คลิปเต็มรายการ

เปิดข้อกฎหมายเงินบริจาค สรรพากรจ่อเช็กเส้นเงินบัญชีมูลนิธิ

3 ชั่วโมงที่แล้ว

26 views

รายการโหนกระแส วันนี้ (30 ตุลาคม 2569) พูดคุยประเด็น “บุ๋ม ปนัดดา” และการเงินของมูลนิธิองค์กรทำดี หลังจากก่อนหน้านี้บุ๋มออกมาชี้แจงเรื่องความสัมพันธ์กับสามี พร้อมยืนยันว่าไม่รู้เห็นเกี่ยวกับกรณีที่ดิน จ.นครนายก ต่อมาเพจออยศรีและผองเผือกได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องเงินของมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างใน จ.ปทุมธานี ขณะที่ “ช่างเอ๋” ผู้รับเหมา ยืนยันว่าไม่ได้รับงานก่อสร้างมูลนิธิ แต่เป็นหุ้นส่วนลงทุนทำพูลวิลลาร่วมกับ “ก๊อต อธิป” ที่ จ.ภูเก็ต


ในรายการ “ทนายกุ้ง” ทีมทนายความของช่างเอ๋ เปิดเผยว่า เริ่มพบความผิดปกติตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หลังได้รับเอกสารและรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับการโอนเงินจากบัญชีมูลนิธิองค์กรทำดีเข้าบัญชีของช่างเอ๋ ก่อนมีคำสั่งให้โอนเงินกลับไป เมื่อสอบถาม ช่างเอ๋ระบุว่าเป็นคำสั่งจากก๊อต และยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของมูลนิธิ จึงได้ทำหนังสือร้องทุกข์และลงบันทึกประจำวันไว้ที่ จ.ภูเก็ต โดยเดิมตั้งใจจะดำเนินคดี แต่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นก่อน


ทนายกุ้งเล่าต่อว่า ช่างเอ๋ร่วมทำธุรกิจกับก๊อตในชื่อบริษัทอาร์เธอร์ โดยบุ๋มเคยเดินทางไปดูโครงการพูลวิลลาระหว่างก่อสร้างหลังที่ 2 แต่เมื่อเริ่มก่อสร้างหลังที่ 3 ช่างเอ๋กลับไม่สามารถติดต่อก๊อตได้ ต่อมาช่างเอ๋พบปัญหาไม่สามารถใช้ใบกำกับภาษีได้ เมื่อตรวจสอบจึงพบว่าบริษัทอาร์เธอร์ถูกปิดกิจการ ทั้งที่ช่างเอ๋ยืนยันว่าไม่ได้ลงนาม จึงสงสัยว่าอาจมีการปลอมลายเซ็น และได้ยื่นเรื่องขอระงับการปิดบริษัท เนื่องจากยังมีหนี้สินค้างชำระ


สำหรับเส้นทางการเงิน ทนายกุ้งระบุว่า พบรายการโอนจากบัญชีมูลนิธิองค์กรทำดีเข้าบัญชีช่างเอ๋ตั้งแต่ปี 2568 ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 โดยมูลนิธิองค์กรทำดีจดทะเบียนเป็นมูลนิธิตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 จึงเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้บัญชีมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งเข้าใจว่าเป็นบัญชีส่วนตัวรับเงินบริจาค ทั้งที่มีบัญชีในนามมูลนิธิแล้ว โดยหลักความโปร่งใสควรแยกบัญชีส่วนตัวออกจากบัญชีของมูลนิธิให้ชัดเจน


ทนายกุ้งยังเปิดเผยว่า ช่างเอ๋เคยสอบถามก๊อตถึงเหตุผลที่มีเงินโอนเข้าบัญชีมูลนิธิองค์กรทำดีจำนวนมาก โดยได้รับคำอธิบายว่าเงินบริจาคของมูลนิธิต้องนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยสงครามและน้ำท่วมที่หาดใหญ่ หากโอนข้ามธนาคารอาจใช้เวลาหลายวัน จึงโอนผ่านบัญชีของช่างเอ๋ เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายได้รวดเร็ว ซึ่งช่างเอ๋ระบุว่าก๊อตเคยใช้เหตุผลลักษณะนี้อธิบายเงินบางก้อนที่สั่งให้โอนกลับด้วย


ด้านญาณาธิป กาฬดิษย์ หัวหน้ากลุ่มงานมูลนิธิฯ และเรี่ยไร 2 ชี้แจงหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินของมูลนิธิว่า หากเป็นรายการมากกว่า 500,000 บาท สามารถพิจารณาอนุมัติกรณีเร่งด่วนได้ตามดุลยพินิจของประธาน แต่ต้องรายงานให้คณะกรรมการทราบในการประชุมครั้งถัดไป ส่วนการสั่งจ่ายต้องมีผู้ลงนามอนุมัติ 2 คน ได้แก่ ประธานและผู้ทำการแทน เช่น เลขานุการหรือเหรัญญิก ไม่ควรมีผู้อนุมัติเพียงคนเดียว


เมื่อมูลนิธิมีบัญชีในนามนิติบุคคลแล้ว ตามหลักความโปร่งใสควรปิดบัญชีส่วนตัวที่เคยใช้รับเงิน เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสน แม้จะไม่มีกฎหมายกำหนดระยะเวลาชัดเจนว่าต้องปิดภายในกี่วันก็ตาม พร้อมให้ข้อมูลว่า การอนุมัติผ่านโมบายแบงก์กิงจะทำได้หากมีข้อยกเว้นระบุไว้ในข้อบังคับ แต่จากข้อมูลที่กล่าวถึงในรายการ มูลนิธิแห่งนี้ไม่มีข้อยกเว้นดังกล่าว

ขณะเดียวกัน หนุ่ม กรรชัย เปิดเผยว่าได้พูดคุยกับบุ๋มเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยบุ๋มแจ้งว่าก๊อตและบุ๋มนัดพูดคุยกันวันนี้ต่อหน้าทนายความ พร้อมนำเอกสารต่างๆ มาชี้แจงข้อสงสัยที่เกิดขึ้น


ด้านโฆษกกรมสรรพากร เผยว่า ใครที่บริจาคให้มูลนิธิองค์กรทำดี ไม่สามารถเอาเงินบริจาคไปหักลดหย่อนภาษีได้ เพราะยังไม่ได้ขออนุมัติต่อรัฐมนตรี ให้ประกาศเป็นองค์การสาธารณกุศล


นอกจากนี้ รายการยังได้โฟนอินผู้รับเหมารายหนึ่งที่รับงานก่อสร้างอาคารของมูลนิธิใน จ.ปทุมธานี โดยเจ้าตัวระบุว่าทำสัญญากับก๊อต อธิป ในช่วงที่บุ๋มติดภารกิจลงพื้นที่ จึงไม่ได้เป็นผู้ติดต่อโดยตรง งานที่รับผิดชอบเป็นการก่อสร้างอาคารบริเวณร้านข้าวแกงนางงาม มูลค่า 3.6 ล้านบาท แบ่งจ่ายตามงวดงาน 4 งวด ส่วนพื้นที่อื่นมีผู้รับเหมารายอื่นรับผิดชอบ และบางจุดมีผู้รับเหมาทิ้งงานไปแล้ว ก่อนที่ก๊อตจะว่าจ้างทีมงานของตนเป็นรายวันให้เข้าไปช่วยดำเนินการบางส่วน


ส่วนแหล่งที่มาของเงินค่าก่อสร้าง ผู้รับเหมารายดังกล่าวระบุว่า ตนต้องกลับไปตรวจสอบเอกสารอีกครั้งว่าโอนมาจากบัญชีมูลนิธิหรือบัญชีมูลนิธิองค์กรทำดี แต่เท่าที่จำได้ ข้อความบนสลิประบุว่าเป็นองค์กรทำดี โดยบุ๋ม ปนัดดา


ช่วงท้ายรายการ “สรปุก” โฟนอิน ระบุว่า ในเรื่องนี้มี 3 คนที่อยู่ประเด็น คนที่หนึ่งไม่รู้ผิดหรือเปล่า แต่โอนไปในฐานะประธานมูลนิธิ ผิดอยู่แล้ว คนที่สองช่างเอ๋ รับโอนมา อยู่ๆ ไปโอนให้คนอื่นก็ต้องมีส่วนผิด แต่อาจทำไปโดยไม่รู้  แต่คนที่รับเงินไปทั้งหมดผิด 100% “คนนี้ทำไมไม่ออกมา หายหัวไปไหน  คนนี้แหละที่เอาเงินของประชาชนไป โดยไม่ถูกต้องและไม่ชอบธรรมที่สุด ที่หนูร้องไห้ก็เพราะคนๆ นี้”

คุณอาจสนใจ

Related News