คลิปเต็มรายการ

ใจสลาย! สามีเส้นเลือดหัวใจตีบ หมอไล่กลับบ้านสุดท้ายช็อกดับ ล่าสุด รพ.ไล่หมอออกแล้ว

20 ก.ค. 2569

34 views

รายการโหนกระแสวันนี้ (20 กรกฎาคม 2569) พูดคุยกรณี "ครูทราย" หลังจากออกมาร้องขอความเป็นธรรม สามีไปหาหมอเพราะมีอาการแน่นหน้าอกและเจ็บร้าวลงแขน มีภาวะเหงื่อออกเยอะร่วมด้วย แต่หมอไม่ได้มีการส่งตรวจละอียด บอกเพียงว่าอาจจะมาจากการวิตกกังวล แพนิค ซ้ำยังบอกว่าครูทรายมีอาการประสาทแดx ก่อนจะบอกให้ลับบ้านไปพักผ่อน โดยไม่ได้ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ต่อมา สามีเสียชีวิตกะทันหัน ผลชันสูตรระบุว่าเส้นเลือดหัวใจตีบ 2 เส้น


"ครูทราย" ได้เล่าย้อนเหตุการณ์ในรายการว่า สามีมีอาการแน่นหน้าอก เจ็บร้าวลงแขน และมีเหงื่อออกมาก จึงตัดสินใจไปโรงพยาบาลเอกชนตามสิทธิประกันสังคม แม้สามีจะมีประวัติคอเลสเตอรอลสูงและเคยรับประทานยามาหลายปี แต่ช่วงหลังหยุดยาเองเพราะคิดว่าอาการดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อไปถึงโรงพยาบาล แพทย์อายุรกรรมไม่รับตรวจ โดยให้เหตุผลว่ายังไม่มีผลตรวจเลือด ขณะที่การตรวจเลือดในวันนั้นทำไม่ได้เพราะเพิ่งรับประทานอาหารมา


จากนั้นพยาบาลได้แนะนำให้พบแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เนื่องจากสามีเคยรักษาอาการเส้นเอ็นอักเสบมาก่อน แพทย์ตรวจเบื้องต้นและจ่ายยาแก้ปวด แต่ระบุว่าอาการแน่นหน้าอกไม่น่าเกี่ยวกับโรคกระดูกหรือกล้ามเนื้อ พร้อมแนะนำให้กลับไปพบอายุรแพทย์อีกครั้ง ต่อมาครูทรายพยายามสอบถามถึงการตรวจเพิ่มเติม และยินดีออกค่าใช้จ่ายเอง ขณะเดียวกันญาติซึ่งเป็นพยาบาลก็แนะนำให้ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับการตรวจดังกล่าว


เมื่อได้พบแพทย์ทั่วไป ครูทรายและสามีพยายามอธิบายว่าไม่ได้มาตรวจเรื่องคอเลสเตอรอล แต่มาด้วยอาการแน่นหน้าอกและปวดร้าวลงแขน ทว่าแพทย์กลับประเมินว่าอาการอาจเกิดจากความเครียด ความวิตกกังวล หรือภาวะแพนิก อีกทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่าครูทรายอาจได้รับข้อมูลจาก Google หรือ AI มากเกินไป พร้อมบอกว่าโอกาสที่ผู้ชายอายุประมาณ 30 ปีจะเป็นโรคหัวใจมีน้อย ก่อนกล่าวกับครูทรายว่า "คนที่เป็นประสาทคือคุณ" และให้ทั้งคู่กลับบ้านโดยไม่มีการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ


แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังกลับถึงบ้าน สามีของครูทรายเกิดอาการทรุดหนักและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งตอนที่สามีล้มลงที่บ้าน ทางครูทรายและครอบครัวช่วยกันปั๊มหัวใจ และโทรเรียกรถพยาบาล แต่กว่ารถจะมาถึงนานหลายนาที เมื่อนำตัวสามีไปถึงห้องฉุกเฉิน ทางแพทย์และพยาบาลก็ได้ทำการปั๊มหัวใจ ก่อนจะออกมาบอกว่าให้ครูทรายปล่อยสามีไป โดยครูทรายเล่าทั้งน้ำตาว่า “เขาปั๊มอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง เขาก็หันมาบอกหนูว่า ให้หนูเป็นคนพูดว่าหยุด เพราะหนูเป็นภรรยา หนูก็เลยบอกว่า หนูพูดไม่ได้จริงๆ หนูจะพูดว่าให้ปล่อยเขาไปได้ยังไง หนูพยายามแล้ว ตอนนั้นหนูขอให้ตรวจ ตอนที่หนูขอให้รักษา เขาไม่รักษา แต่กลับมาบอกว่า ขอให้หนูปล่อยเขาไป ทีอย่างนี้มาให้หนูพูด ตอนหนูขอให้รักษากลับบอกว่าหนูเป็นประสาท แต่ตอนที่แฟนหนูจะไม่อยู่กลับมาบอกให้หนูปล่อยเขาไป ทำไมใจร้ายมากเลย”


ผลชันสูตรยืนยันว่าเสียชีวิตจากภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ 2 เส้น ทำให้ครูทรายตั้งคำถามว่า หากวันนั้นโรงพยาบาลยอมตรวจ EKG หรือประเมินอาการอย่างละเอียดตั้งแต่แรก สามีของเธออาจยังมีโอกาสได้รับการรักษาและรอดชีวิต


หลังจากเกิดเรื่อง วันถัดมาทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็ได้นัดตนเข้าไปพูดคุย บอกว่าให้เข้ามาแสดงความรู้สึกทั้งสองฝ่าย พอไปถึงแม่ก็ถามว่าทำไมวันนั้นไม่แอดมิตลูกชายแม่ หมอคนที่รักษาก็ตอบว่า ประเมินด้วยสายตาแล้วเห็นลูกชายไม่ได้ดูมีอาการหนักอะไรขนาดนั้น ยังไม่ได้คอพับเลยด้วยซ้ำ แม่จึงบอกไปว่าถ้าประเมินด้วยสายตา แม่ก็เป็นหมอได้ แล้วจะมีเครื่องมือแพทย์ไว้ทำไม เขาก็ตอบว่ารักษาตามเปอร์เซ็นต์ อายุแค่นี้มีโอกาสเป็นโรคหัวใจได้น้อยมาก และหมอยังถามเปรียบเทียบกับพ่อว่าตอนที่พ่อเป็นอายุเท่าไร แล้วตอนนี้คนไข้อายุเท่าไร อายุน้อยแบบนี้แทบไม่มีโอกาสจะเป็น ระหว่างที่พูดคุยกัน หมอก็นั่งยิ้มตลอดเวลา ดูไม่สลดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย แต่สุดท้ายก็ยอมรับว่าวินิจฉัยผิด


ต่อมา ทางโรงพยาบาลได้ออกแถลงการณ์ โดยบอกว่าจากเดิมที่โรงพยาบาลเคยมีคำสั่งให้แพทย์คนดังกล่าวพักการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรอผลสอบสวน ล่าสุดทางโรงพยาบาลมิได้นิ่งนอนใจและได้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงจนพบว่า นายแพทย์รายนี้มีการสื่อสารกับผู้ป่วยและญาติด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพจริงตามที่มีกระแสข่าว


คณะผู้บริหารโรงพยาบาลซานคามิลโลพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดอย่างร้ายแรงต่อข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโรงพยาบาลที่ระบุให้ผู้ปฏิบัติงานต้องละเว้นการกระทำที่ไม่สุภาพ และต้องไม่ปฏิบัติหน้าที่ในทางที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนรวม นอกจากนี้ยังถือเป็นการประพฤติผิดต่อข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพต้องปฏิบัติต่อผู้ป่วยด้วยความสุภาพเรียบร้อย ด้วยเหตุนี้ทางโรงพยาบาลจึงมีมติเอกฉันท์ให้นายแพทย์คนดังกล่าวออกจากปฏิบัติหน้าที่ในทันที โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง  รายการโหนกระแส ,โหนกระแส

คุณอาจสนใจ

Related News