรมนี แถลงเมื่อวันอาทิตย์ “เพื่อลดการใช้ก๊าซ เราต้องใช้ก๊าซน้อยลงในการผลิตไฟฟ้า โรงไฟฟ้าถ่านหินจะต้องถูกใช้มากขึ้นแทน”


ขณะที่ทางด้านกลุ่มจับตาตลาดคาร์บอน ซึ่งเป็นเอ็นจีโอ ที่สอดส่องการใช้พลังงานในยุโรปนั้น  ระบุว่า เห็นพ้องว่าการกลับคืนสู่ถ่านหินเป็นอะไรที่น่ากังวล และแสดงความหวังว่าความเคลื่อนไหวนี้จะเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว


 ขณะเดียวกัน  จากการที่รัสเซียได้กำหนดมาตรการให้ผู้ซื้อน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติต้องชำระเป็นเงินรูเบิลของรัสเซียเท่านั้น ปรากฏว่ามาตรการดังกล่าว ทำให้ค่าเงินรูเบิ้ลแข็งค่าขึ้นอย่างมาก แม้ว่าจะถูกคว่ำบาตรจากตะวันตกก็ตาม


โดยล่าสุด ค่าเงินรูเบิล เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ และยูโรนั้น ได้แข็งค่ามากที่สุดในรอบ 7 ปีแล้ว ไปอยู่ที่ 54 รูเบิ้ลต่อดอลลาร์ และ 57 รูเบิ้ล ต่อยูโร

คุณอาจสนใจ